แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เงินล้าน เขาหากันอย่างไรเหรอ



‘เงินล้านแรก หายังไง มาดูวิธีกัน’


หาเงิน มี 2 ทาง คือ 


หนึ่ง ขายเวลาตัวเอง (อันนี้ก็คือเป็นลูกจ้าง จะมีเงินล้านก็ยากหน่อย เพราะเวลาเรามีจำกัด มันเพิ่มไม่ได้) ที่เพิ่มได้คือ ค่าตัว แต่ปัญหาก็คือ มันเพิ่มได้จำกัดอยู่ดี ดังนั้น เส้นทางนี้มีเงินล้านยากครับ


สอง ขายของ (อันนี้มีโอกาสเป็นไปได้ เพราะยุคนี้ เราให้คนอื่นช่วยขาย หรือ ขายมันออนไลน์ ก็พอจะจัดการได้) มาลองคำนวณกันว่า ขายยังไง


- ของ 10 บาท ต้องขาย 100,000 ชิ้น (ขายหมูปิ้งแสนไม้ ลองคำนวณว่า กี่วัน หรือ จะลงทุนเพิ่มรถเข็น จ้างคนมาช่วยขาย ..คุ้มป่าว ?)


- ของ 100 บาท ต้องขายได้ 10,000 ชิ้น (โจทย์หินพอๆ กัน ทำอาหารกล่องอย่างแพง ต้องทำหมื่นกล่อง ..ฮึมม !!)


- ของ 1,000 บาท ต้องขายได้ 1,000 ชิ้น (ลองคิดซิ สินค้าอะไรกำไร 1,000 บาทต่อชิ้น ...กาแฟ Starbucks ยังไม่ได้เลย ...อะไร กำไรชิ้นละพัน ลองคิดดู?)


- ของ 10,000 บาท ต้องขายได้ 100 ชิ้น (เออ !! ร้อยชิ้น เริ่มพอเห็นทาง แต่ประเด็นเหมือนเดิม ขายอะไรกำไรชิ้นละหมื่น ...ถ้าขายตัวเรา จบปริญญาตรี ทำทั้งเดือนเลย หมื่นกว่าบาท ...ถ้าทำ 100 เดือน ก็ แปดปี ไม่ใช้เงินเลย ก็จะได้ล้านนึง)


- ของ 100,000 บาท ต้องขายได้ 10 ชิ้น (อันนี้ภาพ รถยนต์ หรือ สร้างบ้านขาย ก็ไม่ใช่จะขายง่ายๆ ...ด้วยทุนเราเองไม่น่าทำได้ ต้องกู้หนักเลยทำระดับนี้)


- ยากไหม ? ...ใช่ยาก!! ที่ยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อจะบอกว่า แค่เงินล้าน ถ้าวางแผนไม่ดี ทั้งชีวิตยังหาไม่ได้เลย


แล้วสงสัยไหมครับว่า คนที่รวย ร้อยล้าน , พันล้าน , หมื่นล้าน , แสนล้าน พระเจ้าช่วยกล้วยทอด เขาทำกันยังไง ?


สินทรัพย์ครับ ...เขาสร้างสินทรัพย์แล้วขายในราคาที่สูง ...สร้างธุรกิจ / ลงทุนในหุ้น / สร้างอสังหา / ปั้นบริษัทเข้าตลาด / ลงทุนในธุรกิจ ...จะบอกว่า เกมนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ได้มีสอนในโรงเรียน เราเลยไม่ค่อยเห็นคนรวยมากๆ 


ลองตั้งโจทย์กับตัวเองว่า จากวันนี้ไป เราจะต้องเชี่ยวชาญเรื่องสินทรัพย์ เพราะเรื่องนี้มันสร้างมหาเศรษฐี ...ตั้งโจทย์ - หาความรู้ แล้ว ลุยครับ


‘ช้าไปไหม ที่จะเริ่มเรียนรู้เรื่องสินทรัพย์วันนี้ ? ...ไม่ช้าหรอกครับ เพราะคนอีก 99% ของโลก ยังไม่เคยรู้เลยว่า ผมพูดถึงอะไร ...รู้วันนี้คุณก็คือ คนที่เลือกเส้นทางการเป็นคน 1% ของโลก’ 


...อย่ารอ เริ่มเรียนรู้เลยครับ 


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ซื้อของให้น้อยลง ซื้อประสบการณ์ชีวิตให้มากขึ้น



ไปเจอ idea น่าสนใจอันนึง ที่เรียกตัวเองว่า Minimalist คือ ‘แนวคิดของการใช้ชีวิตแบบซื้อของให้น้อยสุด ทำให้มีเงินเหลือไปใช้กับประสบการณ์ชีวิตแทน’


เราอาจไม่เห็นด้วยทั้งหมด (เพราะทางสายกลาง ยังไงก็ดีกว่าความสุดโต่ง) ...แต่ก็มองว่า เป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่หลายคนบ่นว่า เก็บเงินไม่ได้ ..หรือ ซื้อของที่ไม่จำเป็นจนรกบ้านไปหมด


แนวคิดนี้ ดีกับคนอายุน้อย ที่อยากจะสร้างตัวได้ ดังนี้


1. ในช่วงที่เราเงินน้อย เรามักซื้อของที่ไม่ใช่สินทรัพย์ ..การสะสมของเหล่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปเราจะพบว่า ของเหล่านั้นส่วนใหญ่คือขยะ 


2. การที่เราเสียเงินจำนวนมากสะสมขยะ ทำให้เราไม่มีเงินเหลือเก็บ มาสร้างชีวิต สร้างตัว


3. การหัดทิ้งของที่ไม่จำเป็น หรือ ยกให้คนอื่น จะทำให้เรามีสติมากขึ้น ก่อนที่จะจ่ายซื้อ ‘จะได้เสียดาย ไม่ซื้อซะแต่แรก’


4. เงินเหลือสามารถเอาไปซื้อประสบการณ์ ไปท่องเที่ยว เรียนรู้โลก ไปหาแรงบันดาลใจ เพื่อเป็นวัตถุดิบแห่งความสำเร็จในอนาคต


5. มีเงินเหลือไปลงทุน สร้างพอร์ตการลงทุนที่เลี้ยงเราในอนาคต


ยุคนี้เราหลงระเริงไปกับ สินค้าและทางเลือกที่มากมาย จนลืมไปว่า ของที่เราซื้อมาส่วนใหญ่เราไม่ได้ใช้ ...ถ้าหากเราเปลี่ยนเงินที่ใช้ซื้อ สิ่งเหล่านั้น เป็นประสบการณ์ หรือ เปลื่ยนเป็นสินทรัพย์ เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้นอย่างน่าตกใจเลยทีเดียว !!


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

5 ลำดับ ของความต้องการมนุษย์ และการสร้างความมั่งคั่ง



‘ใช้เงินให้ตรงความต้องการที่แท้จริง’ ...มีความสงสัยว่า เรากระโดดข้ามขั้นได้ไหม ?


วันนี้เอา Maslow มาให้ดู ..ลำดับความต้องการของมนุษย์ - อันนี้แบ่งเป็น 5 ขั้นตามลำดับ คือ 


หนึ่ง : มีกิน มีที่อยู่ มีปัจจัย 4 มีมือถือ และมีเน็ต 


สอง : มีความมั่นคงในชีวิต ..ตรงนี้ผมมักพูดเรื่อง ออมในหุ้น มันตอบโจทย์เรื่องเงินของคนได้ (แต่คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำ ..เอาแค่รู้คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้เลยว่า เงินในหุ้นดี ไม่ต้องขาย ให้มันโตไปเรื่อยๆ ปันผลก็โต นี่แหละ ยิ่งทนทำ ยิ่งมีอิสรภาพทางการเงิน ..ไม่ใช่มานั่งลุ้นซื้อๆ ขายๆ มันคนละเรื่องเลย - ก็คิดง่ายๆ ว่า อยากได้ความมันส์ หรือ อยากได้ความมั่นคง ก็ต้องเลือกเอา)


สาม : ความรัก ขั้นนี้ทุกคนโดดข้ามมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ปัญหาคือ จะรักกันเพียงใด ถ้าไม่มีความมั่นคงทางการเงิน ชีวิตคู่ก็ไปไม่รอด (รากฐานปัญหาของครอบครัว หลักๆ มาทางเรื่องเงินนั่นแหละ)


สี่ : อำนาจ หรือ Self-Esteem อันนี้คือ ‘หน้าตา’ ยุคนี้คนส่วนใหญ่ก็โดดข้ามมาขั้นนี้กันเลย ..รูดบัตรยอมเป็นหนี้ ซื้อของหรูหรา เพื่อใช้ไม่น้อยหน้าใคร (แต่เอาจริงๆ เราลืมคิดไปว่า คนอื่นไม่ได้แคร์ใครหรอกว่าจะ ไฮโซ หรือ ไม่ไฮโซ เพราะแค่แคร์เรื่องของตัวเอง ก็ไม่มีเวลาไปสนใจคนอื่นแล้ว ...ดูเรื่องดาร์มา เรื่องฉาว ที่คนพูดทั้งเมือง แป๊บเดียว คนก็ลืมแล้ว - ใช่!! ยุคนี้ อย่าหน้าบาง อย่าซื้อของเพื่อโชว์คนอื่น อย่าใช้ชีวิตเพื่อโชว์ ..แล้วชีวิตจะง่ายขึ้น ดีขึ้น)


ห้า : เรื่องการให้ และการเข้าใจยอมรับในความเป็นมนุษย์ ..ขั้นนี้ จะกระโดดเข้ามาเลยก็ได้ ..แต่จริงๆ ควร ให้ตัวเองมีความมั่นคงทางการเงินในระดับนึงก่อน ...’ก่อนจะให้ เราต้องเต็มก่อน’ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเงิน ..เราเต็มเรื่องไหน ก็ให้เรื่องนั้น ...มิตรเยอะ แบ่งมิตร ..มีกำลังเยอะ แบ่งกำลัง ...ความรู้เยอะ แบ่งความรู้ 


ข้อดีของยุคนี้คือ เป็นยุคยิ่งให้ ยิ่งได้ ...โอกาสยุคนี้ เกิดจากการแชร์ และการแบ่งปัน


การเข้าใจ ลำดับขั้นความต้องการทั้ง 5 ขั้น นี่ช่วยให้เรามีสติมากขึ้น ...เราจะได้รู้ว่า เราจ่ายเงิน อย่างฉลาดหรือไม่ ?


บางคนใช้เงินขั้นที่ 1 มากไป ซื้อของที่ไม่ได้ใช้จริงๆ เยอะ มันก็ไม่จำเป็น หรือ บางคนใช้เงินเพื่อโชว์ ขั้นที่ 4 มากไป ก็ไม่จำเป็น ...บางคนคิดว่าเงินซื้อขั้นที่ 3 ซื้อความรักได้ อันนี้ก็ไม่ใช่ ...ขั้นที่ 2 ความมั่นคงในชีวิต ยุคนี้ มันคือ ความมั่นคงทางการเงิน ...ออมในหุ้นนี่ตอบโจทย์ได้ค่อนข้างดี แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้เปิดบัญชีหุ้นเลย แปลกไหม ?


มีคนถามผมว่า ‘พี่แพ้ท ถ้าทุกคนคิดเรื่อง ออมในหุ้น แบบพี่แพ้ท แล้วมันจะ work เหรอ ..ทุกคนรวยหมดจะเป็นไปได้เหรอ ?’


คิดง่ายๆ นะ คนไทยที่มีบัญชีหุ้น มีไม่ถึง 1% จากประชากรไทย 70 ล้านคน มีบัญชีหุ้น 1.4 ล้านบัญชี ..ซึ่งที่เปิดบัญชีน่ะ เจ๊งใน 6 เดือน คือ เข้ามามั่วๆ ซื้อหุ้นเน่า ในข่าวดี จากนั้น ผ่านไป 6 เดือน ก็จะติดหุ้น เจ๊ง เลิก ...คนที่เหลืออยู่รอดในตลาดหุ้น มีแค่ ไม่กี่แสนบัญชี ...แล้วในแสนบัญชี ส่วนใหญ่ก็เล่นหุ้นสั้นๆ 


ลองคำนวณดู จะเข้าใจเลยว่า มีคนจำนวนน้อยมากๆ ที่เข้าใจ หลักการออมในหุ้นที่ผมสอน ...นี่แหละคนส่วนน้อยของจริง ในทุกประเทศทั่วโลก


เส้นทางเศรษฐี มันแค่เอื้อม แค่นั้นแหละ - รู้แล้วต้องศึกษา และ ลงมือทำ


สู้กันไป ..สู้ สู้


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม




วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560

6 ขั้นของ ความต้องการสูงสุดของมนุษย์



‘ชีวิตเรากำหนด ความสำเร็จได้จริงหรือ’


ก่อนอื่นต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่า ‘เงิน’ แม้จะเป็นสิ่งทุกคนต้องการมากที่สุด แต่เงินไม่ใช่ทั้งหมดของความสำเร็จ


ลองถามตัวเองดูซิครับว่า ตัวเรามองอะไรเป็นความสำเร็จบ้าง


- ได้เดินทางเที่ยวรอบโลก


- มีบ้านสวยๆ อยู่


- มีคอนโดในเมืองสักห้อง


- มีรถดีๆ ขับ


- ได้กินหาอาหารดีๆ ติดมิชเชอลิน


- มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่


- มีรองเท้าดีๆ 


- มีเข็มขัด Hermes สักเส้น


- มีมือถือ iPhone เปลี่ยนทุกๆ รุ่น


- สามารถส่งลูกเรียนอินเตอร์ปีละล้านได้ 


- มีกระเป๋าแพงๆ 


- มี ...


รู้สึกไหมว่า กว่าจะ List ออกมาจบ เราก็ติดหนี้กันหัวบานแล้ว แต่ยังมีไม่ครบที่เรียกว่า ประสบความสำเร็จเลย ...ถ้าเรามองย้อนไปในอดีต คนเราสำเร็จง่ายกว่านี้ ใช่เงินน้อยกว่านี้ แถมมีความสุข ไม่เครียดเท่าทุกวันนี้ 


ผมอยากเอา ‘ระดับความต้องการของมนุษย์ของ Tony Robbin มาแชร์ให้ดูกัน’


Tony แบ่งความต้องการของคนเราเป็น 6 ขั้น ดังนี้


ขั้นที่ 1 : Certainly คือ คนเราต้องการความมั่นคง มีกิน มีความปลอดภัยในชีวิต ..ในอดีต ใครมีขั้นนี้ ก็เรียกได้ว่า ประสบความสำเร็จแล้ว แต่ยุคนี้ไม่พอ ไปดูขั้นที่ 2 เลย


ขั้นที่ 2 : Variety เมื่อเรามีกินแล้ว เราชีวิตปลอดภัยแล้ว เราก็ต้องการ ‘ทางเลือก’ หรือ ความหลากหลาย  ..ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ ซื้อของ และ ใช้เงินมากมาย ถึงขั้นยอมเป็นหนี้ เพราะขั้นนี้แหละ


ขั้นที่ 3 : Significant พอเรามีทางเลือก มีของเต็มบ้าน เราก็จะเริ่มอยากมีความสำคัญ ...คนพอมีเงินแล้ว จะเอาเงินมาซื้ออำนาจ ...เราถึงเห็นคนมาเล่นการเมืองนั่นเอง 


ขั้นที่ 4 : Love and Connection อันนี้คือ ครอบครัว ...เหนืออำนาจ ก็คือ การที่เราถูกรักโดยคนที่สำคัญต่อเรา ...ขั้นนี้เงินเริ่มซื้อไม่ได้แล้ว เลยเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ (คนรวยหลายๆ ครอบครัว ตกม้าตายเรื่องนี้ เพราะเงินมาทำให้ทุกคนสบาย แต่ไม่ได้ทำให้ครอบครัวมีความสุข)


ขั้นที่ 5 : Growth การเติบโต ...คนเราจะเติบโต ได้ด้วยการมีปัญญาที่เพิ่มขึ้น ..เข้าใจโลกที่มากขึ้น เรียนรู้และเติบโตจากความผิดพลาด ...การยอมรับความจริงของชีวิต คือ ไม่มีใครได้อะไรมา โดยที่ไม่เสียอะไร ‘ถ้ากายสบาย ใจจะทุกข์ แลกกันเสมอ’


ขั้นที่ 6 : Contribution ..คือ สุขจากการทำเพื่อคนอื่น ...บางครั้ง การลดเงินที่มีอยู่ ใจจึงสุขมากขึ้น ...คนที่รวยและสำเร็จมากๆ ในโลกจึงยอมสละเงินและเวลาตัวเอง เพื่อช่วยคนอื่น


จะเห็นได้ว่า ‘ความสำเร็จของคนเรา อยู่ที่เราเลือกที่จะเดิน’ ...มองทางเดินให้ชัด แล้วใช้ชีวิตเราให้ฉลาดเลือก ฉลาดเดิน


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560

อะไรคือ ความพร้อมที่เรียกว่า พร้อมรวย



‘อะไรคือ สิ่งที่ใช้ยกระดับความเป็นอยู่ของคน ?’


ถ้าถามแบบนี้ ส่วนใหญ่จะตอบว่า เงิน ...แต่คำตอบนี้ถูกครึ่งเดียว


เพราะเงินถ้าได้มาในเวลาที่เราไม่พร้อม เราจะเสียมันไปในที่สุด ...ยกตัวอย่าง คนที่ถูกหวย ทำไมได้เงินมาเยอะ แต่ท้ายสุดกลับไปจนเหมือนเดิม - ก็เพราะได้เงินมาในเวลาไม่พร้อม (ไม่พร้อมที่จะดูแลเงินนั้น เงินเลยไม่อยู่กับเรา) 


หรือ คนที่ได้รับธุรกิจต่อจากพ่อแม่ แต่ตัวเองไม่พร้อม สุดท้ายธุรกิจก็แย่ลง จนไม่เหลืออะไร ..ซึ่งไปตรงกับ คำสาบธุรกิจครอบครัว ที่ธุรกิจส่วนใหญ่จะอยู่ไม่เกิน 3 Generation ..ปู่สร้าง พ่อรักษา ลูกผลาญ ..ก็เพราะไม่พร้อม !!


แล้วคำว่า ‘พร้อม’ คืออะไร ?


คำว่า ‘พร้อม’ คือ ‘มีความรู้พร้อม’ นั่นเอง


ที่พูดว่า ความรู้พร้อม มันไม่ใช่แค่เราเรียนจบอะไรมา  เรียนเก่ง หรือ ไม่เก่ง แต่มันเป็นเรื่องของความรู้ที่เกิดจากความเข้าใจลึกซึ้งในงานที่เราทำ


มีเรื่องนึงอยากจะเล่าให้ฟัง ...สมมุติคนๆ นึง มีอาชีพ ขายของตามห้าง (พนักงานขาย) ...การที่คนๆนี้จะ ชีวิตดีขึ้น ไม่ใช่เพราะเขาซื้อหวย แล้วได้เงินมาเปลี่ยนชีวิต แต่มันตรงข้ามเลย ...ถ้าอยากทำงานได้ตำแหน่งดีขึ้น เงินมากขึ้น สิ่งที่ต้องทำคือ การศึกษาในสิ่งที่ขายให้เชี่ยวชาญ 


เช่น ขายคอม ก็ต้องรู้เรื่องคอมให้มาก ..ลูกค้าถามอะไรแนะนำได้หมด ...จนลูกค้าเชื่อใจ ..การหาความรู้ในงานที่ตัวเองทำให้เก่งนี่แหละที่เรียกว่าความพร้อม ...และเมื่อเราพร้อม เดี๋ยวเราจะมีโอกาสในชีวิตที่ค่อยๆ ดีขึ้น ...ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้า ...ได้โอกาสที่มากขึ้น 


สิ่งที่สำคัญ คือ เราต้องเพิ่มความรู้ในสิ่งที่เราทำ


ที่คนพูดกันว่า ต่อไป บางงานจะหายไป มีเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์มาแทน ...ก็จริง แต่สิ่งที่แทนไม่ได้คือ คนที่เชี่ยวชาญในแต่ละงาน ...เทคโนโลยีจะมาแทนเฉพาะงานทั่วไป แต่งานที่อาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญ จะแทนไม่ได้


- สื่อต่อไปจะแย่ แต่คนที่เป็น Top ในธุรกิจสื่อก็จะคงอยู่ได้ เพราะมือสมัครเล่นหายไป พอคู่แข่งหาย คนที่มืออาชีพก็จะยังมีที่ยืนต่อไป


- ค้าปลีกจะแย่ แต่ก็ไม่ได้แย่ทั้งหมด มืออาชีพก็ยังอยู่ได้


- อุตสาหกรรรมเพลงเปลี่ยน แต่คน Top ก็ยังมีที่ยืน


พูดง่ายๆ ว่า ‘เทคโนโลยีจะมาแทนแรงงาน ที่ทำเล่นๆ มือสมัครเล่น ที่ไม่ได้รู้จริง ...ดังนั้นความรู้ จึงเป็นความพร้อมที่คนยุคนี้ต้องเร่งพัฒนาตัวเองให้เป็นที่พึ่งของคนอื่น’


ตอบคำถาม สิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของคนเราอย่างแท้จริง ก็คือ 


1. เราพัฒนาความรู้ของเราให้พ้นความเป็นมือสมัครเล่น ไปสู่ความเชี่ยวชาญและความเป็นมืออาชีพ


2. เราพัฒนาความรู้ของเราให้เป็นที่พึ่งของคนอื่นในงานที่เราเลือกทำ


3. เราพัฒนาความรู้ของเราให้คนอื่นไว้วางใจ (นักขายที่เก่ง ไม่ใช่คนพูดเก่ง แต่เป็นคนที่มีความรู้มากต่างหาก)


4. เราพัฒนาความรู้ของเรา จนสามารถอธิบายเรื่องยากให้มันเข้าใจง่าย


5. เราพัฒนาความรู้ของเราให้เราดีที่สุด ในจุดที่เราเลือกยืน


‘ความรู้’ ที่รู้จริง จะดึงดูดโอกาส ดึงดูดโชคดี และเปลี่ยนชีวิต เพราะ ‘รู้จริง’ จึงดึงดูดเงิน และรักษามันเอาไว้ได้


เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนจากด้านใน ไม่ใช่ด้านนอก


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม




วันพุธที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ถังใส่เงินของคุณอยู่ไหน ? หาดูซิ



‘ถังใส่เงินของคุณอยู่ที่ไหน ?’


โลกเราตลกมาก คือ ทุกคนอยากรวย แต่ปัญหาอยู่ที่ไม่มีใครบอกเคล็ดลับว่า จริงๆ มันไม่ได้ทำอย่างที่คนส่วนใหญ่คิด ..ทำงานหนักเหรอ ? ...เรียนเก่ง ? ...ก็ส่วนนึง ..แต่ประเด็นสำคัญสุดคือ ‘คุณต้องเข้าใจกลไกของเงิน!!’


1. เงินเหมือนน้ำ อยู่รอบตัว ..มองไปรอบตัวสิ ทุกอย่างมีค่า มีราคา แต่ไม่ใช่ของเรา ..นั่นแหละ คิดดูซิ น้ำมีเยอะแยะ ฝนตกก็มีน้ำมากมาย - ทำไมไม่ใช่ของเรา ?


2. คนรวยมีถังไว้รองน้ำ แต่คนส่วนใหญ่พยายามใช้มือสองข้างรีบตักน้ำให้เข้าตัว ...ใช่!! คนรวยเขาใช้เวลาส่วนใหญ่สร้างภาชนะเอาไว้ตักน้ำที่มีรอบตัว ..เวลาส่วนใหญ่ทุ่มให้กับการสร้างภาชนะตักน้ำ 


3. คนส่วนใหญ่พยายามรีบตักน้ำตั้งแต่ยังไม่มีภาชนะ พยายามใช้สองมือตักน้ำ ก็เหมือนคนทำงานหนัก แต่ได้เงินนิดเดียว ..ได้มาก็เก็บไม่อยู่ เพราะน้ำที่ใช้มือตัก ยังไงมันก็รั่วไหลออกไปหมด ...อันนี้เปรียบให้เห็นภาพของคนเก่ง แต่เดินผิดทาง 


4. คำถามที่น่าสนใจ คือ ภาชนะใส่น้ำ หรือ ถังใส่เงินที่เอ่ยถึง มันคืออะไรกัน ? ....มันก็คือ พอร์ตการลงทุน ของแต่ละคน แต่ไม่ใช่พอร์ตหุ้นที่ซื้อมาขายไป หากแต่เป็นพอร์ตที่ออมในหุ้น ซื้อแล้วไม่ขาย - ใช่!! การซื้อแล้วไม่ขาย(ออมหุ้น) ถึงจะเก็บเงิน เก็บน้ำให้เพิ่มพูนตามกาลเวลา


5. แทนที่จะก้มหน้าก้มตาหาเงิน ให้เริ่มสร้างพอร์ตการลงทุนที่ซื้อแล้วไม่ขาย ...สินทรัพย์ในโลก มี 2 แบบ คือ แบบนึงไม่ให้ปันผล เช่น ทอง ที่ดิน ..อีกแบบให้ปันผลด้วย เช่น หุ้น อันนี้ดีสองเด้ง ได้ทั้งมูลค่าขึ้น แถมได้ปันผลเพิ่มขึ้น ...ให้สร้างพอร์ตเราให้เป็นถังเก็บเงิน ที่ให้ทั้งมูลค่าเพิ่ม และ ปันผลเพิ่ม


มันไม่ยากเลยที่ จะเริ่มสร้าง ถังใส่เงิน ...ต้องเริ่มหาความรู้การลงทุนในหุ้น ..อย่ามัวแต่ก้มหน้าใช้มือทั้งสองตักเงิน วิธีนั้นไม่รวยครับ 


สร้างภาชนะใส่เงิน ด้วยการใส่ความรู้ เข้าไป


คิดดีๆ รู้ตอนนี้ก็ไม่สาย เพราะวันนี้คนส่วนใหญ่ก็ไม่รู้อยู่ดี ...ทุกวันนี้คนไทย 99% ไม่มีพอร์ตหุ้น ...ประชากร 60 ล้านคน บัญชีเงินฝาก 88 ล้านบัญชี แต่มีบัญชีหุ้น 1.4 ล้านบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพอร์ตเล่นสั้น 


แปลว่า วันนี้จากคน 60 ล้านคน มีคนไม่ถึงแสนคน ที่เริ่มออมในหุ้น เริ่มมีถังใส่เงิน แบบจริงจัง


‘เส้นผม บังภูเขา ของความร่ำรวย ...ผ่านได้ ลงมือทำ ก็สร้างตัวได้ครับ’


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

วันอังคารที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560

25 วิธี ดูว่าคุณคือ Alpha หรือไม่ !!



“อยากเอาเรื่อง Alpha มาเล่าให้ฟัง” ...ในทุกสิ่งมีชีวิต จะมีจ่าฝูง มีหัวหน้า เช่น ฝูงลิง ฝูงหมาป่า ก็จะมีจ่าฝูง 


...เรื่องที่น่าสนใจก็คือ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย แม้นสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลง จากการฆ่าเพื่อเลี้ยงชีพ มาสู่การสู้เพื่อเอาตัวรอด มาจนยุคปัจจุบัน ..สู้เพื่อความสำเร็จ 


Alpha มักจะมีลักษณะที่คล้ายๆ กัน (แบบดูโหงวเฮ้ง แล้วรู้เลย - ไอ้นี่มันลิงจ่าฝูงนี่ !!!!)


...ลองดูซิว่า ใน 25 ข้อนี้ คุณมีกี่ข้อ ที่บ่งบอกว่าเป็นจ่าฝูง


เดี๋ยวนะ ..แล้วเป็น Alpha มันดียังไงล่ะ ? ...ก็ดีตรงที่ว่า คนอื่นยอมรับให้คุณนำหน้า ให้เป็นผู้นำ ...เราจะไม่รู้สึกหงุดหงิดหากหัวหน้าได้เงินเดือนมากกว่าเรา ใช้รถดีกว่าเรา หรือ กินก่อน ..พี่กินเลยครับ ไม่ต้องรอ !! - นั่นเพราะหัวหน้าเราก็คือ Alpha ในที่ทำงาน


เอาล่ะมาดูกัน คุณมีกี่ข้อ


1. ‘คุณเป็นคนสม่ำเสมอ’ มุ่งมั่น ทำให้เสร็จจนได้ แม้ว่าคนอื่นจะเลิกไปแล้ว คุณก็ยังมุ่งมั่นทำสม่ำเสมอ ..จะเรียกว่า ‘มืออาชีพ’ ก็ได้นะ


2. ‘คุณสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวคุณได้ ด้วยตัวเอง’ ..ตรงนี้เหมือนง่าย แต่เชื่อเถอะว่าแค่พึ่งตัวเองได้แถมดูแลครอบครัวเองนี่ โคตรแจ๋วแล้วในยุคนี้ 


3. ‘คุณพยายามรักษาหุ่นให้ดูดี’ อันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับหน้าตานะ ..ยุคนี้ความหล่อ อยู่ที่หุ่น นั่นแปลว่า คนหล่อยุคนี้สร้างเองจากความมุ่งมั่นและการออกกำลังกาย ไม่เกี่ยวกับหนังหน้าหรือพ่อแม่ให้มา แบบในอดีต


4. ‘คุณมีความกล้า’ ..ความกล้าไม่ใช่ความบ้า ..แต่คือ แม้กลัวแต่ก็ยอมรับ แล้วพยายามยืนหยัดผ่านไปให้ได้


5. ‘คุณเป็นคนมีอารมณ์ขัน’ และเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี ..นักธุรกิจหรือนักขายที่เก่งในยุคนี้ ล้วนเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี


6. ‘คุณมีเรื่องเล่า’ ..เล่าเรื่องเก่งก็ดีระดับนึง แต่จะดีกว่า ถ้าเรื่องนั้นมาจากประสบการณ์ตรง ..คนที่เป็น Alpha มักใช้ชีวิต ผ่านความล้มเหลว แล้วเดินต่อไม่หยุด ทำให้เขามีเรื่องสนุกๆ ของจริง ที่ใครๆก็อยากฟังเรื่องของเขา ...ใช้ชีวิตเป็นเรื่องเล่าขาน !!


7. ‘คุณกล้าหัวเราะในความผิดพลาดของตัวเอง’ ..คนที่กล้าหัวเราะในความผิดพลาด แปลว่า ผ่านได้แล้วเรียนรู้ ...เพราะถ้าผ่านไม่ได้ ไม่ยอมรับ ไม่เรียนรู้ คุณจะไม่มองสิ่งนั้นตลก แต่มันจะเป็นปมชีวิตแทน ...ความผิดพลาด แค่เรื่องตลก ที่เราเอาไปเล่าต่อ นั่นแหละ Alpha Male


8. ‘คุณเป็นคนถ่อมตัว’ ..คนที่เป็นของจริง จะไม่เคยยกตนข่มท่าน ...เพราะรู้ว่า ว่าเป็นสิ่งที่คนไม่จริงชอบทำ ...เขาจะถ่อมตัวเสมอ แม้ว่าคนอื่นจะให้เกียรติเขาแค่ไหนก็ตาม


9. ‘คุณเป็นคนกระหายการเรียนรู้’ ..เพราะความรู้นี่เองที่ทำ Alpha สามารถเข้ากับคนได้ทุกกลุ่ม คบค้าสมาคมกับคนที่หลากหลาย และ นำพาโอกาสต่างๆ มาสู่ชีวิต


10. ‘คุณรู้ว่าอะไรควรพูด’ ...คนเสียงดัง พูดมาก มักพูดไปเรื่อยๆ แต่ Alpha มักจะพูดน้อย แต่พูดมีเสน่ห์ เพราะทุกครั้งที่พูด เขารู้ว่าจะพูดอะไรที่มีประโยชน์บางอย่าง ...เลือกคำพูดและรู้ว่าอะไรควรพูด 


11. ‘คุณสนุกแต่อบอุ่น’ คุณเป็นคนที่เพื่อนอยากชวนไปดื่มด้วย คุยด้วย 


12. ‘คุณเป็นคนมีเป้าหมายชัดเจน’ ...คนส่วนใหญ่ไม่รู้เลยว่า เป้าหมายคืออะไร ก็พยายามใช้ชีวิตเพื่อค้นหาเป้าหมาย แต่ Alpha จะรู้ชัดเจนว่าเขามีเป้าหมายอะไร และ มุ่งมั่นทำเพื่อไปสู่เป้าหมาย ...ทุกวัน Alpha จะค่อยๆ เคลื่อนตัวใกล้เป้าหมายมากขึ้น เขาไม่ใช่แค่พูด แต่เขาทำ จนใครๆ ก็เห็นแบบนั้น


13. ‘คุณทำงานหนัก’ ..คุณรู้ว่าไม่มีความสำเร็จใดใดที่เกิดขึ้นจากการทำงานชิวๆ คุณจึงเลือกทำงานหนัก 


14. ‘คุณคือนักสู้’ นักสู้คือมุ่งมั่นต่อสู้ ...คนส่วนใหญ่ใช้เวลาเครียดกับอนาคต กลัวนั่น นู่น นี่ แต่คุณวุ่นอยู่กับการทำปัจจุบันจนไม่ต้องเครียดอนาคต ..เพราะคุณรู้ดีว่า ทำปัจจุบันให้ดี เดี๋ยวอนาคตดีมันตามมาเอง


15. ‘คุณไม่ชอบสู้เพื่อทำลาย แต่ก็ไม่กลัวถ้ามันจำเป็นต้องสู้’ ...Alpha ไม่ใช่นักเลงตามร้านเหล้า เพราะเขารู้ดีว่า การทำกร่างไม่สร้างประโยชน์อะไร ...แต่ถ้าจำเป็น คุณก็สู้ยิบตาเช่นกัน


16. ‘คุณมีแนวของตัวเอง’ ...คุณมีแนวโน้มที่ไม่ชอบตามเทรนด์ ไม่ชอบตามกระแส ...เลือกที่จะมีแนวของตัวเอง ทั้งการแต่งตัว การใช้ของ ก็ไม่ตามใคร


17. ‘คุณรู้คุณค่าของตัวเอง’ ...การรู้คุณค่าของตัวเอง มันแสดงจุดยืนที่ชัดเจน แม้ในบางครั้งอาจต้องยืนคนเดียวในจุดนั้น คุณก็ไม่กลัวที่จะยืดอกรับในจุดยืนของตัวเอง


18. ‘คุณให้เกียรติผู้หญิง’ โดยเฉพาะผู้หญิงข้างกายของคุณ ...คุณพร้อมที่จะสนับสนุนเธอทุกอย่างเพื่อให้เธอก้าวไปสู่เป้าหมายที่เธอวาดฝันไว้ ...และขณะเดียวกันคุณก็ไม่ทิ้งเป้าหมายของตัวเอง


19. ‘คุณไม่ชอบเกาะใคร’ คุณจะไม่ปล่อยให้ใครบงการชีวิตของคุณ โดยเฉพาะผู้หญิง คุณจะเลือกคนที่ให้เกียรติซึ่งกันและกัน มากกว่าจะเลือกคนมาคุมชีวิตคุณ


20. ‘คุณสร้างตัวเองให้มีคุณค่า’ เพราะคุณรู้ว่า คุณค่าคือสิ่งที่สร้างความสำเร็จ ...คุณจึงพัฒนาตัวเองให้มีคุณค่าและเป็นที่พึ่งของคนรอบข้าง 


21. ‘คุณชอบช่วยเหลือคนอื่น’ เพราะ Alpha รู้ดีกว่า การช่วยให้คนอื่นได้ในสิ่งที่เขาต้องการ มันคือ แก่นของความสำเร็จที่ยั่งยืน ...ยุคนี้การให้ ทั้งสร้างคุณค่าและทรงคุณค่าในระยะยาว 


22. ‘คุณใช้ชีวิตเป็นตัวอย่าง’ การสอนที่ดีที่สุดคือ ทำให้ดู ...Alpha จะใช้ชีวิตในแบบที่เป็นแบบอย่างให้คนอื่นได้เป็นแนวทาง และสร้างแรงบันดาลใจ


23. ‘คุณมักมองวิกฤต คือโอกาส’ มองความผิดพลาดเป็นการเรียนรู้เพื่อเติบโต ...สิ่งนี้พูดง่ายแต่ทำยาก ...คนที่ทำได้ สุดท้ายจะกลายเป็นผู้นำในทุกสิ่งที่เขาเลือกทำ


24. ‘คุณดื้อรั้น แต่เปิดใจเรียนรู้ในเวลาเดียวกัน’ ...ทุกความสำเร็จมันต้องมีความดื้อด้าน ไม่เสร็จ ไม่สำเร็จ ไม่ยอมเลิก ...แต่สิ่งที่ต้องมีควบคู่คือ การยอมรับฟัง และเปิดใจเรียนรู้ ...จึงจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนจนสำเร็จได้ในที่สุด


25. ‘คุณไม่คิดว่าคุณคือ Alpha’ เหมือนผู้นำ เขาไม่ได้พูดว่าตัวเองคือผู้นำ แต่ทุกสิ่งที่เขาทำ มันทำให้ทุกคนชี้นิ้วมาที่เขาแล้วยอมรับว่า ‘ให้เขาเป็นผู้นำ’


การถ่อมตัว การสู้ไม่ถอย การรับฟังเปิดใจเรียนรู้ การช่วยเหลือผู้อื่น การมุ่งสร้างคุณค่า ความกล้าท่ามกลางวิกฤต และรู้เป้าหมายของตัวเอง ล้วนแล้วแต่เป็นวิถีของการ นำชีวิตที่มี่คุณค่าของคุณให้มีประโยชน์ต่อผู้อื่น จนเป็นตำนาน ...นี่แหละ Alpha


ลองดูซิว่า เรามีกี่ข้อแล้ว ....ใช่ !! ผู้นำ ไม่ใช่เกิดมาเป็น แต่มันคือ การเลือกใช้ชีวิต เลือกทางเดินในแบบผู้นำ


ชีวิตแบบไหน เรานั่นแหละ คือ ผู้กำหนด !!


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม






วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ยุคนี้ทำงานไม่มีเกษียณ ควรเปลี่ยนตัวเองยังไง



“เรากำลังเข้าสู่ยุคที่ ทำงานไม่มีวันเกษียณ ควรเตรียมตัวอย่างไร ?”


ทุกวันนี้ผมเดินสายคุยกับนักศึกษาและเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ (คนที่รับช่วงธุรกิจต่อจากรุ่นพ่อแม่)


นอกจากผมจะให้ความรู้ ผมก็ได้มุมมองใหม่ๆ จากนักเรียนก็คือ


 “โลกมันเปลี่ยนแล้วครับอาจารย์ ...และถ้าอยากรู้ว่าเปลี่ยนยังไง ให้สังเกตที่คนยุคนี้เขาคิดและใช้ชีวิตกันยังไง นั่นแหละคำตอบ’


1. เตรียมทำงานตลอดชีวิต ...หมดยุคที่จะต้องมานั่งเครียดรีบหาเงินเยอะๆ เพื่อเกษียณเร็วๆ เพราะ ชีวิตที่ยืนยาวขึ้น การทำงานทำให้เรามีคุณค่าและทันสมัยเสมอ ดีกว่า อยู่บ้านเฉยๆ 


2. เตรียมกลับไปเป็นนักเรียน ...คนยุคก่อนคิดว่าการเรียนเป็นเรื่องของเด็ก แต่ยุคนี้ ค่าเฉลี่ยคนเราจะเปลี่ยนงานทุกๆ 4 ปี แล้วทุกครั้งที่อยากเปลี่ยนงาน ก็ต้องกลับเป็นนักเรียนหาความรู้ใหม่ ..ต้องเตรียมพร้อมเป็นนักเรียนเพื่อพัฒนาความรู้ใหม่ๆ เสมอ


3. เตรียมผันตัวเป็นนักลงทุน ...คนยุคก่อนพึ่งโชค พึ่งหวย รอวันรวยจากโชคชะตา แต่คนยุคนี้เกิดมาในยุคที่ทุกอย่างไม่แน่นอน จึงต้องหาวิธีที่แน่นอนในการวางแผนการเงินของตัวเอง ...การลงทุนเป็นทางเดียวที่จะทำให้เงินที่หามาได้เติบโตขึ้น และ ออกดอกผลเลี้ยงเรา


4. เตรียมทำงานเสริมเพิ่มรายได้ ...ยุคนี้ทุกงานอดิเรก สร้างรายได้ก็ได้ สร้างรายจ่ายก็ได้ ..ขึ้นกับว่า เราจะทำเพื่อเสียเงินหรือได้เงิน ...เปลี่ยนวิธีคิดนิดเดียว เราจะได้อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ทันที


5. เตรียมเดินทาง ...ยุคนี้ชีวิตขับเคลื่อนด้วยการเดินทางและการสร้างประสบการณ์ ..โอกาสในชีวิตขึ้นอยู่กับการเห็นโอกาสจากการเดินทาง


6. เตรียมช่วยเหลือคนอื่นมากขึ้น ...ในโลกออนไลน์คนที่คิดวิธีช่วยเหลือคนอื่นจะได้เวที และได้โอกาสที่มากขึ้น ...ให้ลองมองหาโอกาสจากการช่วยเหลือคนอื่นออนไลน์ 


ทั้ง 6 เรื่อง จะค่อยๆ เปลี่ยนชีวิตคนรุ่นใหม่ ...ให้สร้างการทำงานและการใช้ชีวิตในแบบที่แต่ละคนกำหนดเอง


ใช่!! หมด ยุคของการทำตามต้นแบบเพื่อประสบความสำเร็จ ...เพราะความสำเร็จในโลกยุคใหม่ มันอยู่ที่การออกแบบการเดินทางที่แต่ละคนกำหนดเอง .. ‘ยุคนี้ความสำเร็จ ต้องออกแบบขึ้นมาเอง’ 


ความรู้ที่ดีที่สุด คือ ความรู้ที่เราสั่งสมด้วยตัวเอง


งานที่เหมาะกับเราที่สุด ไม่มีรับสมัคร แต่เราต้องสร้างงานนั้นขึ้นมาเอง


งานเสริมที่ดีที่สุด มันมักเกิดจากงานอดิเรกที่เราพัฒนาทักษะจนเชี่ยวชาญ


การเงินที่ดี ห้ามพึ่งใคร ให้พึ่งพอร์ตการลงทุนที่เราสร้างเอง


การสร้างโอกาสในชีวิตที่ดี เกิดจากการคิดแก้ปัญหาและสร้างประโยชน์ให้คนอื่น


ลองไปปรับใช้ดูครับ


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม




บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ