แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

8 เรื่องอะไร ที่ AI ยังไม่เหนือเรา

 8 เรื่องอะไร ที่ AI ยังไม่เหนือเรา


‘คุยกับเพื่อนเรื่อง AI มันเก่งจนทำให้คนตกงาน’ …แล้วอนาคตจะเหลืองานอะไรให้คนทำอยู่ ?


เครื่องจักรในอดีตมาทนแทนแรงงานทำให้มนุษย์มีเวลาว่างขึ้น …วันนี้ AI มาทดแทนสมอง จะทำให้คนมีเวลาเอาสมองไปคิดอะไรสนุกๆ ไร้สาระมากขึ้น 


1. ‘งานที่ไม่ทำอะไรซ้ำๆ’ …งานไม่ซ้ำ ส่วนใหญ่เป็นงานแก้ปัญหา


2. ‘งานไร้สาระ จะเริ่มมีราคาและคุณค่า’ …แต่ก่อนการไปทำไร่ไถนา คือ ทำมาหากิน (มีสาระ) …ส่วนการร้องเพลง คือ เต้นกินรำกิน (ไร้สาระ) …ทุกวันนี้อาชีพที่ร่ำรวยส่วนใหญ่ ไร้สาระทั้งนั้น …เป็น Gamer , นักร้อง , นักแสดง , Youtuber


3. ‘งานตั้งโจทย์’ …ทุกวันนี้เราเรียนไปสอบ ไปตอบโจทย์ แต่อนาคต AI ตอบโจทย์ได้ดีกว่าเรา …อนาคตต้องฝึกการตั้งโจทย์


4. ‘งานบริการ และงานแก้ปัญหาลูกค้า’ …การบริการที่แพง ต้องการ Human Touch …รวมทั้งเวลาเรามีปัญหา เราก็อยากคุยกันคน ไม่อยากคุยกับหุ่นยนต์ หรือ AI


5. ‘งานอดิเรก คือ การทำงานรูปแบบใหม่’ …เลี้ยงสัตว์ , แคมปิ้ง , ท่องเที่ยว , ออกกำลังกาย …งานรูปแบบใหม่ ไม่ได้เน้นปากท้อง แต่เน้นกิจกรรมและความสนุก


6. ‘ความหรูหรา คือ ขุมทรัพย์’ …ธุรกิจในอดีตเน้นประสิทธิภาพและความคุ้มค่า …ส่วนอนาคตจะเน้นความหรูหรา ความพิเศษ และ ความพอใจ


7. ‘ความงาม และ สุขภาพ’ …แต่ก่อนสวยหล่อ สุขภาพเป็นความโชคดี แต่ทั้งหมดนี้ ในอนาคต เปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นได้หมด ด้วยเงิน


8. ‘นักลงทุน’ …นักลงทุน 2.0 ต้องเป็น Creative Finance ไม่ใช่แค่นักเก็งกำไรเฉยๆ 


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม


8 ข้อ ‘ถ้าคนเรามีอายุยืนยาวขึ้น เราจะรวยขึ้นรึเปล่า ?’

 

8 ข้อ ‘ถ้าคนเรามีอายุยืนยาวขึ้น เราจะรวยขึ้นรึเปล่า ?’


ช่วงร้อยปีที่ผ่านมา อายุขัยของมนุษย์เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เพราะ การแพทย์และสุขอนามัยที่ดีขึ้น …คำตอบคือ คนที่รวยขึ้น ก็จะรวยขึ้นไปอีก …ส่วนคนที่จนลงเมื่ออายุมากขึ้น ก็จะยิ่งจนลงไปอีก …เพราะอะไร ?


…อะไรคือ ความแตกต่าง ระหว่าง ‘อายุเพิ่มแล้วรวยขึ้น’ กับ ‘อายุเพิ่มแล้วจนลง’ 


1. รายได้ ต้องมากกว่า ค่าใช้จ่ายเสมอ


2. เก็บเงินสดและความมั่งคั่ง ในรูปสินทรัพย์ (เพราะในระยะยาว สินทรัพย์จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)


3. ไม่สร้างหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ 


4. ซื้อสินทรัพย์เพิ่มทุกครั้งที่ตลาดเกิดวิกฤต


5. พยายามหาโอกาสสร้างรายได้ ที่ไม่ใช่ค่าจ้าง


6. ลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ และ นวัตกรรม


7. ลงทุนเน้นการเป็นเจ้าของ ไม่ใช่แค่เก็งกำไร 


8. เป็นนักสะสมบางสิ่งที่เราชอบ (Value & Knowledge = Passion)


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

6 สิ่งลวง ในตลาดหุ้นที่นักลงทุนต้องรู้

 6 สิ่งลวง ในตลาดหุ้นที่นักลงทุนต้องรู้


1. ‘การการันตีผลตอบแทน’ …ยิ่งช่วงเศรษฐกิจไม่ดี คนยิ่งมองหาการลงทุนที่การันตีผลตอบแทน …ส่วนมากจะไม่จริง และ การการันตีส่วนใหญ่ทำไม่ได้จริงในการลงทุน …เหตุผลหลักๆ ก็เพราะการลงทุนมันมีวัฏจักรขาขึ้นขาลงนั่นเอง


2. ‘ช่องทางรวยเร็วที่ยั่งยืน’ …ใช่!! ทุกช่วงเวลามีวิธีการรวยเร็ว แต่ไม่มีวิธีการไหนที่ใช้ได้ตลอดเวลา …นั่นทำให้คนที่กำไรเยอะในช่วงนึง มักขาดทุนเยอะในเวลาต่อมา …เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากมากๆ


3. ‘ความกลัวที่มากเกินไป’ …ในตลาดหุ้นจะมีช่วงความกลัวที่มากเกินไป เช่น ขายล้างพอร์ตเพื่อถือเงินสด …จริงๆ ช่วงเวลาที่เรากลัวมากเกินไป คือช่วงที่เราต้องเริ่มเก็บหุ้นรอขาขึ้นรอบใหม่


4. ‘ความมั่นใจที่สุดโต่ง’ …คนในตลาดหุ้นมักจะมั่นใจเกินเหตุในเวลาที่เราคิดว่าเราชนะบ่อยๆ จนคิดว่าเราเป็นเซียน … แต่คนที่เสียหายหนักสุดๆ ที่มักมาจากความมั่นใจเกินไปนั่นแหละ 


5. ‘เจ้ามือก็เจ๊งได้’ …ถ้าเล่นตามรายใหญ่มักจะได้เงิน แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะ บางครั้งรายใหญ่ก็เจ๊งได้เหมือนกัน …อย่าลืมว่ารายใหญ่เวลาเขาเสียหาย แต่เขาก็ยังมีเงินเหลืออีกเยอะ แต่เราไม่ใช่ !!


6. ‘ความจริงในตลาดหุ้นที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน’ …ความจริงมันขึ้นกับช่วงเวลา …ในช่วงเวลาหนึ่งความจริงอันนี้ก็อาจจะถูกต้องเสมอ แต่เมื่อช่วงเวลาเปลี่ยนไปความจริงที่ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าถูก อาจผิดก็ได้ 


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

6 ลักษณะ หุ้นเบาหุ้นเด้งสูงสุดหากตลาดกลับตัว

 6 ลักษณะ หุ้นเบาหุ้นเด้งสูงสุดหากตลาดกลับตัว 


พูดถึงหุ้นเวลานี้ ใครๆ ก็มองว่าเสี่ยง …แต่ถ้าจะเสี่ยงกว่านั้น ลองดู หุ้นเบา กันไหม 


1. ‘ต้องเป็นหุ้นที่ Market cap. ไม่สูง’ …คือ มูลค่าธุรกิจต้องไม่เยอะ ..เพราะ มูลค่าเยอะมันก็ยิ่งต้องใช้เงินเยอะใครการเคลื่อนราคา


2. ‘ต้องเป็นหุ้นที่ไม่อยู่ในกระแส’ …ถ้าหุ้นอยู่ในกระแส คนติดเยอะ มันหนัก …พอรายย่อยติดเยอะ หุ้นจะมีแต่ลง เพราะ รายย่อยแย่งกันขาย


3. ‘มี Volume การซื้อขาย เบาบาง’ ….ถ้า Volume การซื้อขายเยอะ ก็แปลว่า หุ้นยังหนักอยู่


4. ‘ธุรกิจไม่ได้มีหนี้เยอะ’ …ถ้าหนี้เยอะ ต้องระวังการลากเพื่อเพิ่มทุน (พูดง่ายๆ ถ้าหนี้เยอะ เวลาตลาดมา เขาก็ลากตามนะ แต่สุดท้ายลากให้รายย่อยไปเติมเงิน เพิ่มทุน)


5. ‘พื้นฐาน Support’ …ทุกวันนี้หุ้นปั่น มันเอ้าท์ เพราะ หลอกรายย่อยยาก แต่ถ้าพื้นฐานดีด้วย อันนี้ยังเล่นกันได้อยู่ …หุ้นจะขึ้น พื้นฐานต้องค่อยๆ ดีขึ้นด้วย


6. ‘หุ้นอยุ่ในมือรายใหญ่ เพราะรายย่อยขายไปแล้ว’ …จุดที่หุ้นจะกลับตัวก็คือ รายย่อยที่ติดหุ้นยอม Stop loss ขายทิ้งแล้ว


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ