แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562

ทำไมเราไม่ควรซื้อของที่อยากซื้อในเวลาที่อยากได้


7 ข้อควรรู้ ว่าทำไมไม่ควรซื้อของที่อยากได้ ในเวลาที่เราอยากได้จริงๆ 

ทุกคนล้วนมีเวลาที่อยากได้ ของบางอย่าง ...มันคัน ...ไม่ต้องพูดมาก ก็ของมันต้องมี และนี่คือ 7 ข้อ ควรรู้ก่อนตัดสินใจจ่ายเงินซื้อครับ

1. ‘เวลาเราอยากได้ เราจะใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ มากกว่าเหตุผลเสมอ’ ...เมื่ออารมณ์เหนือเหตุผล เราจะเสียเปรียบเสมอในการต่อรอง

2. ‘เรามักจะอยากได้ของมี่คนอื่นอยากได้’ ...เมื่อ Demand ความต้องสูงกว่า Supply ราคาจะพุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจ จนบางครั้งไม่สาเหตุสมผล

3. ‘การไม่ตามใจตัวเอง ในเวลาที่อยากได้ เป็นทักษะที่จำเป็นในโลกที่มีของไม่จำกัด แต่เงินในกระเป๋าเราแสนจะจำกัด’

4. ‘การซื้อช้า ไม่ได้หมายความว่า ไม่ให้ซื้อ เพียงแต่การชะลอการซื้อ มันทำให้เรารู้ว่า จริงๆ แล้ว เราอยากได้มันจริงๆ หรือเปล่า’ ...ถ้าชะลอการซื้อแล้วก็ยังอยากได้ เราจะได้รู้ว่า เราต้องการมันจริงๆ แหละ 

5. ‘ทุกวันนี้แล้วเรามีของที่ไม่จำเป็น หรือ ขยะ เต็มบ้าน ก็เพราะ เราซื้อของในเวลาที่อยากซื้อนั่นแหละ’

6. ‘อย่าซื้อเงินผ่อน ให้เก็บเงินก้อนแล้วค่อยซื้อเงินสด’ ....เพราะการจ่ายเงินเต็มมันช่วยกรองอีกชั้นว่า เราอยากได้ของนั้นจริงๆ ใช่หรือไม่

7. ‘วิธีคิดนี้ใช้ได้ดีกับ การซื้อหุ้นด้วย’ ...คนที่ติดหุ้น ติดดอย ส่วนมากเพราะ ซื้อหุ้นที่อยากซื้อในเวลาที่อยากซื้อ ....แต่คนลงทุนระยะยาวที่ประสบความสำเร็จ มักรอซื้อหุ้นเวลาวิกฤต หรือ ช่วงที่มีข่าวร้ายๆ 

มันสรุปได้ว่า คนเหล่านี้ อดทนรอมากกว่า คนทั่วไป 

‘ซื้อในวิกฤต ก็คือ ซื้อในเวลาที่เราไม่ได้อยากซื้อ ...ที่สำคัญเรากำหนดให้เกิดวิกฤตไม่ได้ ...บ่อยครั้งที่คนเหล่านี้ ต้องซื้อหุ้นที่ไม่ได้อยากได้ด้วยซ้ำ’

สรุป ‘ฉันซื้อหุ้นพื้นฐานดี ตัวที่ไม่ได้อยากได้ ในเวลาที่ไม่มีใครอยากซื้อ’ ...มันคือ ตลกร้าย ของโลกใบนี้จริงๆ 

#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

รู้เท่าทัน Gen และ การเปลี่ยนแปลง

‘รู้เท่าทัน Gen กับ การเปลี่ยนแปลง’

ทุกวันนี้คนเราถูกแบ่งเป็น Gen ตามปีที่เกิด บนความเชื่อที่ว่า ‘สภาพแวดล้อม และ ประสบการณ์’ เป็นสิ่งที่ทำให้แต่ละคนแตกต่างกัน

- Baby-boomer เกิดในช่วง 1945 - 1960 ...เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โลกเพิ่งผ่านความยากลำบาก พ่อแม่มีลูกมาก ทุกคนมุ่งสร้างตัวเพื่อให้ครอบครัวของตัวเองมั่นคง ...คนกลุ่มนี้ ทำงานหนัก แต่ใช้น้อยประหยัด และ มุ่งสะสมสินทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน เงินทอง ...คนที่ประสบความสำเร็จในกลุ่มนี้ คือ คนที่ทำงานหนัก ทำเยอะ ใช้น้อย สะสมสินทรัพย์ มีความอดทนสูง มีอุดมการณ์ รักชาติ และ เสียสละ 

- Gen X เกิดในช่วง 1961 - 1980 ...นี่คือ ยุคของมืออาชีพ การศึกษาสูง มีอาชีพการงานที่มั่นคง มีความกบฏในตัวเอง เป็นยุคที่นำพาธุรกิจจากความเป็นเถ้าแก่ เข้าสู่องค์กรมืออาชีพ ...กลุ่มนี้จะมองโลกตามความเป็นจริง ซึ่งอยู่กึ่งกลาง ระหว่าง Baby boomer ที่มองโลกตามอุดมคติ และ กลุ่ม Gen Y ที่มองโลกบวกมากเกิน ...คนที่ประสบความสำเร็จในกลุ่มนี้คือ คนที่เข้าใจว่า Career Path ต้องถูกแทนด้วย Career Landscape คือ การไม่ยึดติดทักษะของตัวเอง แต่มองโอกาสจากการเพิ่มทักษะใหม่ๆ เสริมสิ่งที่ตัวเองเชี่ยวชาญ 

- Gen Y เกิดในช่วงปี 1981 - 1995 ...นี่คือ ยุคของ Start-Up ที่โอกาสนอกออฟฟิศ มันมีมากกว่าโอกาสในออฟฟิศ ...จุดแข็งของคนยุคนี้คือ คิดบวก พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง กล้าลุย แต่จุดอ่อนคือ ‘ประสบการณ์’ ...คน Gen นี้ มีความกดดันสูงที่สุด โดยเฉพาะ ความคาดหวังของพ่อแม่ ...Gen Y ส่วนใหญ่เป็นลูกของ Baby boomer ที่ประสบความสำเร็จทั้งที่ตัวเอง คาดหวังน้อย เลยมองว่า ‘ฉันหวังน้อย ยังสำเร็จแบบนี้ ดังนั้น ลูกฉันซึ่งเป็น Gen Y ก็ต้องยิ่งดีกว่าฉันแน่นอน’ (แต่เขาลืมไปว่า โลกทุกวันนี้ การแข่งขัน สูงมากกว่ายุคเขามาก พอเจอความคาดหวังของพ่อแม่ กดดันเข้าไปอีก เราก็จะเห็น คน Gen Y เป็นโรคเครียด โรคซึมเศร้า กันเยอะ) ....กลุ่ม Gen Y ที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่มุ่งไปที่การค้นหา ความถนัดและ ความชอบของตัวเอง แล้วค่อยๆ พัฒนาทักษะนั้นให้โดดเด่น ...เราจะเป็นคน Gen Y จำนวนมาก กลายเป็น Micro Influences เป็น Net Idol ซึ่งเป็นการ ‘ปักธง’ ในการสร้างอาชีพและงาน ในโลกยุคใหม่ ...ซึ่งไม่มีความสำเร็จชั่วข้ามคืน ...ทำให้คน Gen Y ที่ค่อยๆ พัฒนางานเล็กๆ ของตัวเอง อย่างค่อยเป็นค่อยไป มักประสบความสำเร็จกว่าพวกที่รีบเร่งแล้วพยายามหา Shortcut ในชีวิต ....คำแนะนำ สำหรับคน Gen Y คือ อย่าเพิ่งลาออกจากงาน แต่ให้เรียนรู้จากงาน แล้วค่อยๆ ผสม Talent Matrix จนคุณพร้อมที่จะก้าวออกไปยืนด้วยตัวเองจริงๆ 

- Gen Z เกิดในปี 1995 เป็นต้นไป ...คนกลุ่มนี้เกิดท่ามกลาง Technology และ การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก ...เมื่อเขาเกิดมาในยุคที่ โลกร้อน การเมืองวุ่น เศรษฐกิจแย่ มันทำให้คนกลุ่มนี้ อยากที่จะเปลี่ยนแปลงโลก ..ถ้า Gen Y คิดบวกเกิน คุณ Gen Z คือ กลุ่มที่คิดลบเกิน ...ทั้งที่จริงๆ แล้ว ชีวิตความเป็นอยู่ ความสะดวกสบายในชีวิต เขาเป็นกลุ่มที่สบายกว่า Baby Boom เยอะมาก เรียกว่า สบายที่สุดก็ว่าได้ ....คนกลุ่ม Gen Z ที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในรุ่นเดียวกัน คือ คนที่หันมาสนใจการเข้าใจตัวเอง พัฒนาและเพิ่มศักยภาพของตัวเอง แทนที่จะไปเปลี่ยนคนอื่น

ใช่ครับ !! คนแต่ละรุ่น ก็มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน ของตัวเอง ....ใครก็ตามที่เข้าใจ แล้วมุ่งเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็จะกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จสูง และ มีความสุขมากที่สุดนั่นเอง

‘เมื่อเราเดินทางไปรอบโลก ต่อสู้กับทุกอย่าง เราจะพบว่า ตัวเองว่างเปล่า ไม่มีความสุข ...เพราะ ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของมนุษย์ในยุคนี้ ก็คือ ตัวเราเอง ...การหันมาศึกษาตัวเรา เพื่อรู้เท่าทันอารมณ์ แล้วค่อยๆ พัฒนาทักษะอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะทำให้เรามีชีวิตที่ดีที่สุดนั่นเองครับ’

#ภาววิทย์กลิ่นประทุม


บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ