แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553

"ตู้เย็นมือถือราคาพันกว่าบาท รถยนต์หมื่นบาท" ต้อง Bottom-up Innovation เท่านั้น


ตลาดด้อยพัฒนา(Emerging Market)ในปัจจุบัน อย่าง จีน และ อินเดีย ใช่ว่าจะต้องเป็นผู้ตามเทคโนโลยีเท่านั้น ...ปัจจุบัน "ตู้เย็นราคาพันบาท ที่ขนาดเท่า Cooler ถือไปไหนมาไหน ใช้ไฟน้อย ไม่มี Compressor แต่ใช้ Chip และพัดลม เหมือนคอมพิวเตอร์แทน --สินค้าเช่นนี้ไม่สามารถจะเกิดได้เลย หากไม่ได้ออกแบบอยู่ในอินเดีย .."มันเริ่มตั้งแต่ พฤติกรรมของชาวบ้านอินเดีย ที่นิยมซื้อสินค้าทุกวันทำให้ ตู้เย็น ขนาดปกติ ไม่ใช่ที่ตลาดอินเดียต้องการ --"และนี่เองที่ Frugal Engineer หรือ การออกแบบแบบ Bottom-up Innovation ได้เกิดขึ้น

เรื่องนี้ผมเคยยกตัวอย่างก่อนหน้านี้แล้ว เกี่ยวกับรถ Nano ของ TATA MOTOR เป็นรถที่ถูกที่สุดในโลก "ไม่กี่หมื่นบาท" ลูกค้าที่ Nano จับก็คือ คนขี่มอเตอร์ไซค์ที่อยากปลอดภัยขึ้น(ซึ่งการใช้ รถตุ๊กตุ๊ก เป็นต้นแบบ แทนการใช้รถยนต์ปกติ มันเป็นหลักคิด ที่มีเหตุผลอย่างแน่นอน!!) ..เดิมถ้าบริษัท TATA MOTOR ใช้ Platform การสร้างรถยนต์แบบเดิม เขาก็ไม่มีทางที่จะสร้างรถที่มีราคา "ถูก" เช่นนี้ได้ --ประเด็นคือ การคิดตั้งแต่ Bottom-up นั่นเอง

บริษัททั้งในอินเดีย และ จีน ต่างเริ่มแข่งขันในด้าน Bottom-up Innovation มากขึ้นเรื่อยๆ ..ซึ่งหากมองให้ดีแล้ว ตลาดที่พูดถึงนี่ มีขนาดใหญ่มากๆ ..ยกตัวอย่างของบริษัท Zhongxing Medical ของจีนที่สร้างเครื่อง X-ray ได้ "ถูก"กว่าเครื่องปกติถึง 20 เท่า ..ทำให้เครื่อง X-ray นี้สามารถ ผูกขาดตลาดโรงพยาบาลในประเทศจีนได้ถึงกว่า 50%(เพราะโรงพยาบาลในจีน ต้องการแค่คุณสมบัติเบื้องต้นของเครื่อง X-ray ที่ไม่ต้องซับซ้อนอย่างที่ใช้กันเป็นมาตรฐานทั่วโลก) ..จุดนี้ผมว่ามันช่วยอธิบาย ได้หลายๆอย่างที่ ทำไมบริษัทต่างชาติจึง ไม่สำเร็จในการผลิตสินค้าขายคนจีน ทำให้ภายหลังต้องปรับ Model ใช้จีนเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก ในปัจจุบัน

แต่ในมุมกลับกัน "ตลาดที่บริษัทตะวันตก"มองข้าม คือ กลุ่มคน"ยากจนที่เรียกว่า The Bottom of the Pyramid" จริงๆมีขนาดใหญ่มากถึง 4 - 5 พันล้านคนทั่วโลก ...จุดนี้เองเป็นจุดที่ Bottom-up Innovation จะมาเติมเต็มช่วงว่างนี้ได้ --ตั้งแต่รถยนต์ Nano , เครื่อง X-ray ราคาต่ำ , ตู้เย็นหูหิ้วที่กินไฟฟ้าน้อย (และสามารถใช้กับประเทศที่ไฟฟ้าดับเป็นว่าอย่างอินเดีย)

ผมว่า "อนาคตของเอเชีย" เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ จากแต่เดิมที่ เราเป็น แรงงานและผู้รับใช้ เทคโนโลยี "ฝรั่ง"(อย่างบ้านเรารับมาทั้งดุ้น มันเลยเหมือนเป็นคำสาบให้เราต้องก้มหัวรับ แต่เทคโนของอเมริกาอยู่ตลอดเวลา) ... วันนี้ถือว่า เราโชคดี ที่จีนและอินเดีย ไม่ได้เป็นแค่ผู้ตามเพียงอย่างเดียว ...หากแต่มีความเป็น"ผู้คิดและผู้สร้าง"ด้วยในเวลาเดียวกัน -- ปัจจุบันบริษัทอย่าง GE , Microsoft และอีกหลายๆบริษัท เริ่มกลับตัว แล้วตั้ง Research Center ในประเทศจีน และ อินเดียบ้าง (จุดนี้ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ยังมีทางเดินอีกไกล) ผมหวังว่าวันนึง องค์กรในประเทศไทย จะตื่นตัวกับ Bottom-up Innovation บ้าง!!!

1 ความคิดเห็น:

  1. ตู้เย็นพันกว่าบาทเองหรอครับ และมันจะเย็นใกล้เคียงกับแบบบ้านเรามั้ยเนี่ย

    ตอบกลับลบ

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ