แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553

จะรุ่งในอาชีพ “White Collar” อย่างไร


มีหลายคนถามผมว่า เรียนจบจะทำงานอะไรดี จะเปิดธุรกิจตัวเองดีไหม ถ้าให้ผมตอบ ผมก็ว่า ดีทั้งสองอย่าง แต่ถ้าได้เป็นลูกจ้างเขาก่อนจะ ยิ่งลดความเสี่ยงไปได้มาก …แต่อย่างไรก็ตาม “มันได้อย่างเสียอย่าง” เพราะคนที่ไปทำธุรกิจเลย ก็เจอประสบการณ์จริงเลย เรียกได้ว่า “แกร่งทันที” แต่ปัญหามันอยู่ที่ ถ้าไม่ แกร่งจริง อาจ “กุดไปเลย”

ถ้าเรามอง องค์กรใหญ่ๆในปัจจุบัน ผมว่า กำลังเดินมาถึง จุดยอดแล้ว --จากนี้มีแต่หักลง นั่นก็หมายความว่า บริษัทต่างๆ กำลังจะเจอมรสุมต่างๆนาๆ ..สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะบริบทการแข่งขันของธุรกิจมันเปลี่ยน “ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ” จากยุคที่ “Demand มากกว่า Supply คือผลิตเท่าไหร่ก็ขายได้ มาเป็น(ผลิตเกินความต้องการ)” ข้อดีของการเป็น “ลูกจ้าง” คือ เราได้เห็น “ผู้ยิ่งใหญ่ล้มเหลว” มันเป็นอะไรที่ น่าศึกษา ยิ่งนัก

องค์กรใหญ่มักประกอบไปด้วย คนที่มีความสามารถแบบ “มั่นใจไร้สติ”เยอะมาก ...เขาเหล่านั้น ไม่เคยฟัง ดังนั้น แน่นอน ที่องค์กรต่างๆกำลัง “ติดกับดัก” ของ “การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้” …ผมได้เห็นการเกิดของเครื่องมือ มากมายที่ ลดต้นทุนในการสื่อสารถึงลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Facebook , Twitter , YouTube แต่กลับถูกมองข้าม ---ในไม่ช้า องค์กรใหญ่ๆเหล่านี้ จะต้องให้ความสนใจกับเครื่องมือ การตลาดใหม่ๆในที่สุด ดังนั้น คนที่ต้องการจะรุ่ง ในองค์กร ต้องพยายามศึกษาและใช้เครื่องมือเหล่านี้ “ทางการตลาดได้เก่ง” เช่น การใช้ YouTube เป็นการสำรวจ Rating ของรายการ หรือ การเผยแพร่เพื่อที่จะตี “แผ่นผี” ให้ตายไป ...จากนั้น หารายได้จากทางอื่น ไม่ว่าจะเป็น การจัด Event หรือ การแสดงสด

ซึ่งหากเรามีความชำนาญ ก็สามารถ “ลาออก” แล้วมาเปิด บริษัทแข่งกับกิจการใหญ่ๆได้ เพราะ Trend ต่างๆ ในอเมริกาอย่าง Outsource ก็เริ่มเห็นในบ้านเราแล้ว …ที่เห็นๆเลยตอนนี้ ก็วงการบันเทิง ที่มีการ Outsource ให้บริษัท Content ต่างๆเข้ามาผลิตรายการแข่งกัน ....อย่าง Workpoint ของคุณ ปัญญา ก็นับเป็น Case Study ของความสำเร็จที่น่าศึกษายิ่งนัก หรืออย่าง “หม่ำ จ๊กม๊ก กับทีม เท่ง โหน่ง” ก็ถือเป็น ตัวอย่างของการ ขยายและต่อยอด เพื่อสร้างรายได้ ในทุกๆสื่อ อย่างน่าสนใจมาก ..วันนี้ “วงการดารา” จึงไม่ได้เป็นเพียง “หน้าใสไร้สมอง หากแต่แฝงไปด้วย กรณีศึกษา ฉลาดหลักแหลมของคนมากมายที่ ใช้เป็นบันไดก้าวไปสู่ ธุรกิจทำเงินอย่างแท้จริง”

ดังนั้น หากใครที่มีโอกาสทำงานในองค์กรใหญ่ ควรศึกษา “ความล้มเหลว และการแก้ปัญหาอย่างหนัก” และใช้เป็น บันได ในการก้าวสู่ การมีกิจการของตัวเองในวันข้างหน้า ---หลักการเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือ “การเสนอหน้า” “เสนอไอเดีย” “เสนอความคิดในมุมใหม่” ไม่ว่าองค์กรของคุณจะเชยอย่างสุดๆ แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าการก้มหน้า “ครับ ครับ ครับ ครับ” …คนฉลาด ควรใช้ องค์กรเหล่านี้ เป็นเวที ในการลองผิดลองถูก เพราะแย่สุดก็เสมอตัว อย่างมากก็แค่ “ได้ทำกิจการตัวเองเร็วหน่อย..หุ หุ”

……ผมมองเห็นข้อได้เปรียบหลายอย่าง ทั้ง ในแง่ของ “ต้นทุน” และ “เครือข่าย” ที่ทำให้ องค์กรใหญ่ มีต้นทุนในการดำเนินงานที่ต่ำกว่า ในความเสี่ยงที่น้อยกว่า อย่างกรณี ราชประสงค์ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า กิจการใหญ่จริงๆ มีกลไกในการสู้กับวิกฤต ในขณะที่องค์กรเล็กๆไม่มี --ดังนั้น ประเด็นที่จะรุ่งในอาชีพ จึงเป็นการที่เรามองเห็นศักยภาพของแต่ละกิจการต่างหาก วันนี้ถ้าคุณมองออกว่า กิจการใหญ่มีจุดแข็งตรงใด หากมันเหมาะกับ Skill ของคุณ ก็เป็นไปได้ที่คุณ น่าจะรุ่งในองค์กรนั้นๆได้ ..แต่ถ้าคุณเห็น ต้นทุนการเสียโอกาสที่กิจการใหญ่ๆมองข้าม มันก็อาจจะเป็น Room ที่เปิดให้คุณ ไปทำธุรกิจเพื่อ “เติมเต็มช่วงว่างนั้นๆได้”

การทำธุรกิจ จึงเปรียบเสมือน การต่อ Jigsaw …กิจการใหญ่ย่อมเกิดจากกิจการเล็กมาก่อน ซึ่งทั้งนี้ ต้องเริ่มจาก “ช่องว่างของโอกาสทั้งสิ้น” --อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ เกิดจาก บริษัท Xerox มองข้าม นวัตกรรมใหม่ของเขา ทำให้ Steve Jobs เอามาตั้ง กลายเป็นวงการ คอมพิวเตอร์ ดังนั้น ก่อนที่คุณจะทำอะไร “อย่าหลับหูหลับตา ..เปิดมุมมองให้กว้างแล้ว เริ่มจาก ช่องว่าง” --และมันจะนำคุณสู่ความสำเร็จ ทั้งเป็นลูกจ้าง และผู้ประกอบการ นั้นเอง….

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ