แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553

คุณเคยคิดไหมหากคนเรามีอายุถึง 200 ปี มุมมองการลงทุนจะเปลี่ยนไปอย่างไร


คุณเคยได้อ่านเรื่องเล่าของ ชาวพื้นเมืองที่ได้รับเงิน จากการขายเกาะ New york(Manhattan) ด้วยราคา 26 เหรียญ เมื่อ 200 กว่าปีก่อน คือ เขาพูดถึงว่า ถ้าอินเดียนแดงคนนั้น เอาเงินไปลงทุนในรูปแบบของดอกเบี้ย ทบต้น เป็นเวลา 200 กว่าปี --" เงินลงทุนที่เริ่มต้นที่ 26 เหรียญก้อนนั้น จะมีมูลค่ามากพอที่กลับมาซื้อ เกาะ New York ทั้งเกาะได้"

จริงๆมันเป็นเรื่องขำๆ ที่ นักลงทุน หรือ นักเขียน ยกขึ้นมาเพื่อเปรียบเทียบอำนาจของ Compound Interest หรือ ที่เราเรียกว่า ดอกเบี้ยทบต้น ..แต่ลองคิดซิครับ ถ้ามนุษย์ในอนาคต สามารถมีอายุถึง 200ปี

เดี๋ยวก่อน!! หลายคน อาจมองว่า "อายุ 200ปี" ตลก เป็นไปได้ไง --เอาง่ายๆ ตอนนี้อายุเฉลี่ยของคนอแฟริกา บางประเทศ ยังไม่ถึง 50 "เรียกได้น้อยกว่า ญี่ปุ่น ครึ่งนึง" --หรือ อย่างสมัยก่อน ถ้าอยู่ถึง 50 ปี ก็หรูแล้ว "ตอนนี้ 100 ขวบ ยังเดิน ซิวๆอยู่เลย" (ด้วยการแพทย์ก้าวหน้าในปัจจุบัน ผมว่าอีก 100 ปี คนอาจเป็น อมตะเลยก็ได้) คือ พออะไรเสื่อมก็เปลี่ยนมันหมด อะไรใช้ไม่ได้ ก็ Clone ขึ้นมาแทน ..เอาเป็นว่า "อีกหน่อย คนจะมีอายุขัยถึง 200 ปี ผมไม่ได้เว่อร์"

ประเด็นที่น่าคิด คือ ถ้าคุณเอา (อายุไขที่เพิ่มขึ้น) กับ ประเด็นของ (Compound Interest) มาคิดร่วมกัน มันจะเป็นอะไรที่ "amazing มาก" คุณคิดดูขนาดตอนที่ ไอสไตน์ ขึ้นรับรางวัล โนเบล เขากลับกล่าวยกย่องว่า สิ่งที่น่ามหัศจรรย์ที่สุดในโลกไม่ใช่ "นิวเคียร์" มันกลับเป็น Compound Interest นั่นเอง

ลองนึกดู ถ้าวันนี้คุณ ทักษิณ เหลือเงินอยู่ 4 หมื่นล้าน ถ้าเขาเอาเงินที่เหลือ ไปลงทุนแบบดอกเบี้ยทบต้น Compound Interest เอาสัก 15% ต่อปี เป็นเวลาสัก 100 ปี ผมมองว่า พานทองแท้ (ที่อายูขัยน่าจะเกิน 120 ปี) จะกลายเป็น "คนแก่" ที่รวยสุดๆตั้งแต่โลกนี้เกิดขึ้นมา (คือ ถ้าคูณดู ก็จะรวยกว่า Warren Buffet ในตอนนี้ สัก ล้านเท่าน่ะ..หุ หุ)

แต่เผอิญ คุณทักษิณเขาไม่ได้ทำอย่างนั้น ประเด็น ความโชคดีของ พานทองแท้ ตอนแก่ คงเป็นเรื่องที่ ยังไม่เกิดขึ้น ---แต่!!(ไม่แน)มันอาจมีใครในโลกที่ทำอย่างนั้นจริงๆ ..อย่าง ดร.นิเวศน์ คือ ถ้าแกถ่ายทอดวิชาการลงทุนสู่ลูกสาวแกอย่างหมดเปลือก แล้วลูกสาวแกลงทุนต่อไปอีก สัก 50 ปี มันคงเป็น Port ที่ใหญ่ว่า port ของเสี่ยปู่ในตลาดหลักทรัพย์แน่นอน--- "รวยโคตรๆ" ว่างั้น

สรปก็คือ เมื่อคนมีอายุไขเพิ่มขึ้น มันก็จะส่งผลให้ราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้น "อย่างกรณีที่ผมเคยพูดถึงเศรษฐีณี(ผู้รวยด้วยที่ดิน)พออยู่ได้นานขึ้น ราคาสินทรัพย์ที่ถือ มันก็จะเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ" ดังนั้น ถ้ามนุษย์ จะต้องมีอายุ 200 ปี จริงๆ มันจะส่งผลให้ "คนที่ตื่นตูม(ซึ่งมีอยู่มาก)" ทำการกักตุน Asset ที่มีอยู่อย่างจำกัดไว้ครอบครองมากขึ้น(ทำให้ของที่ขาดแคลน ก็ยิ่งขาดแคลนหนักเข้าไปอีก)-- ส่งผลให้ราคา Asset มันเพิ่มขึ้นๆ ผนวกกับการใช้ หลักดอกเบี้ยทบต้นมาคิด "เราคงพอที่จะคำนวณกันได้ว่าความรวย ของคนรวยในอนาคต เมื่อคนอายุยืนขึ้น --จะรวยขนาดไหน!!"
---ยุคนี้เราเห็น Billionaire รออีกสัก 50 ปี รอดู Port พวก Value Investor ดู ผมว่าเห็น "Trillionaire แน่นอน"

2 ความคิดเห็น:

  1. แต่การจะรวยแบบนี้

    หมายถึง มันต้องมีคนหาเิงินมาป้อนเข้าสู้ตลาดอย่างต่อเนื่องนะครับ (ตามความคิดผม)

    พระโขนงเจริญ เพราะเมืองมันโตขึ้น

    ดอกเบี้ยเดิน เพราะคนกู้ เพราะคนเยอะขึ้น เมืองโตขึ้น เศรษฐกิจโต ๆลๆ

    แต่ถ้า มันหยุดหล่ะครับ คนลด หาเงินมาเติมเข้าระบบไม่ได้

    ดอกเบี้ยไม่เดิน โรคระบาด สงคราม ๆลๆ

    โมเดลนี้ จะไปรอดหรือเปล่า

    ตอบกลับลบ
  2. เป็นความคิดที่น่าสนใจ ผมเองก็เคยมองมุมนี้เหมือนกัน ..โดยคิดว่า หากวันนี้ให้ทุกคนพอเพียง กินน้อยลง ใช้น้อยลง (กลับไปมีชีวิตแบบคนต่างจังหวัด "Ideal Life") แต่พอเอาเข้าจริงทุกคนต่างไม่คิดเช่นนั้น การเกิดของคนที่เพิ่มขึ้น (โดยเฉพาะประเทศด้อยพัฒนา) แม้ไกลจากเรา แต่ท้ายสุดก็ต้องส่งผลถึงเราอยู่ดีอย่าง Case ของจีนและอินเดีย ...ดังนั้นมันจึงเป็นอะไรที่รอการพิสูจน์ ประเด็นอยู่ที่ คุณจะ Bet ด้านไหน "คนนึงวิ่งเข้าพอเพียง" อีกคนวิ่ง "ไม่พอเพียง"แล้วท้ายสุดใครจะได้ประโยชน์ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรก็ตาม "คุณว่าใครล่ะ จะอยู่ในสถานะที่ดีกว่า" ..."ผมว่าน่าคิด!!"

    ตอบกลับลบ

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ