แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Asset ทั้งโลกที่ลงทุนได้มีแค่สองแบบเท่านั้น(ไม่แปลกที่ Buffet ทำไมอึดมาก !!)



พูดถึง Asset ต้องอธิบายนิดนึงว่า Asset ก็หมายถึง สินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา และตามการเติบโตของเศรษฐกิจ อย่างเช่น ที่ดิน, ทอง , หุ้น , พันธบัตร ,ของสะสม , เหล็ก , น้ำมัน ..เอาเป็นว่าทุกอย่างที่สามารถเก็บรักษาได้ แล้วมีมูลค่านั่นเอง (แต่ของที่เสื่อมค่าเมื่อเวลาผ่านไป ผมขอไม่เอามารวมในนิยามของการลงทุนละกัน)

ที่ว่า Asset ทั้งโลกมี 2 แบบ ก็คือ

1. Asset ที่มีความเสี่ยงน้อย เช่น พันธบัตรรัฐบาล, หุ้นกู้ Bond ต่างๆ , ที่ดิน ,บ้าน คอนโด (คือ รวมทุกอย่างที่ทุกคนมองว่าเสี่ยงน้อย)

2. Asset ที่มีความเสี่ยงมาก เช่น หุ้น , น้ำมัน ,ทอง (สองประเภทหลังเสี่ยง แต่ก็ยังน้อยกว่าหุ้น เพราะหุ้นมีความผันผวนขึ้นลงทุกวัน)

ดังนั้น ถ้าถามว่า Asset เพียงสองแบบ ก็ลงทุนง่ายน่ะซิ ..”ไม่เลย” คุณรู้ไหมว่าคนส่วนใหญ่ขาดทุนจากการลงทุน เพราะเขา ไม่สามารถ แยกภาพลวงตา ออกจากความเป็นจริงได้ (งง ไหมครับ)

เวลานี้ถ้าไปถามนักลงทุนส่วนใหญ่ ว่า “ตอนนี้คุณควรลงทุนใน Asset ประเภทไหน”-- ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่จะต้องตอบว่า “ก็ Asset ที่มีความเสี่ยงน้อยไง!!” ดังนั้น แน่นอนเมื่อคนส่วนใหญ่ต้องการถือ Asset ที่มีความเสี่ยงต่ำ ย่อมทำให้ ราคาสูงขึ้นตาม Demand ของตลาด …ในขณะที่ Asset ที่มีความเสี่ยงสูง (ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่กล้าถือ) ก็จะมีราคาต่ำ

ถ้าถามผมว่า เมื่อเป็นแบบนี้ คุณควรจะลงทุนอย่างไร ..ก็ตอบง่ายๆว่า คุณก็ควรลงใน Asset ที่มีความเสี่ยงสูงในเวลานี้นั่นเอง!!-- จากนั้นถือไปจนกว่า เศรษฐกิจจะดี (อาจเป็น 3 – 5 ปีข้างหน้า)-- พอคนส่วนใหญ่เริ่มรู้ดีต่อตลาด (ก็ตอนที่เศรษฐกิจดีหมด ทุกคนก็จะมีความมั่นใจ) ทีนี้แหละ คนส่วนใหญ่ก็จะมองหา Asset ที่มีความเสี่ยงสูงมากขึ้น -- และเมื่อราคามันสูง คุณก็ควรจะออก แล้วไปซื้อ Asset ที่มีความเสี่ยงต่ำแทน (สวนมันเข้าไป ให้ไส้แตก!! …หุ หุ)

“อาจจะฟังดูง่ายนะครับ แต่แปลกไหมครับ ที่คนส่วนใหญ่กลับทำไม่ได้” ดังนั้น มุมมองอย่างเดียวมันไม่พอ คุณจะต้องมีความหนักแน่นด้วย ..ปรมาจารย์นักลงทุนอย่าง Warren Buffet กล่าวไว้ว่า “หากคุณทนเห็น Port การลงทุนของคุณ ลดลงถึง 50% ไม่ได้ คุณก็ไม่ควรเล่นหุ้น”

ทั้งนี้เพราะหนึ่งในหุ้นที่ดีที่สุด ที่ Buffet ถือ ก็คือ Washington Post ซึ่งเขาถือหุ้นตัวนี้นานกว่า 20 ปี ..โดยในปีที่สองหลังจากที่เขาลงทุนในหุ้นตัวนี้ --หุ้นตกลงไปกว่าครึ่ง แต่ Buffet ก็เชื่อมั่นและยังคงถือต่อไป จากนั้น หุ้นตัวนี้ก็วิ่งจาก Bottom ไปกว่า 100 เท่า ใน 20 ปีที่ Buffet ถือ (คุณลองนึกให้ดี ว่าจริงๆแล้ว คนส่วนใหญ่ ถ้าปีที่ 2 หุ้นตกขนาด 50% ผมว่านักลงทุนส่วนใหญ่ ขายวิ่งหนีตายไปหมดแล้ว ..และนี่คือ ข้อแตกต่างระหว่าง Buffet กับนักลงทุนทั่วไป)

สรุปง่ายๆว่า การเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้นั้น นอกจากมีความเข้าใจในประเภทของ Asset แล้ว คุณยังต้องมี “ความอึด” ที่เป็นส่วนสำคัญของการลงทุนเช่นกัน….

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ