แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ทำไงให้พ่อแม่เป็นโค๊ชของลูก


ทำไงให้พ่อแม่เป็นโค๊ชของลูก

ให้มองว่าลูกในวันนึงเขาจะต้องเป็น พ่อแม่ เป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ..พ่อแม่ต้องเรียนรู้ไปกับลูก สอนเขา แต่ไม่บังคับ ต้องช่วยให้เขาเรียนรู้ ด้วยมุมมองที่รอบด้าน ไม่ใช่เอาแต่ยัดเยียดมุมมองและความคาดหวังของพ่อแม่

ลูกจะขอบคุณเรา ถ้าเราสอนโดย ทวนความรู้สึกเขา

การทวนความรู้สึกลูก ...เช่น ถ้าลูกบอกว่า แม่ไม่เข้าใจผมเลย !! ...โดยปกติแม่ก็มักสวนทันที “จัดหนัก!!” ..แต่ถ้าแม่ใจเย็น แล้วใช้การทวนความรู้สึกแทน จะเปลี่ยนการพูดต่อลูกเป็น “ไหนเล่าให้แม่ฟังซิ ว่าแม่ไม่เข้าใจยังไง” คือ มันต้องใช้เหตุผล ไม่ใช้อารมณ์เข้าใส่กัน

...พ่อแม่ต้องมองอารมณ์ของลูก โดยเฉพาะวัยรุ่นว่าเป็นคลื่น ซึ่งมันมาเป็นลูกๆ

..ให้พ่อแม่ล้อคลื่นตามไป ไม่ใช่สวนคลื่น อัดกลับ ระเบิด ทะเลาะ -- พ่อแม่ต้องฝึก การทวนความรู้สึก ถึงจะเป็นโค๊ชที่ดีให้กับลูกได้

 ...หลักๆ คือ เรายอมรับฟังเหตุผลของลูก ไม่มองว่า สิ่งที่ลูกคิดมันเด็กๆ ไร้สาระ ให้คิดซะว่า เราก็เคยคิดเด็กๆแบบนี้ แต่การจะล้อเขาว่าคิดโง่ๆ แล้วสรุปเอาความคิดเรายัดเยียด ก็ให้ฟังเขา ช่วยเขาคิด และ ช่วยให้เขาตัดสินใจ

...ห้ามตัดสินใจแทน หรือ บังคับเขา เพราะ ไม่มีใครอยากถูกบังคับ ..พ่อแม่ ต้องเอาใจเขาใส่ใจเรา
สมมุติลูกอาจพูดว่า “ทำไมพ่อไม่เคยชมหนูเลย”

พ่อก็มักสวนว่า “นี่ลูก ดูละครมากไปป่ะ” เหน็บไปหนึ่งดอก หรือ กระแนะกระแหน ว่า “ก็เป็นลูกแม่ไม่ใช่หรือ (ก็ให้แม่ชมซิ มาให้พ่อชมทำไม)”

การเข้าใจการปรับตัวของลูก คือ เราต้องเข้าใจความผิดหวังของเขา

พ่อแม่มักคิดว่า เราได้กลั่นกรองและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกแล้ว แต่จริงๆ ลูกไม่ได้อยากทำตาม เพราะมนุษย์ทุกคนมีความคิดของตัวเอง และ อยากที่จะเลือกตัดสินใจอะไรต่างๆด้วยตัวเอง เราแค่เป็นโค๊ชที่ดี คือ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกที่ดีที่สุด

การสร้างลูกให้ดีที่สุดในจุดที่ยืน ทำดังนี้

1. ดูจุดที่เขายืน เรียนรู้ไปกับเขา ซึ่งเด็กยุคนี้มี Internet ที่เปิดกว้างมุมมองและทางเลือกที่หลากหลาย เด็กจะฉลาดขึ้น แต่เขาจะเครียดขึ้น เพราะความรู้มันเต็มไปหมด การหาอัตลักษณ์ Identity และ การหาเอกลักษณ์ Uniqueness เป็นสิ่งที่ยาก แต่ถ้าเด็กคนไหนพบตัวตนเร็ว ก็จะกลายเป็นเด็กเก่ง เป็นอัจฉริยะ และ พัฒนาตัวเองให้ดีที่สุดในจุดที่ยืนได้เร็ว

2. ใช้เวลากับลูก ให้เหตุผล ให้คำชี้แนะ ในระหว่างที่เขาหา Identity และ Uniqueness ให้มากที่สุด ช่วยเขาตอบให้ได้ว่า “เขาเก่งอะไร” “เขามีมุมมองอย่างไร” “เขากลัวอะไร” “เขาสับสนอะไร” “เขาชอบอะไร” “เขาอยากเป็นอะไร” ...ห้ามยัดเยียดความอยาก หรือ ปมของเราให้เขาทำ -- ต้องให้ลูกเลือกสิ่งที่เขาอยากทำด้วยตัวของเขาเอง

3. เป็นกระจก คือ “ทวนความรู้สึกลูก” ถ้าเขาบอกว่า “พ่อแม่ไม่เข้าใจ” ก็ต้องทวนความรู้สึก แล้วถามว่า “ที่บอกว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจยังไง ไหนอธิบายซิ” ...ต้องรับความรู้สึกของลูกอย่างอดทน และ ไม่ด่วนสรุปตัดสิน ..ต้องไม่มองว่าความคิดเขาไร้สาระ

...พ่อแม่ต้องทำหน้าที่โค๊ชที่ดี -- Good Coach !!



#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ