วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
ขายของรวยแบบดารา แม้ไม่ดังเท่าดารา
"ขายของรวยแบบดารา แม้ไม่ดังเท่าดารา"
วันนี้เราจะเห็นดารา มาขายของ ขายครีม ขายขนม ..."แล้วขายดีด้วย เพราะ มีแฟนคลับมาซื้อ" -- คำถาม คือ ถ้าเราอยากรวยแบบนั้นบ้างจะทำอย่างไร ?
ลองดู 3 จุดเด่นของดาราก่อน
1. "ได้เปรียบเรื่องลูกค้า" ...ดารามีแฟนคลับ ที่ชื่นชอบเป็นทุน พอเอาของมาขายคนก็อยากมาซื้อ(จริงๆ แฟนคลับส่วนนึงอยากมาแค่เจอดารา)
2. "ได้เปรียบเรื่องที่ขาย Channel" ...ห้างต่างๆ อยากได้ บูทดาราไปจัดกิจกรรม เพราะ ทำให้ สถานที่เขาคึกครื้น !!
3. "ได้เปรียบเรื่อง Promotion" ...เพราะ ดาราจะมี Facebook , Instagram หรือ Social Network ที่มีคนติดตามจำนวนมาก ทำให้เรามีช่องทางในการ Promote โฆษณาแบบฟรี ...สบายจริงๆ
มาดู 2 จุดอ่อนของดารา (ที่จริงๆ แก้ง่ายมากๆ -- เส้นผมบังภูเขา)
1. "ไม่มีเวลา" ..ตรงนี้ทำให้เขา อาจจะไม่มีเวลามาใส่ใจ เรื่อง Product สินค้า และ ก็ไม่มีเวลามาสนใจ Service ลูกค้า
2. "ไม่มีหุ้นส่วนที่ดี" ..คนในวงการดาราด้วยกัน มักขาดประสบการณ์ทางธุรกิจ ซึ่งจุดนี้ทำให้ไม่มี หุ้นส่วนที่เก่งจริงในเรื่องธุรกิจ
คำถามคือ แล้ว คนธรรมดา อย่างคุณและผมจะทำธุรกิจให้ขายดี อย่างดาราแล้วปิดจุดอ่อนต่างๆ อย่างไร ?
1. "สร้างฐานแฟนคลับให้เหมือนดารา" ...คุณอาจจะลืมไปว่า แฟนคลับ ไม่จำเป็นต้องมีเฉพาะดารา ..ถ้าคุณทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อคนมาติดตาม คุณก็สามารถสร้างแฟนคลับได้เช่นกัน ...ยกตัวอย่าง "ผมเอง (ภาววิทย์)" ผมก็ไม่ใช่ดารา แต่คนมาติดตามเพราะเขาชอบความรู้และความคิดที่ผมแชร์ใน Blog ใน Facebook ...แค่คุณฝึกแชร์ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น คุณก็จะมีฐานแฟนคลับแล้วครับ
2. เมื่อมี "แฟนคลับ" เดี๋ยวสิ่งต่างๆ จะตามมา ...เวทีแสดงฝีมือจะวิ่งมาหาคุณ , บริษัทอาจอยากจ้างคุณ ...เมื่อคุณมี แฟนคลับ คุณได้สร้าง เวทีแห่งโอกาสให้ตัวเองแล้ว !!
จะเห็นได้ว่า ยุคนี้ คนจะมีโอกาส ไม่ใช่นั่งรอโอกาส แล้วบ่นว่าไม่มีโอกาส ...เพราะ โอกาส คุณนั่นแหละ สร้างขึ้นมาเอง
"ทุกก้าวของผม ภาววิทย์ ผมสร้าง เวทีโอกาสให้ตัวเอง ...จะบอกว่า ยุคที่เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กๆ คนโนเนม สามารถสร้างชื่อได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งใคร คือ ยุคนี้ !! ..โคตรง่าย 'ไม่ต้องใช้เงิน แค่ใช้สมอง' โคตรดี ..ยุคที่โอกาสสร้างง่ายแบบนี้ ไม่เคยมี -- ถ้าวันนี้คุณยังไม่สร้างโอกาสขึ้นมาเอง แปลว่า คุณยังพยายามไม่พอครับ" ..ไป ไป ..ไป สู้ !!
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา
-
สรุป 10 ข้อ หนังสือ The Art of Spending Money – โดย Morgan Housel สำหรับหนังสือ "The Art of Spending Money" ของ Morgan Housel (ผู...
-
10 ข้อคิดจาก Peter Lynch (ไอเด้า พี่เสริม) เมื่อพูดถึง Peter Lynch ผู้จัดการกองทุน Magellan ที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 29% ต่อปี เขาคือต้นแบบขอ...
-
สรุป 10 ข้อ หนังสือ Thinking in Bets – โดย Annie Duke สำหรับหนังสือ "Thinking in Bets" โดย Annie Duke อดีตแชมป์โป๊กเกอร์ระดับโลกท...
-
สรุป 10 ข้อคิด จากหนังสือ "Fixed: Why Personal Finance Is Broken" โดย John Campbell John Y. Campbell (อาจารย์เศรษฐศาสตร์จาก Har...
-
สรุป 10 ข้อ หนังสือ The Daily Stoic (เตือนตนวันละนิด) ผู้เขียน: Ryan Holiday สำหรับหนังสือ "The Daily Stoic" ของ Ryan Holiday เป็...
-
สรุป 10 ข้อ How Countries Go Broke: The Big Cycle – โดย Ray Dalio นี่คือสรุปใจความสำคัญ 10 ข้อที่นักลงทุนระดับมหาภาคต้องรู้ครับ: 1. โลกดำเน...
-
เมื่อคืน 1 มีนาคม 2555 คุณแม่โทรมาบอกว่า "แพ้ท!! คุณตาท่านเสียแล้ว" ผมก็รู้สึกใจหายอย่างมาก เพราะคุณตาเป็น เสมือนต้นแบบ ที่สอนให้ผ...
-
"เรื่องของการมองเวลาเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ ..คุณว่าประเทศอย่างอิสราเอล หรือคนยิว เขามีเคล็ดลับอย่างไรถึงเก่งและครองโลกเศรษฐก...
-
ในตลาดจริงๆ มีหุ้นอีกมากมายที่เรามองข้าม ..หลายคนก็กลัวว่าซื้อแล้วหุ้นจะไม่ขึ้น แต่ลองมองอีกมุมนึงว่า ถ้าหุ้นนั้นๆ ให้ปันผลในระดับ 5 -10% ต...
-
ตลาดหุ้นไทย จะไปอย่างไรต่อ!! -- เป็นคำถามที่ตอบยากมากที่สุดคำถามนึง เท่าที่ผมเจอมาตลอด..อิ อิ (จริงๆ ภาพ Chart อันนี้ ก็ตอบเกี่ยวกับ ทิศทาง...
ย้อนรอย SET จัดทำเพื่อย้ำเตือนของคำพูดที่ว่า "History Repeat itself!!"
- ภาพใหญ่หุ้นไทย ปี 1987 - 2009
- ย้อนรอย SET ปี 1987 - 1990(จาก Black Monday ไปแตะ 1,000 จุด)
- ย้อนรอย SET ปี 1991 - 1993 ( 3 ปีสู่ยอดดอย )
- ย้อนรอย SET ปี 1994 - 1996 ( 3 ปี แห่งการ "เผาหลอก" )
- ย้อนรอย SET ปี 1997 - 1999 ( 3 ปี "เผาจริง"แตะ Bottom แล้วเด้งขึ้น )
- ย้อนรอย SET ปี 2000 - 2008 ( 9 ปี แห่งการ "พายเรื่อในอ่าง" )
- ย้อนรอย SET ปี 2009 (Do you Remenber?)
"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ
-
จาก หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ หน้า 20 - วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556 : Link ที่ Thairath Online http://www.thairath.co.th/content/life/321...
-
10 เรื่องที่ต้อง "รู้งี้" ก่อนจบปริญญา ... 1. "ใบปริญญามีวันหมดอายุ" ..หลายคนคิดว่า ใบปริญญาไม่มีวันหมดอายุ พอเรียนจ...
-
ในตลาดจริงๆ มีหุ้นอีกมากมายที่เรามองข้าม ..หลายคนก็กลัวว่าซื้อแล้วหุ้นจะไม่ขึ้น แต่ลองมองอีกมุมนึงว่า ถ้าหุ้นนั้นๆ ให้ปันผลในระดับ 5 -10% ต...
-
ตลาดหุ้นไทย จะไปอย่างไรต่อ!! -- เป็นคำถามที่ตอบยากมากที่สุดคำถามนึง เท่าที่ผมเจอมาตลอด..อิ อิ (จริงๆ ภาพ Chart อันนี้ ก็ตอบเกี่ยวกับ ทิศทาง...
-
'คำทำนาย ที่ว่าโลกหลังปี 2017 จะเกิด ..ธุรกิจเล็กจะใหญ่ ธุรกิจใหญ่จะเล็ก!!' ยุคนี้รายใหญ่ก็ตายได้ ..รายเล็กก็เกิดได้ ..นี่อ่านข...
-
วันนี้มาดอนเมือง ผมได้ชิมกาแฟมวลชน จุดเริ่มของ All Cafe ของ 7-11..วันนี้เกมค่าปลีกแข่งดุ เนื่องจากค่าเช่าแพงขึ้นตามราคา Asset ที่พุ่งกร...
-
เราค้างเรื่องของ "จิตอิสระ" กับ "จิตทาส" เอาไว้ว่า มันแบ่งระหว่าง คนที่จิตเป็นทาส ย่อมเป็นทาสตลอดไป ไม่ว่าระหว่างทางใน...
-
Luxury คือ เงินเฟ้อ!! เศรษฐกิจไม่ดี ทำไม ของแพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ..คนธรรมดาทำไมอยู่ยากขึ้นทุกวันล่ะ ? ก็เพราะ เราไม่รู้ว่า 'ความห...
-
วันนี้ฟังรายการ "คุยกับ อาจารย์ วีระ ธีรภัทร ช่อง FM 96.5" ...ไปสะกิดกับคำถามนึง คือ มีพี่ผู้หญิงท่านนึงเขาโทรเข้ามาแล้วระบายให้...
-
(อันนี้ยกขึ้นมาให้ดูเล่นๆนะครับ ..ไม่ได้จะบอกว่ามันดีหรือไม่ เพียงแต่ มาดูกัน "แปลกดี") ประเด็นแรก ผมชอบหุ้นปันผล แต่ตัวนี้ถ้ามอง...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น