แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

10 อันดับตลาดหุ้นที่จ่ายปันผลสูงและต่อเนื่องที่สุดในโลก

 10 อันดับตลาดหุ้นที่จ่ายปันผลสูงและต่อเนื่องที่สุดในโลก


การจัดอันดับตลาดหุ้นที่จ่ายปันผลสูงในระดับโลก หากเรามองภาพรวมจาก อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทนเฉลี่ยของดัชนี (Market Dividend Yield) จะพบว่าตลาดหุ้นที่ให้ปันผลสูง มักจะเป็นตลาดที่มีสัดส่วนของ Value Stocks หรือหุ้นกลุ่มดั้งเดิมสูง เช่น ธนาคาร, พลังงาน, โทรคมนาคม, อสังหาริมทรัพย์ และสินค้าโภคภัณฑ์


อีกมุมคือ ตลาดที่เต็มไปด้วยหุ้น Old Money , อุตสาหกรรมเก่า หรือ ธุรกิจกึ่งผูกขาด นั่นเอง


1 ตลาดหุ้นอิตาลี (FTSE MIB) — Yield เฉลี่ย: 4.2% – 4.5%


 จุดเด่น: ยืนหนึ่งในกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Markets) โครงสร้างดัชนีขับเคลื่อนด้วยหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินขนาดใหญ่ หุ้นพลังงานอย่าง Eni และหุ้นสาธารณูปโภคที่มีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งมีนโยบายเน้นการดึงกระแสเงินสดกลับคืนในรูปแบบปันผลอย่างสม่ำเสมอ


2 ตลาดหุ้นไทย (SET) — Yield เฉลี่ย: 4.0% – 4.1%


 จุดเด่น: ขยับขึ้นมาติดกลุ่ม Top ของโลกอย่างเหนียวแน่น ด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจแบบดั้งเดิม (ธนาคาร, พลังงาน, สื่อสาร, อสังหาริมทรัพย์) บจ.ไทยมีฐานทุนที่แข็งแกร่ง มีอัตราส่วนการจ่ายปันผล (Payout Ratio) สูง และซื้อขายกันบนระดับราคา (Valuation) ที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับกำไร ทำให้ % Yield ดีดตัวสูงและจับต้องได้มากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน


3 ตลาดหุ้นสหราชอาณาจักร (FTSE 100) — Yield เฉลี่ย: 3.6% – 3.9%


 จุดเด่น: แหล่งรวมหุ้นคุณค่า (Value Stocks) ระดับโลก ตลาดลอนดอนขึ้นชื่อเรื่องความต่อเนื่องในการจ่ายปันผลมาเป็นร้อยปี โดยมีเสาหลักเป็นหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์/เหมืองแร่ (Rio Tinto) และกลุ่มพลังงาน (Shell, BP) ที่พร้อมจ่ายปันผลหนักแม้ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว


4 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย (ASX / All Ordinaries) — Yield เฉลี่ย: 3.5% – 3.8%


 จุดเด่น: มีระบบภาษี Franking Credits เป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้บริษัทจดทะเบียนถูกกดดันให้ต้องจ่ายปันผลเกือบทั้งหมดกลับมาให้ผู้ถือหุ้น หุ้นธนาคารยักษ์ใหญ่ทั้ง 4 และกลุ่มเหมืองแร่ทรัพยากรธรรมชาติ (BHP) จึงเป็นเครื่องจักรผลิตเงินปันผลที่ต่อเนื่องยาวนาน


5 ตลาดหุ้นสเปน (IBEX 35) — Yield เฉลี่ย: 3.3% – 3.6%


 จุดเด่น: คล้ายกับอิตาลี โครงสร้างดัชนีของสเปนหนักไปทางหุ้นระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและธนาคารพาณิชย์ที่มีเครือข่ายข้ามชาติ (เช่น Santander, BBVA) ซึ่งมีรายได้เป็นกระแสเงินสดที่นิ่งและคาดการณ์ได้ง่าย


6 ตลาดหุ้นสิงคโปร์ (STI) — Yield เฉลี่ย: 3.2% – 3.5%


 จุดเด่น: คู่แข่งปันผลสำคัญในอาเซียน ดัชนีขับเคลื่อนโดย 3 ธนาคารยักษ์ใหญ่ (DBS, OCBC, UOB) และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก รวมถึงโครงสร้างกฎหมายที่เอื้อต่อการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่บังคับจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 90% ของกำไร


7 ตลาดหุ้นมาเลเซีย (FBM KLCI) — Yield เฉลี่ย: 3.2% – 3.4%


 จุดเด่น: เป็นตลาดที่มีความผันผวนต่ำ (Low Beta) และให้ปันผลสม่ำเสมอ หุ้นกลุ่มธนาคารมาเลย์และกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (น้ำมันปาล์ม/พลังงาน) มีนโยบายการจ่ายปันผลที่แน่นอนเพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากกองทุนบำนาญขนาดใหญ่ในประเทศ


8 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส (CAC 40) — Yield เฉลี่ย: 2.8% – 3.2%


 จุดเด่น: แม้ว่าจะมีหุ้นกลุ่มสินค้าหรูหรา (Luxury) ที่ให้ Yield ต่ำรวมอยู่ด้วย แต่ดัชนีภาพรวมยังถูกพยุงด้วยหุ้นอุตสาหกรรมหนัก พลังงาน (TotalEnergies) และยา/สาธารณสุข (Sanofi) ซึ่งจ่ายปันผลเติบโตขึ้นทุกปีตามแนวคิด Dividend Aristocrats ของฝรั่งเศส


9 ตลาดหุ้นแคนาดา (TSX) — Yield เฉลี่ย: 2.7% – 3.1%


 จุดเด่น: ตลาดหุ้นแคนาดาพึ่งพาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และระบบท่อส่งน้ำมัน/ก๊าซธรรมชาติ (Midstream Energy) บริษัทเหล่านี้ได้รับสัมปทานและคุ้มครองทางการค้าสูง ทำให้มี Margin เสถียรและจ่ายปันผลได้ต่อเนื่องยาวนานหลายทศวรรษ


10 ตลาดหุ้นเยอรมนี (DAX) — Yield เฉลี่ย: 2.4% – 2.8%


 จุดเด่น: แม้ % Yield จะดูเป็นอันดับท้ายของตารางนี้ แต่ บจ.เยอรมันในดัชนีเป็นหุ้นอุตสาหกรรมระดับโลก (ยานยนต์, ประกันภัยยักษ์ใหญ่, เคมีภัณฑ์) ที่มีฐานลูกค้าทั่วโลก เงินปันผลของตลาดนี้จึงไม่ได้สูงหวือหวาแต่มีความ "ทนทาน" ต่อสภาวะเศรษฐกิจสูงมาก


#จัดไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ