วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
ฝรั่งบอกว่าหนังสือพิมพ์ยังไม่ตาย
เรื่องนี้ต้องขยาย ' ฝรั่งบอกว่าหนังสือพิมพ์ยังไม่ตาย'
คุณคิดว่าไง ...ต้องถามว่า วันนี้มีใครซื้อหนังสือพิมพ์บ้าง อันนี้คำถามแรก
คำถามที่สอง คนที่รับหนังสือพิมพ์อยู่ มีใครอยากจะยกเลิกรับบ้างครับ ?
เจอไปสองคำถาม ผมว่า "เสี่ยงละ" ... เอาง่ายๆ ไม่ใช่แต่เฉพาะหนังสือพิมพ์ในยุคนี้ที่เสี่ยง แต่ผมว่า ทุกธุรกิจเสี่ยงหมดแหละ เพราะ Internet และ "การขนส่ง" ปัจจุบัน มันเปลี่ยนวิธีการซื้อขายของคน ..อย่างในเมืองจีนที่ระบบค้าปลีกไม่แข็ง ...กลายเป็นว่า ระบบการค้าหลักในปัจจุบันของจีน คือ Online ไปแล้ว ...และ ระบบการเงิน กำลังจะเปลี่ยนมาเป็น Online เช่นกัน
จะเห็นได้จาก Alibaba เป็นเว็บค้าขายบนเน๊ตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ..แต่มูลค่าจริงๆ อยู่ที่ Alipay ก็คือ ระบบการเงินบนเน๊ตของคนจีนที่ใหญ่มาก --- เรียกได้ว่าวันนี้คนจีน เห็นสินค้าอะไร ที่ไหน ไม่สำคัญ ...สุดท้ายเขาซื้อบนเว็บ เพราะ สะดวกที่สุด ถูกที่สุด
คุณว่า พฤติกรรมแบบนี้จะออกสู่ทั่วโลกเมื่อไหร่ ...สมมุติคุณไปเดิน Shopping ลองสินค้าเรียบร้อยที่ห้าง แต่ไม่ซื้อ มาคลิ๊กซื้อบนเน๊ต เพราะถูกกว่า ..."ผมว่า มาแน่ ..รออย่างเดียว รอระบบการเงินที่คนเชื่อถือเมื่อไหร่ ผมว่าการค้าบนเน๊ต กระฉูด ...วันนี้เมืองไทยเหลือเรื่องเดียว คือ คนส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นระบบการจ่ายเงินเท่านั้นเอง"
พูดแล้วโอกาสหมื่นล้าน ถ้าใครทำแบบ Alipay ได้ ...ระบบการเงินบน Internet ที่ทุกคนเชื่อมั่น ..."ใครทำได้ คุณเป็น Mark Zuckerberg เมืองไทย ..โอกาสใหญ่มาก แต่งานนี้ไม่ง่ายครับ ...แค่ทำได้ ก็รวยสุดขีด..ใครลองทำดูซิครับ ...เดี๋ยวผมรอซื้อหุ้นบริษัทคุณ เอาใจช่วย...มีเงินรอลงทุนด้วย..อิ อิ"
ที่เล่ามากลับมาเรื่อง หนังสือพิมพ์ที่วันนี้ผมไปดูใน TED เขาบอกว่า แค่เปลี่ยน Design การวาง การออกแบบหนังสือพิมพ์ ก็ทำให้ยอดขายเพิ่มมหาสาร ไม่สำคัญว่า สินค้านั้นจะตายแล้วหรือกำลังจะตาย ...เพียงแค่เปลี่ยนการออกแบบให้โดนใจคน -- ก็จะกลับมาขายได้ดีอีก
ผมว่าจริงครับ ...วันนี้คนไม่ได้ซื้อสินค้าเพื่อบริโภค แต่ซื้อเพื่อเสพแทน
คุณไม่ได้กินกาแฟ แก้ง่วง แต่กินเพราะ Starbucks แสดงตัวตนของคุณ , คุณไม่ซื้อของ Brandname เพราะ อยากให้บริษัทมันรวย แต่คุณซื้อเพราะ ต้องการแสดงออกถึงความภูมิใจและความสำเร็จในจุดที่คุณยืน -- มันคือ เสพ ซึ่งลึกกว่า บริโภค ไปอีกขั้น
วันนี้โจทย์ของคนรุ่นใหม่ คือ ต้องศึกษาและเข้าใจการเปลี่ยนแปลง ...เพราะโอกาสรวยอยู่ที่สิ่งใหม่รอบตัว ...อย่ามัว งม หาในสิ่งเก่า ...โอกาสอยู่ในสิ่งที่ใหม่ที่คนอื่นยังไม่ทำ หรือ มองว่าทำไม่ได้ หรือ มองว่า ไม่มีตลาด
มีครับ ...ตลาดรอสิ่งใหม่ที่ดีกว่า โดนกว่า
....อย่าคิดรวยจากการทำสิ่งเดิมให้ถูกกว่า -- ให้มองหาโอกาสจากการทำสิ่งใหม่ ที่โดนใจลูกค้า "แพงก็ซื้อ ..ขอให้โดนใจ แสดงออกซึ่งตัวตน ทรงคุณค่า คุ้มในมุมของฉัน"
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา
-
สรุป 10 ข้อ หนังสือ The Art of Spending Money – โดย Morgan Housel สำหรับหนังสือ "The Art of Spending Money" ของ Morgan Housel (ผู...
-
"เรื่องของการมองเวลาเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ ..คุณว่าประเทศอย่างอิสราเอล หรือคนยิว เขามีเคล็ดลับอย่างไรถึงเก่งและครองโลกเศรษฐก...
-
สรุป 10 ข้อ หนังสือ Poor Charlie’s Almanack ผู้เขียน: Charlie Munger นี่คือสรุป 10 หัวใจสำคัญ จากหนังสือ "Poor Charlie’s Almanack...
-
สรุป 10 ข้อคิด จากหนังสือ "Fixed: Why Personal Finance Is Broken" โดย John Campbell John Y. Campbell (อาจารย์เศรษฐศาสตร์จาก Har...
-
สรุป 10 ข้อ หนังสือ The Daily Stoic (เตือนตนวันละนิด) ผู้เขียน: Ryan Holiday สำหรับหนังสือ "The Daily Stoic" ของ Ryan Holiday เป็...
-
10 ข้อคิดจาก Peter Lynch (ไอเด้า พี่เสริม) เมื่อพูดถึง Peter Lynch ผู้จัดการกองทุน Magellan ที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 29% ต่อปี เขาคือต้นแบบขอ...
-
10 เรื่องที่เปลี่ยนไป ของ “ตลาดยุคใหม่” 1. “โลกยุคนี้กำลังเปลี่ยนจากโลก Industrial Age เข้าสู่ Information Age” ก็คือเปลี่ยนจากโลกที่คน...
-
สรุป 10 ข้อ How Countries Go Broke: The Big Cycle – โดย Ray Dalio นี่คือสรุปใจความสำคัญ 10 ข้อที่นักลงทุนระดับมหาภาคต้องรู้ครับ: 1. โลกดำเน...
-
สรุป 10 ข้อ หนังสือ Thinking in Bets – โดย Annie Duke สำหรับหนังสือ "Thinking in Bets" โดย Annie Duke อดีตแชมป์โป๊กเกอร์ระดับโลกท...
-
เราค้างเรื่องของ "จิตอิสระ" กับ "จิตทาส" เอาไว้ว่า มันแบ่งระหว่าง คนที่จิตเป็นทาส ย่อมเป็นทาสตลอดไป ไม่ว่าระหว่างทางใน...
ย้อนรอย SET จัดทำเพื่อย้ำเตือนของคำพูดที่ว่า "History Repeat itself!!"
- ภาพใหญ่หุ้นไทย ปี 1987 - 2009
- ย้อนรอย SET ปี 1987 - 1990(จาก Black Monday ไปแตะ 1,000 จุด)
- ย้อนรอย SET ปี 1991 - 1993 ( 3 ปีสู่ยอดดอย )
- ย้อนรอย SET ปี 1994 - 1996 ( 3 ปี แห่งการ "เผาหลอก" )
- ย้อนรอย SET ปี 1997 - 1999 ( 3 ปี "เผาจริง"แตะ Bottom แล้วเด้งขึ้น )
- ย้อนรอย SET ปี 2000 - 2008 ( 9 ปี แห่งการ "พายเรื่อในอ่าง" )
- ย้อนรอย SET ปี 2009 (Do you Remenber?)
"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ
-
จาก หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ หน้า 20 - วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556 : Link ที่ Thairath Online http://www.thairath.co.th/content/life/321...
-
10 เรื่องที่ต้อง "รู้งี้" ก่อนจบปริญญา ... 1. "ใบปริญญามีวันหมดอายุ" ..หลายคนคิดว่า ใบปริญญาไม่มีวันหมดอายุ พอเรียนจ...
-
ในตลาดจริงๆ มีหุ้นอีกมากมายที่เรามองข้าม ..หลายคนก็กลัวว่าซื้อแล้วหุ้นจะไม่ขึ้น แต่ลองมองอีกมุมนึงว่า ถ้าหุ้นนั้นๆ ให้ปันผลในระดับ 5 -10% ต...
-
ตลาดหุ้นไทย จะไปอย่างไรต่อ!! -- เป็นคำถามที่ตอบยากมากที่สุดคำถามนึง เท่าที่ผมเจอมาตลอด..อิ อิ (จริงๆ ภาพ Chart อันนี้ ก็ตอบเกี่ยวกับ ทิศทาง...
-
'คำทำนาย ที่ว่าโลกหลังปี 2017 จะเกิด ..ธุรกิจเล็กจะใหญ่ ธุรกิจใหญ่จะเล็ก!!' ยุคนี้รายใหญ่ก็ตายได้ ..รายเล็กก็เกิดได้ ..นี่อ่านข...
-
วันนี้มาดอนเมือง ผมได้ชิมกาแฟมวลชน จุดเริ่มของ All Cafe ของ 7-11..วันนี้เกมค่าปลีกแข่งดุ เนื่องจากค่าเช่าแพงขึ้นตามราคา Asset ที่พุ่งกร...
-
เราค้างเรื่องของ "จิตอิสระ" กับ "จิตทาส" เอาไว้ว่า มันแบ่งระหว่าง คนที่จิตเป็นทาส ย่อมเป็นทาสตลอดไป ไม่ว่าระหว่างทางใน...
-
Luxury คือ เงินเฟ้อ!! เศรษฐกิจไม่ดี ทำไม ของแพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ..คนธรรมดาทำไมอยู่ยากขึ้นทุกวันล่ะ ? ก็เพราะ เราไม่รู้ว่า 'ความห...
-
วันนี้ฟังรายการ "คุยกับ อาจารย์ วีระ ธีรภัทร ช่อง FM 96.5" ...ไปสะกิดกับคำถามนึง คือ มีพี่ผู้หญิงท่านนึงเขาโทรเข้ามาแล้วระบายให้...
-
(อันนี้ยกขึ้นมาให้ดูเล่นๆนะครับ ..ไม่ได้จะบอกว่ามันดีหรือไม่ เพียงแต่ มาดูกัน "แปลกดี") ประเด็นแรก ผมชอบหุ้นปันผล แต่ตัวนี้ถ้ามอง...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น