ตลาดหุ้นไทย …ยังหากินได้อยู่ ?
..โบราณ คนรุ่นใหม่เขาไปลงทุนนอกกันหมดแล้ว ตามโลกไม่ทัน ไม่มี S-Curve ใหม่ ลงทุนไปมีแต่ลง !! …นั่นแหละครับ ด้วยเหตุผลทั้งหมดแหละครับ ทำให้ต้องหันกลับมามองหุ้นไทย
..ย้อนกลับไปสิบปีก่อน ต้องบอกว่า ตลาดหุ้นไทยสร้างรายย่อยให้เป็นเศรษฐีเยอะมาก (ผมเองก็พอได้หางๆ เขามาบ้าง ..อิ อิ)
…เอาว่า ถ้าเข้าถูกจังหวะ พอร์ตโตหลายเด้งกันเลย …ส่วนโตมากน้อย ขึ้นกับแนวทางแต่ละคน
โอเค!! ..หลายคนคงอยากรู้ ‘แนวที่ทำเงินได้เยอะ’ มีตัวอย่างไหม ?
…อย่างหุ้นใหญ่ ถ้าเข้าต้นรอบ (ต้นรอบคือ ภาวะที่ผมเกริ่นไปตอนต้นเลย คือ ช่วงที่ตลาดซึมๆ คนด่าเยอะๆ คนขายมากกว่าซื้อ มีแต่ข่าวร้าย ..แต่หุ้นเริ่มไม่ค่อยลง)
…นั่นแหละ!! ทุกอย่างเลวหมด แต่ หุ้นไม่ค่อยลง …แปลว่า อะไร ?
…ก็แปลว่าคนขายหนีตายกันไปหมดแล้ว …พอคนขายหมดก็เหลือแต่คนอยากซื้อ (ยังไม่ได้ซื้อ) …คิดง่ายๆ แรงขายหมด ..การลงก็จำกัดละ …จากนั้น ขาขึ้นจะมา ก็ตอนคนที่อยากซื้อเริ่มทยอยเข้ามาซื้อ - มันก็จะเกิด ภาวะที่หุ้นยังไม่ได้มีข่าวดี แต่ราคาค่อยๆ ขึ้น …ใช่!! นั่นละ ต้นรอบ
..ถามหน่อย แล้วถ้ามันไม่ใช่ล่ะ …ถ้าซื้อแล้วลงต่อ จะทำยังไง ?
..ก็ได้เป็นนักลงทุนระยะยาว รับปันผลไง …555 - ก็นั่นแหละครับ ‘ความเสี่ยง ที่ต้องรับ‘ - ขึ้นชื่อว่า ’การลงทุน‘ มันย่อมมีความเสี่ยง …แค่เราคำนวณความเสี่ยงได้ แล้วยอมรับมันได้ อันนี้ผมถือว่า เป็นจังหวะการลงทุนที่ดีแล้ว (ถึงพลาด ก็ไม่เจ็บหนัก)
…ส่วนคนที่ลงทุนแล้วเจ็บหนัก มันตรงข้ามเลย …คือ ตามกระแสไป …โลกเปลี่ยน …นี่แหละ ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม …อัดสุด …ถ้าผิดนิดเดียว นุ่นเลย ดอยสูงสุด
สรุป การลงทุนที่ดี คือ ลงทุนในจุดที่เราเข้าใจความเสี่ยง เตรียมตัวรับการผลร้ายได้ ..นั่นแหละการลงทุนที่ดี และ มีโอกาสรวย !!
#ภาววิทย์กลิ่นประทุม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น