3 เหตุผลที่หุ้นปันผลสูง มักพ่วงมากับการผูกขาดแบบ Old Money ..แต่มันก็มีข้อจำกัด!!
1. สัมปทาน และ โครงสร้างพื้นฐานที่เลียนแบบไม่ได้ (High Barrier to Entry)
ธุรกิจเหล่านี้มักครอบครองโครงสร้างพื้นฐานที่ชาติหนึ่งจะสร้างได้แค่ครั้งเดียว หรือถือใบอนุญาตที่จำกัดจำนวนจากรัฐบาล
ลองคิดดูว่า: ใครจะกล้าสร้างท่อส่งก๊าซคู่ขนาน, ตั้งเสาสัญญาณมือถือทั่วประเทศแข่งใหม่, หรือขอใบอนุญาตตั้งธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ขึ้นมาสู้?
เมื่อไม่มีคู่แข่งหน้าใหม่เข้ามาร่วมหารเค้ก ส่วนแบ่งการตลาดจึงนิ่ง รายได้และกระแสเงินสดไหลเข้าบริษัทเหมือนเสือนอนกินทุกเดือน
2. วงจรธุรกิจอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยว (Mature Stage)
หุ้นเทคโนโลยี (New Money) ต้องเก็บกำไรทุกบาทไว้ทำ R&D หรือลงทุนใน AI เพื่อความอยู่รอด ถ้าปีไหนหยุดลงทุนก็อาจโดนคู่แข่งกลืนทันที แต่ธุรกิจผูกขาดแบบเก่าผ่านช่วงนั้นมาหลายสิบปีแล้ว โรงไฟฟ้าสร้างเสร็จแล้ว ถนนหนทางสร้างเสร็จแล้ว เครือข่ายธนาคารเข้าที่แล้ว
ผลลัพธ์คือ: รายจ่ายลงทุน (CAPEX) ต่ำมาก เงินสดที่หามาได้จึงไม่มีที่ไป ทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดคือ "จ่ายกลับคืนให้ผู้ถือหุ้น" ในสัดส่วนที่สูง (High Payout Ratio)
3. อำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power)
ธุรกิจกึ่งผูกขาดมีอำนาจเหนือผู้บริโภคค่อนข้างเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะแย่ เงินเฟ้อจะพุ่ง หรือดอกเบี้ยจะขึ้น พวกเขาปรับราคาสินค้าหรือบริการขึ้นตามได้ทันที โดยที่ลูกค้าไม่มีทางเลือกต้องจำใจจ่าย (ลองดูค่าธรรมเนียมธนาคาร, ค่าไฟ, ค่าทางด่วน หรือค่าแพ็กเกจมือถือ) ทำให้ "อัตรากำไร (Margin) คงเส้นคงวามาก" ปันผลที่จ่ายออกมาจึงมีความต่อเนื่อง ไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ
ข้อพึงระวังในระยะยาว (The Risk of Old Money)
แม้จะดูปลอดภัยและน่าสบายใจ แต่จุดตายของธุรกิจกลุ่มนี้คือ "Value Trap" (กับดักหุ้นคุณค่า) หรือการโดนเทคโนโลยีเข้ามาทำลายล้างจากภายนอก (Digital Disruption)
#จัดไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น