แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ตลาดหุ้นไทย จะไปอย่างไรต่อ!!


ตลาดหุ้นไทย จะไปอย่างไรต่อ!! -- เป็นคำถามที่ตอบยากมากที่สุดคำถามนึง เท่าที่ผมเจอมาตลอด..อิ อิ

(จริงๆ ภาพ Chart อันนี้ ก็ตอบเกี่ยวกับ ทิศทางของตลาดตั้งแต่เปิดตลาดจนปัจจุบัน และอนาคต ..."ความน่าสนใจคือ ภาพเดียวกัน แต่ไม่มีใครมองเหมือนใคร -- และที่น่าสนใจกว่านั้น คือ คนที่มองถูกต้อง ก็จะรวยมหาศาล ในขณะคนที่มองผิด ก็จะเป็นไปตามชะตาชีวิตของแต่ละคน)

"ในมุมมองของผม(ของผม)" ..ผมมองว่าตลาดหุ้นไทยตั้งแต่เปิดตลาด เมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบัน ...มันมีรอบการขึ้นลงใหญ่ๆ จบไป 3 รอบ และปัจจุบัน คือ การขึ้นของรอบที่ 4 (จริงๆ ในมุมมองของ "รอบ" ก็ไม่มีใครมองเหมือนกัน ...แต่ใน Criteria ที่ผมใช้ จะเอาหลักง่ายๆของ เกิดและดับ มาใช้ เพื่อมองรอบ ..อ่าฮ้า!! ธรรมะอีกแล้ว -- ใช่!! ธรรมะ คือ ธรรมชาติ ถ้าคุณอยากจะรวยโคตรๆ อย่าวิ่งหนี เอาธรรมชาติ มาปรับใช้กับทุกสิ่ง แล้วเราจะกลายเป็นคนที่ คิดอะไรมี Logic และ Make Sense มากๆ)

ทำไมต้อง "เกิดและดับ" ก็เพราะ การที่หุ้นจะขึ้นลง ครบรอบได้ ต้องประกอบไปด้วย Boom / Bubble และ ก็ Crash ...พูดง่ายๆ อะไรจะจบ มันต้องมีคนได้ รวยสุด และมันก็ต้องมีคนเจ๊งเลือดนองพื้นมหาศาล ถึงจะเรียกได้ว่า จบรอบ ..จากนั้นก็รอการขึ้นรอบใหม่ ...เป็น Cycle อย่างนี้แหละ "เขาถึงพูดกันว่า ทุกอย่างมันมี วัฎจักร และ Cycle -- และใครก็ตามที่อ่าน Cycle ของสิ่งต่างๆ ออก ...คุณจะรวยมหาศาล!!"

การดูที่ "ราคา" เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถบอกได้เลยว่า ..อะไรคือ "รอบ" อะไรคือ "จบรอบ" แล้วทั้งหมดมันคืออะไร ...ดังนั้นการมองรอบ เราต้องอาศัย Momentum Indicator ที่มีอยู่เป็นร้อยๆตัว เช่น MACD , RSI , Stoch และอื่นๆ อีกมากมาย ..แต่ในที่นี่ผมจะใช้ RSI เพราะผมชอบนั่นเอง "ตูชอบ!!"

RSI จะมีกรอบ จาก 0 ไป 100 นั่นคือ กรอบของการเคลื่อนตัว ..ส่วนการดู เราจะวัดว่า ต่ำกว่า 30 ก็คือ Oversold ..สูงกว่า 70 ก็คือ Overbought ...ดังนั้น RSI ในภาพใหญ่ จึงเป็นเครื่องมือการวัด Scale ของ การเกิดและดับของตลาดได้อย่างดีเยี่ยม ... ดังนั้น จุดต่ำที่สุด ก็คือ จุดที่คนเจ๊ง และจบ ...จุดที่สูงที่สุด ก็คือ มีคนรวยที่สุด และ คนโลภที่สุด ซึ่งมันคือ ดอยที่สุดเช่นกัน ....และนั่นคือภาพคร่าวๆ ว่า "การเกิดและดับ" ของตลาดหุ้นมัน วัดได้จริงๆ

การมองรอบในภาพใหญ่ ผมใช้ Elliot Wave คือ "1 2 3 4 5 a b c" ซึ่งบอกตรงๆ ว่าผมต้องใช้เวลาย่อยอยู่นานมาก กว่าจะเข้าใจว่า จริงๆแล้ว เครื่องมือนี้ เป็นประโยชน์ต่อผม ในเรื่องของการมองภาพใหญ่ของราคา ..เพราะมันชี้ให้เห็นว่า การขึ้นลงของราคา เมื่อ ผนวกกับจิตวิทยาการลงทุน มันจะขึ้นด้วย Wave 1 ที่ไร้พื้นฐาน และจบด้วย Wave 2 ที่จบแบบเละๆ ที่ยังคงสูงกว่าจุดเริ่ม ..จากนั้น ก็เข้าสู่การขึ้นของตลาดแบบมีพื้นฐาน และมีคนในตลาดเข้ามาแจมด้วย มากที่สุด ..และมากจนสุดท้ายมันก็ต้องมี Bubble และขึ้นไปถึง Wave 5 ที่สูงที่สุด และจากนั้น คือ หายนะ จนจบ Wave C -- ทั้งหมดที่กล่าวมา "คุณไปศึกษา ทฤษฎี Wave เพิ่มเติมครับ จาก Internet ก็มีมากมาย ลองไปดู" ....แต่จุดที่ผมสนใจคือ มันแสดงการ "เกิดดับของตลาด เป็นรอบๆไป" และ มันแปลกมากๆ ที่สุดท้ายทุกอย่าง มันวนเวียนกลับมา ดังคำพูดที่ว่า History Repeat itself ... จึงกลายเป็นว่า ผู้ใดที่ศึกษาประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง และเข้าใจ คนผู้นั้น จะเป็นนักลงทุนระยะยาวชั้นยอดได้เลยทีเดียว ... ถูกต้อง!! นั่นเป็นที่มาของ การศึกษา ประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ โลก และของไทย ผ่านหนังสือที่ผมเขียนเป็น Series ตั้งแต่ แกะรอยหยักสมอง มาจน ฟรีด้อมเทรดเดอร์ ...ความมันส์คือ ยิ่งผมศึกษา ประวัติของตลาดหุ้น มากเท่าไหร่ มันยิ่งตอบย้ำความเข้าใจที่มีต่อตลาด มากขึ้นเท่านั้น ... แม้วันนี้ผมอาจจะไม่รู้เรื่องทั้งหมด แต่ผมก็พอจะเริ่มประติดประต่อภาพต่างๆ ได้เข้าใจในระดับนึงเลยทีเดียว

(ดูที่กราฟ) ลองดู 3 รอบ ที่ผ่านมา ... ขึ้น 1 2 3 4 5 a b c จนจบทุกรอบ ... และรอบที่ 3 มาจบที่ปี 2008 ช่วง Sub-prime พอดี ..เวลานั้น ตลาด Oversold สุดๆ ใน RSI "แปลว่า คนที่กลัวทุกคนในเวลานั้นที่จะขาย เขาได้ขายไปหมดแล้ว และนั่นคือ จุดที่ Oversold ที่สุด และต่ำที่สุดของตลาดหุ้น ในรอบนี้ ..ดังนั้น จากนี้ไป จะไม่มีราคาหุ้นที่ต่ำกว่าจุด 2008 ตราบเท่าที่ รอบการขึ้นครั้งใหม่ ในรอบนี้ (รอบที่ 4 ของตลาดหุ้นไทย) ยังไม่จบ ..."แปลว่าอะไร" ...ก็แปลว่า ถ้ามองจาก Momentum Indicator อย่าง RSI ในภาพใหญ่ยักษ์ มันแสดงให้เห็นเลยว่า การขึ้นมาสองปีที่ผ่านมา 2009 - 2010 มันเป็นเพียง Wave 1 ครั้งใหม่เท่านั้นเอง (ตรงนี้อย่าเอาราคามาเทียบ แต่ให้เอา RSI มาเทียบ เพราะเราเทียบด้วยราคาไม่ได้ แต่เราเทียบด้วยสัดส่วนที่เป็น Scale ได้นั่นเอง)

ณ เวลานี้ ตลาดปรับฐาน เข้าสู่ Wave 2 ...คือ "ปรับฐาน" ว่างั้นเถอะ ...ประเด็นคือ ไม่มีใครรู้ว่า มันจะปรับฐานอีกนานเท่าไหร่ ... "ซึ่งการปรับฐานจะจบสิ้นได้ ราคาต้องทำ New High และพุ่งทะลุทะลวง จนกลายเป็น Wave 3 นั่นเอง ... "เมื่อภาพใหญ่เป็นเช่นนี้ มันชี้ให้เราเห็นได้ว่า การจะรวยจากตลาดหุ้นจากนี้ไป มันทำได้สองวิธี"

คือ หนึ่ง คุณ เก็บหุ้นที่ขึ้นไม่เยอะ ยังไม่ขึ้นเลย แต่มีพื้นฐานดี มาใส่ Stock Wish List แล้วรอซื้อทุกครั้งเมื่อตลาดลงหนัก เพราะ คุณรู้ว่าตลาดในภาพใหญ่ ยังไงต้องไปต่ออีกไกล คือ ต้องมี Wave 3 และก็ต้องมี 4 และ มี 5 ที่สุดยอด Bubble จากการย้ายความเจริญมาสู่ Asian Miracle 2 ในรอบนี้นั่นเอง ... วิธีแรกนี้ก็คือ หาจังหวะออมในหุ้นดี ซื้อเวลาแย่ แต่ไม่ขายเลย ...รอไปขายครั้งเดียวเมื่อถึง Bubble ในภาพใหญ่ (ซึ่งถ้าดูจากอดีต คือ ก่อนที่ราคาจะลง จะต้อง ทำ Bearish Divergence ของราคาในภาพใหญ่ คือ ราคาขึ้น แต่ กำลัง "RSI" มันลงสวนทาง --- ถามว่า ณ เวลานี้ คุณดูที่ ราคากับ RSI ซิครับ ..มันแค่เริ่มต้นของ รอบใหญ่นั่นเอง ...ดูให้ลึกๆ และเทียบกับรอบก่อนหน้า!!)

สอง "เล่นรอบเล็ก" ...ก็คือ การศึกษา Technical แล้วเทรด ทำกำไรในภาพที่เล็กกว่าภาพนี้ ...แต่ตรงนี้ต้องเข้าใจ Technical นะครับ ถึงจะเล่นได้

ที่กล่าวมา "ไม่มีอะไรการันตีว่า สิ่งที่ผมมองมันผิดหรือถูก ...ก็ขอให้เพื่อนๆ ไปลองศึกษากันดูลึกๆ ว่าสิ่งที่ผมพูด มันวางอยู่บน Logic ของอะไร ..ซึ่งไม่แปลก ที่สุดท้าย ทุกคนจะมีแนวทางการลงทุนไม่เหมือนกัน" ..ฮ่า ฮ่า ไม่งั้น คงไม่มีคนที่รวยมากๆ และ คนที่เจ๊ง ในตลาดเดียวกัน

เอาล่ะครับ สู้ สู้ ...ช่วยให้ศึกษา และ แบ่งปันความรู้ ...เพื่ออนาคตของ Thailand Investment Center of ASEAN --- ฮ่่า ฮ่า นั่นแหละฝันของผมเลย ...ถ้าเมืองไทยมีคนเก่งการลงทุนเยอะๆ เราอาจเป็นศูนย์กลางการลงทุนของ ASEAN ก็ได้ ...อยากเห็นวันนั้นจริงๆ (สู้ สู้ ครับเพื่อนๆ)

4 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ4 กุมภาพันธ์ 2555 11:45

    ดูแล้ว เห็นอดีตนักล่ารางวัล แล้วไปโดนนายพราน เอากับดักมาดักจับ แถวๆๆ 1700-1800 แล้วสยอง

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ4 กุมภาพันธ์ 2555 12:01

    สรุปว่าจบเวฟ2 เตรียมขึ้น 3-3-3 Asian Miracle?

    ตอบลบ
  3. แสดงว่าปรับฐานเตรียมขึ้น wave 3

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ5 กุมภาพันธ์ 2555 15:14

    หลังกึ่งพุทธกาล ยักษ์นอกศาสนาจะรบรากันจนตายกันไปฝ่ายละครึ่ง. ผมว่าวิกฤติต้มยำกุ้งคงจะไม่หนักเท่าสงครามโลก รอวันนั้นดีกว่า ถ้าอยากเป็นvi

    ตอบลบ

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ