แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

กฏสิบเท่าเขาคิดและทำยังไง






กฏสิบเท่า เขาคิดและทำอย่างไรกัน !!

ผมขอแบ่งเงินเดือนมนุษย์ในโลกนี้ ออกเป็น 3 ระดับ

1. คนเงินเดือนหมื่น ..อันนี้ก็เด็กจบปริญญาใหม่ วันนี้ได้เงินเดือน 15,000 บาท

2. คนเงินเดือนแสน ..พวกนี้ในประเทศไทย จัดว่า อยู่ในระดับผู้บริหาระดับสูง ซึ่งต้องมีประวัติการทำงานที่ยาวนาน มี Success Trail คือ ผลงานที่จับต้องได้ที่ผ่านๆ มา ..ถ้าไม่มีผลงาน คนเหล่านี้คงไม่ได้รับการโปรโหมดขึ้นมาเป็นผู้บริหาร

3. คนเงินเดือนล้าน ..พวกนี้เป็นมือสำคัญขององค์กร หรือ เป็นมือปืนรับจ้างองค์กรฝรั่ง ..เพราะในเมืองไทย ผมเชื่อว่ามีไม่กี่องค์กร ที่สามารถจ่ายเงินเดือนผู้บริหารเกินเดือนละล้าน

ก่อนจะทำความเข้าใจ กฏสิบเท่า ..ผมอยากจะบอกตัวเลขของคนที่จ่ายภาษีของประเทศไทย ที่อัตราสูงสุด มีแค่ 20,000 คนนะครับ อีกเกือบ 70 ล้านคน จ่ายภาษีอัตราต่ำกว่านั้น ...แล้วที่ตลกกว่านั้น ก็คือ เศรษฐีและคนรวยในเมืองไทย ไม่มีใครจ่ายภาษีสูง ..คิดง่ายๆ คนที่เป็นเจ้าของบริษัท มีแต่จ่ายเงินให้ตัวเองน้อย เพราะ เขาสามารถจ่ายให้ตัวเอง ก็ก่อนจ่ายภาษี

อย่าง Steve Jobs ก่อนตาย เขารับเงินเดือนแค่ 1 เหรียญต่อปี ...อันนี้ไม่ได้ตลก ...ผมเพียงต้องการชี้ให้เห็นว่า คนรวยจริง ไม่มีใครจ่ายภาษี

เอาล่ะ ผมขอค้างเรื่อง ภาษีไว้เท่านี้ เพราะหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่ วิธีประหยัดภาษี แต่เป็นวิธีคิดต่างในการทำธุรกิจ ..โอเค เรามาเข้าประเด็นเลยว่า ถ้าอยากรวย อยากคิดเป็น ในแบบคนรวย ที่เขาทำเงินได้มากตาม “กฏสิบเท่า” เขาคิดและทำอย่างไร

1. ‘คนที่เงินเดือนหมื่น จะได้เงินเดือนหลายหมื่นเมื่อทำงานหนักขึ้น’ ...สุดท้ายทำงานหนักขึ้น แก่ขึ้น เขาก็จะเงินเดือนหลายๆ หมื่น แต่จะไม่ขึ้นไปเงินเดือนแสน ..คนที่สามารถขึ้น 10 เท่า ไประดับเงินเดือนแสน เขาต้องเปลี่ยน “ชุดความคิด”

2. ‘ชุดความคิด’ เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร ...เพราะ คนส่วนใหญ่มีอยู่ชุดความคิดเดียว คือ “เรียนให้เก่ง ทำงานให้หนัก แล้วเดี๋ยวจะรวย” ...ชุดความคิดนี้ เป็นชุดความคิดของคนเงินเดือนหมื่นครับ

3. ‘ตามกฏสิบเท่า คือ รวยสิบเท่า’...ใครก็ตาม ที่ทิ้งชุดความคิดเดิม และ เปลี่ยนชุดความคิดใหม่ จะทำให้รายได้ของตัวเองเพิ่มขึ้น 10 เท่า ...ถ้าเดิมเงินเดือนหมื่น ...พอเปลี่ยนชุดความคิดจะกลายเป็นรายได้แสนต่อเดือน

4. ‘ชุดความคิด ในภาษาอังกฤษ จะใช้คำว่า Mindset’ ...คนส่วนใหญ่ ใช้คำว่า Mindset จนเกลื่อน แต่ไม่ได้รู้ความหมายจริงๆ ว่า Mindset คือ ตัวกำหนด ทั้งความเชื่อ วิธีคิด และ การกระทำของแต่ละคน

5. ‘การที่เรามีอายุมากขึ้น ..การเปลี่ยนชุดความคิดจะยากขึ้นเรื่อยๆ’ ...เหมือน Nokia เพราะ คนที่เคยสำเร็จมาในชุดความคิดใด เขาก็จะคิดว่าสิ่งนั้นแหละดีที่สุด ..อย่างเช่น Nokia ที่คิดว่า โทรศัพท์ธรรมดา คือ สิ่งที่ดีที่สุด ..ในขณะที่ ผู้บริโภคบอกว่า เขายอมซื้อ Smartphone แม้จะต้องจ่ายแพงกว่า 10 เท่าของมือถือธรรมดานั่นเอง

6. ‘ยุคนี้เป็นยุคที่คนเก่งมีปัญหาในการเติบโต’ ...ทุกวันนี้คนเก่งมีเต็มไปหมด ..ดังนั้น คนเก่ง มีคู้แข่งเยอะ จึงประสบความสำเร็จยาก ...กลายเป็นว่า ยุคนี้ให้รางวัลแก่ผู้นำ ...เพราะ วันนี้คนเก่งเยอะ แต่ขาดคนที่มีทิศทาง และ ความคิดชัดเจน ...และด้วยการที่ใครสักคนกล้าลุกขึ้นมาเป็นผู้นำ ในเรื่องอะไรก็ตาม เขาผู้นั้น จะมีรายได้ 10 เท่า ของคนที่เป็นผู้ตามในธุรกิจเดียวกัน

7. “โลกไม่ได้ต้องการสิ่งใหม่อะไรมากมาย” แต่ต้องการความชัดเจน ...สังเกตให้ดีจะพบว่า ทุกวันนี้เราซื้อสินค้าที่บอก Identity ..บอกความเป็นตัวเรา ..ที่เป็นเช่นนั้น เพราะ มนุษย์ทุกวันนี้เป็นเป็ด คือ จับฉ่าย ..พูดง่ายๆ คือ คนทุกวันนี้เก่งทุกอย่าง แต่ไม่มีอะไรที่เก่งสุดๆ ....สรุป ว่า เก่งทุกอย่างก็คือ ไม่เก่งอะไรเลย ...การขาดจุดยืนนี่เอง ที่ทำให้มนุษย์ทุกวันนี้ ซื้อสินค้าเพื่อมาตอบโจทย์ จุดยืน ...เราซื้อ iPhone เพราะ มันทำให้ดู Think Different ...ใช่!! Steve Jobs เขาบอกไว้อย่างนั้น และ ที่สำคัญคนทั้งโลกก็เชื่อด้วยน่ะซิ !!


8. ‘กฏสิบ แบ่งเงินเดือนของคน ออกเป็น 3 หลัก’ คือ  หลักหมื่น / หลักแสน / หลักล้าน ..คนแต่ละกลุ่ม จะคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะ

คนหลักหมื่น คือ คนที่ทำตามโจทย์ ..หัวหน้าสั่งอะไรมา คนเหล่านี้ จะทำตามโจทย์ได้อย่างดีเยี่ยม

คนหลักแสน คือ คนแก้โจทย์ ..คนเหล่านี้จะช่วยหัวหน้าข้างบน แก้โจทย์ ..พวกนี้ต้องอาศัย การคิดนอกกรอบที่เพิ่มขึ้น

คนหลักล้าน คือ คนตั้งโจทย์ ...วันนี้โลกเต็มไปด้วย คนทำตามโจทย์ และ คนแก้โจทย์ เพราะ ระบบการศึกษาของทั้งโลก สอนให้เรา ท่องจำ ก็คือ การทำตามโจทย์ ..และ ก็แก้โจทย์ ..แต่จะไม่มีสอนเรื่องการตั้งโจทย์ ...คุณคิดดีๆ นะ เราเรียนทั้งชีวิตเพื่อตอบคำถาม แต่ไม่มีใครสอนเราให้ตั้งคำถาม ..เพราะ อะไรน่ะหรือ ?

 การตั้งคำถาม มันทำให้คนสอนปวดหัว เช่น สมมุตินักเรียนทั้งห้อง กำลังเรียนวิชานึงอยู่ ...แล้วจู่ๆ   ก็มีเด็กคนนึงถามอาจารย์ว่า “เราเรียนไป ทำไมล่ะครับ” ...อาจารย์ก็จะตอบว่า “ไอ้นี่ไม่รู้เรื่อง อันนี้มันต้องเรียน เข้าใจไหม ..เรียนไปซะ!!” ...ตกเย็นพออาจารย์ กลับบ้านไป อาจารย์ก็กลับไปคิดว่า “เฮ้ย!! หลายๆ อย่างที่เราสอนเด็ก มันเป็นสิ่งที่มันไม่จำเป็นแล้วนี่ !!” ...จากนั้น อาจารย์ก็มานั่งคิดว่า แล้วตัวของอาจารย์คนเดียว จะเปลี่ยนอะไร ...ทั้งที่รู้ว่า บางอย่างต้องเปลี่ยน แต่อาจารย์คนเดียวจะเปลี่ยนอะไรได้

สรุปก็เลยไม่มีใครลุกขึ้นมาเปลี่ยนอะไร !! ...แต่ผมอยากจะบอกคุณว่า ยุคนี้ เรามี Silicon Valley เรามีกลุ่มเด็กบ้า ที่มันคิดและทำไม่เหมือนใครในโลก ...มันไปรวมตัวกันอยู่ใน Silicon Valley..ในที่แห่งนั้น มีผู้นำบ้าๆ อย่าง Peter Thiel ที่ออกหนังสือ ชื่อว่า Zero to One อ่านแล้วเหมือนโดนตบหน้าสิบครั้ง ...ฉาด ๆ ๆ ๆ ๆ (อ่านจบแล้วหน้าชา ..ว่าตกลง ทุกอย่างที่ฉันเรียนรู้มา มันต้องเปลี่ยนใช่ไหมนี่ ...ฉันถึงจะรวยเร็ว และ มีจุดยืนอย่าง Peter Thiel

9. ‘คนรวยทุกคนในโลกนี้ คือ Self-Taught’ ..แปลง่ายๆ ว่า ในโลกนี้ไม่มีอาจารย์สอนเศรษฐี เพราะ ความสำเร็จใดๆ ก็ตาม ที่ทำให้คนนึงรวย และ ประสบความสำเร็จ ...ก็จะไม่ทำให้คนอื่นประสบความสำเร็จ ...ยกตัวอย่าง Larry Pages รวยจากการคิด Search Engine ..คนจำนวนมาก พยายามทำ Search Engine ที่ดีกว่า แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครชนะ Google ได้ในความคิดเดิม ...จนเมื่อ Mark Zuckerberg ท้าทาย Google ครั้งใหญ่ ด้วยการคิด Facebook ซึ่งเป็น Social Network ที่คนใช้มากที่สุดในโลก ...ใช่!! คุณไม่สามารถเป็นผู้ตาม คิดและทำเหมือนผู้นำ แล้วจะแซงผู้นำ ...ทางเดียวที่คุณจะชนะผู้นำ ก็คือ คุณคิดไม่เหมือนผู้นำ ...นั่นแหละ ทางเดียวเลย !! (แต่ผมเห็นคนทั้งโลก คิดและทำตามหนังสือ How-to หนึ่ง สอง สาม สู่ความสำเร็จ แล้วคิดว่าตัวเอง จะประสบความสำเร็จเหมือนเศรษฐีโลกบ้าง ..มันก็คล้ายๆ คุณอยากคิดและทำเหมือนเดิม แต่หวังผลลัพธ์ที่แตกต่าง ...มันเป็นไปไม่ได้ครับ!!) ...ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่แตกต่าง อย่างแรกคุณต้องเริ่มทำสิ่งที่ไม่เหมือนใครก่อน !!

10. ‘พ่อสอนลูกไม่ได้ (เพราะมันไม่ฟัง)’ ..คนที่สอนลูกดีที่สุด คือ “แผลกลางหลังของลูกเอง” …คุณรู้ไหมว่า Bill Gates เขาสำเร็จ เพราะ ไม่มีอะไรที่เขาเหมือนพ่อเลย ..พ่อของ Bill Gates เป็นนักกฏหมายที่ประสบความสำเร็จสูงมาก ..ถ้าปกติลูกก็มักจะอยากเป็นนักกฏหมายเหมือนพ่อ และ สุดท้าย เขาก็ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จในแบบตัวเอง ...พูดง่ายๆ คือ ถ้า Bill Gates เลือกเดินในสายนักกฏหมาย เขาก็คงไม่ใช่ Bill Gates ในวันนี้ ที่เปลี่ยนทั้งโลก ตั้งแต่ อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ จนถึงอุตสาหกรรมการแพทย์ในปัจจุบัน -- คนที่สอนเราได้ดีที่สุดในยุคนี้ คือ ถนน ...เพราะ ความผิดพลาดในการทำธุรกิจในยุคนี้ไม่ได้แย่เหมือนในอดีต ...เดี๋ยวนี้สร้างธุรกิจใช้เงินนิดเดียว เพราะ มันใช้ Online ช่วยลดต้นทุน ...แถมบริษัทต่างๆ ก็พร้อมจะ Outsource ทำให้เดี๋ยวนี้ คุณใช้เพียง Idea เท่านั้นก็เริ่มธุรกิจได้

พูดพล่ามมา 10 ข้อแล้ว เรามาทำความเข้าใจ “กฏสิบเท่า” กันอย่างลงลึกดีกว่าว่า เราจะเอา “กฏสิบเท่า” มาปรับใช้กับ งาน และ การลงทุนของเรา อย่างไร

#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ