แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

จีนและไทย อยู่ตรงไหน ของ Cycle ของรอบเศรษฐกิจโลก …หนีหุ้นไทย ไปซื้อจีน ทำไมเละต่ออีก บระเจ้า !!!

 จีนและไทย อยู่ตรงไหน ของ Cycle ของรอบเศรษฐกิจโลก …หนีหุ้นไทย ไปซื้อจีน ทำไมเละต่ออีก บระเจ้า !!!


เนื้อแท้เชิงโครงสร้าง (Structural Core) ระหว่าง "จีน" กับ "ไทย" ในนาทีนี้ (ปี 2026) 


ทั้งสองประเทศกำลังเผชิญกับชะตากรรมเดียวกันคือ "การล้างท่อหนี้สินและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่โดยไม่มีฟองสบู่หุ้น"


หากเรานำจีนเข้ามาวางในแผนที่จำภาพใหญ่นี้ จีนไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกับอเมริกาเลย แต่อยู่ในจุดที่ "กำลังทำฐานราคาที่ต่ำที่สุด (Generational Bottom) และพร้อมจะเป็นผู้รับเม็ดเงินไหลเข้าสลับขั้วในรอบถัดไป" ครับ


ลองมาแยกแยะความเหมือนและตำแหน่งของจีนในภาพนี้กันครับ:


1. จุดเหมือนเชิงโครงสร้าง: จีนกับไทย "ไร้ฟองสบู่หุ้น แต่โดนอสังหาฯ กดทับ"


สิ่งที่จีนและไทยเหมือนกันอย่างกับแกะในปัจจุบันคือ เราไม่ได้พังเพราะหุ้นแพง แต่เราซึมเพราะเครื่องยนต์หลักในประเทศติดขัด

 แผลในอสังหาริมทรัพย์เหมือนกัน:


 จีน: เผชิญกับวิกฤตอสังหาฯ (เช่น กรณี Evergrande และ Country Garden) ที่ลากยาวมาหลายปี ซึ่งอสังหาฯ คิดเป็นเกือบ 25-30% ของ GDP จีน เมื่อภาคนี้พัง ความมั่งคั่งของคนจีนชั้นกลางที่อยู่ในรูปของตึกและบ้านหายไป คนจึงไม่ยอมใช้เงินและเกิดภาวะเงินฝืดในประเทศ (Deflationary Pressure)


 ไทย: คล้ายกันมากครับ อสังหาฯ และภาคก่อสร้างคือตัวหมุนเงินหลักของเศรษฐกิจฐานราก ตอนนี้ไทยเจอภาวะหนี้ครัวเรือนสูง แบงก์ไม่ปล่อยกู้ (Reject Rate พุ่งสูง) ทำให้อสังหาฯ ซึมยาวลามไปถึงการบริโภคในประเทศ


 ** Valuation หุ้นอยู่ในหลุมเหมือนกัน:** 


ทั้งตลาดหุ้นจีน (CSI 300 / Hang Seng) และตลาดหุ้นไทย (SET) เทรดอยู่ที่ P/E ต่ำสิบและต่ำบุ๊ก value ในหุ้นพื้นฐานหลายตัว คนในประเทศไม่มีอารมณ์ซื้อหุ้น และต่างชาติก็มองข้ามไปไล่ราคาหุ้นเทคฯ อเมริกา


2. แล้ว "จีน" อยู่ตรงไหนของรอบในนาทีนี้?

ความต่างสำคัญคือ "จีนเริ่มขยับตัวแก้วิกฤตอย่างจริงจังล่วงหน้าเราไปก้าวหนึ่งแล้ว"


 ช่วงปี 2024 - ต้น 2026: รัฐบาลจีนปล่อยให้อสังหาฯ ปรับฐานจนสุดทาง ล้างบริษัทที่ไม่มีคุณภาพออก และเริ่มใช้นโยบาย "รัฐเข้าซื้อตึกค้างสร้างมาทำบ้านสวัสดิการ" เพื่อหยุดการไหลลงของราคาบ้าน


 นโยบายปั๊มตลาดหุ้นล้างท่อ: ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนและธนาคารกลาง (PBOC) เริ่มใส่กระสุนจริง ทั้งการลดดอกเบี้ย การอัดฉีดสภาพคล่องตรงให้สถาบันการเงินกู้เงินไปซื้อหุ้นคืน (Stock Buyback) และการสั่งให้กองทุนแห่งชาติ (National Team) เข้าช้อนหุ้นพื้นฐานเพื่อทำฐานราคา


ตำแหน่งของจีน: 


จีนผ่านจุดต่ำสุดที่เลวร้ายที่สุด (The Darkest Hour) เชิงจิตวิทยาไปแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วง "Accumulation Phase" (ช่วงสะสมพลังทำฐานราคาล่างสุด) 


ตลาดหุ้นจีนตอนนี้อัดแน่นไปด้วยหุ้นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกและธนาคารที่ราคาถูกมากและปันผลสูง


3. สัญญาณสลับขั้ว: เมื่ออเมริกาพัง เงินจะวิ่งมาหา "จีนและไทย"


นี่คือจุดพีคของเกมที่ตั้งสมมติฐานไว้ครับ หากเกิดวิกฤตฟองสบู่หุ้นเทคอเมริกาแตกสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ "The Great Rotation" (การหมุนเวียนเงินครั้งใหญ่ของโลก)


1. เงินทุนต่างชาติต้องหาที่ลงใหม่: เมื่อหุ้นอเมริกาแพงเกินไปจนระเบิดลง เงินทุนระดับโลก (Smart Money) จะไม่สามารถกอดเงินสดเฉลี่ยไว้เฉยๆ ได้ตลอดไป พวกเขาต้องมองหาตลาดที่ "ปลอดภัย มีมูลค่ารองรับ และราคาผ่านการปรับฐานจนจบลึกแล้ว"


2. จีนและไทยจะเป็นเป้าหมายหลัก: เพราะทั้งจีนและไทยมีคุณสมบัติที่อเมริกาไม่มีในตอนนี้ คือ ราคาหุ้นถูกเชิงโครงสร้าง มีกระแสเงินสดปันผล และไม่มีความเสี่ยงเรื่องฟองสบู่หุ้นแตกซ้ำสอง หุ้นผู้นำในจีนและบลูชิพปันผลสูงในไทยจะกลายเป็น "สวรรค์ของเงินทุน" ทันที


หมากเกมนี้สำหรับ ในฐานะคนถือเงินสด

การที่เราเห็นภาพชัดว่าจีนกับไทยคล้ายกัน ทำให้เราสามารถขยายขอบเขตการบริหารความเสี่ยงได้คมขึ้นครับ:


 หุ้นไทยคือป้อมปราการด่านแรก: เน้นเก็บหุ้นไทยปันผลสูง 6-8% ในมือไว้ เพราะในประเทศเราคุ้นเคยและเห็นกระแสเงินสดชัดเจน ยิ่งราคาซึมลึกยิ่งได้ Yield สูง


 มองจีนเป็น "ทางเลือกในการสร้าง Growth ปลายรอบ": ในเมื่อเรากอดเงินสดอยู่ หากต้องการกระจายความเสี่ยงออกนอกประเทศ จังหวะที่ทองคำหรือบิตคอยน์ยังผันผวน การแบ่งเงินสดส่วนเล็กๆ ไปทยอยสะสมกองทุนหุ้นจีนดัชนีหลัก (เช่น หุ้นจีน A-Shares หรือ H-Shares ตัวใหญ่) ในช่วงที่ราคาซึมเคาะขวาทำฐานอยู่นี้ ถือเป็นดีลที่จำกัดความเสี่ยง (Low Risk, High Return) คล้ายกับการเก็บหุ้นไทยครับ


จีนคือพี่ใหญ่ในภูมิภาคที่กำลังนั่งรออยู่ที่ก้นเหวพร้อมกับไทยครับ ในวันที่อเมริกาเกิดวิกฤตช็อกจากดอกเบี้ยรุนแรงและเงินเฟ้อพุ่งรอบหน้า ตลาดฝั่งเอเชียที่ไม่มีฟองสบู่และล้างท่ออสังหาฯ ไปจนเกือบสุดทางแล้วนี่แหละครับ จะเป็นกลุ่มที่ฟื้นตัวและสร้างผลตอบแทนเปลี่ยนชีวิตรอบใหม่ได้อย่างน่าอัศจรรย์ครับ


#จัดไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ