แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

ค่าเงินบาท กับ เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป


ช่วงนี้หลายๆบริษัทโดยเฉพาะธุรกิจส่งออก กำลังกลัวการแข็งค่าของเงินบาท ..ซึ่งถ้ามองจริงๆแล้ว ไม่ใช่แต่เราเท่านั้นที่แข็ง อย่างประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นคู่แข่งการส่งออกกับเราก็แข็งไม่แพ้กัน (อย่างญี่ปุ่น กับ มาเลเซีย ก็แข็งค่ามากกว่าเราเล็กน้อย)

ในมุมของนักลงทุน ผมกลับมองต่าง เพราะการแข็งค่าของเงินแม้จะกระทบต่อธุรกิจส่งออก แต่ก็ไม่น่าจะแย่ทั้งหมด เพราะ ในส่วนของการนำเข้าก็สามารถซื้อได้ถูกลง ดังนั้น จะประหยัดในส่วนของวัตถุดิบการผลิต แต่ในบริษัทที่ใช้วัตถุดิบทั้งหมดภายในประเทศ ตรงนี้อาจจะเหนื่อยหน่อย !!

แต่หากเรามองภาพรวม มันก็คือ Cycle ของกิจการ ซึ่งถ้าเงินบาทเราแข็งขึ้นเรื่อยๆจริง --- มันก็ดีเช่นกัน อย่างธุรกิจนำเข้าบ้านเราถือว่า "ตายสนิทมานานแล้ว" แต่ถ้าเงินบาทแข็งขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจ "ปลุกผี ธุรกิจนำเข้า ให้เฟื่องฟูอีกครั้งก็เป็นได้" ..ผมว่านักธุรกิจที่ฉลาด ต้องมองไปในอนาคตแล้วเตรียมพร้อมกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่จมปักอยู่กับ "ความหวังและความช่วยเหลือ"

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "การช่วยเหลือโดยหน่วยงานรัฐบาล ผมว่า หวังถูก Lottery ยังจะง่ายกว่า.. อิ อิ"...ดังนั้นหากเราเก็งว่าเงินบาทจะแข็ง เราต้องมองไปที่ธุรกิจการนำเข้า ....ซึ่งบางคนอาจมองว่า การนำเข้า ทำให้เศรษฐกิจไม่แข็งแรง (แต่แล้วไงล่ะ!! ประเด็นก็คือ การให้ฝรั่งมันผลิตให้เรา นั่งบริโภคบ้าง ไม่ดีหรือ !!! ...ผมว่าจุดนี้ต้องมองเป็น Cycle นะ ...เพราะเอเชียเราเป็น(ขี้ค่า) การผลิตให้ฝรั่งบริโภคมานานแล้ว --พวกฝรั่งก็ไม่ต้องทำอะไร วันๆก็ Cash out กู้มาบริโภค อย่างสบายๆ)

ถ้า Cycle มันจะวนมาให้ประเทศเอเชีย กลายมาเป็น ผู้บริโภคบ้าง ...ผมกลับมองว่ามันเป็นเรื่องที่ดี "โบราณว่าน้ำขึ้นให้รีบตัก" เพราะน้ำมันไม่ขึ้นตลอด เดี๋ยวมันก็จะลง ดังนั้นรอบนี้ถ้าเงินเราจะแพง เราก็ควรซื้อหาของ อเมริกา และยุโรปมาบริโภคบ้าง ...สร้างฐานเครดิตเราให้ใหญ่ขึ้น --จุดนึงก็เป็นการสร้างตลาดบริโภคภายในประเทศให้โต ซึ่งมันเยี่ยมมาก!!

สิ่งที่เราจะต้องทำ --- ผมมองว่า เราก็แค่ Repeat สิ่งที่อเมริกาทำ คือ ขยายสินเชื่อ และก็ Loan ประเภทต่างๆ เป็นการขยายตลาด Credit เพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ "จุดนี้จะเป็นตัว Trigger ให้เราขยายกำลังการบริโภค ทำให้เราสามารถบริโภคสินค้าของทางอเมริกากับยุโรปได้มากขึ้น" (เฮอะๆ ..ถึงคราวเราจะมีบุญได้บริโภคของดี ในราคาถูกก็คราวนี้แหละ!!)

อย่างอเมริกา เขานั่งอยู่บนหอคอยงาช้างมานานแล้ว คนเขาทำงานน้อย กู้เยอะ และบริโภคมาก (ต่างจากคนเอเชีย ทำงานหนักกาย กู้ก็ไม่ได้ แถมไม่มีแดก !!) ดังนั้น ถ้ามันถึงคราวที่ประเทศเอเชีย จะวนเวียนมานั่งบน หอคอยงาช้างบ้าง ..จะเป็นอะไรไปล่ะ "ก็ดีซะอีกครับ!!"..จริงไหม !!

นักธุรกิจที่มองโอกาสออก ก็ต้องเน้นไปที่การนำเข้า การขยายตลาดการบริโภคภายใน และในมุมของนักลงทุนหรือกิจการ ก็เป็นจังหวะที่ดี ในการจะขยายกิจการ เช่น การไปหาซื้อเครื่องจักรใหม่ หรือ เทคโนโลยีใหม่ๆ หรือ กิจการที่แข็งแกร่งก็อาจมองโอกาสในการลงทุนในอเมริกา และยุโรป(ไปซื้อกิจการต่างชาติในราคาถูก) เป็นการใช้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่แข็ง "นี่แหละครับถึงจะเรียกว่า มองโอกาสออก และมองการณ์ไกล"

เห็นตอนนี้มีแต่โวยวาย "บ่น ๆๆ บอกตรึงค่าเงินบาทซิ.. จำกัดการลงทุนซิ.." ("ตลก!!"..ผมว่ามันเป็นการกระทำของคนโง่มากกว่า) เพราะท้ายสุดคุณไม่สามารถต้านกลไกของตลาดได้ การฝืนกลไกของค่าเงิน ก็เหมือนการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ดูอย่างปี 1997 ต้านไปต้านมา "เงินหมดแบงค์ชาติ" สรุป เจ๊งกันทั้งหมด

นี่แหละถึงเวลาที่เราต้อง Smart ขึ้น "ไม่ต้องตื่นตูมกับเหตุการณ์ต่างๆ" ต้องมีสติ เพราะผมเชื่อว่า ในทุกวิกฤต มันก็เป็นโอกาสสำหรับคนที่มองออกเสมอ

(สังเกตให้ดี ถ้าค่าเงินบาทเริ่มแข็งมากๆ ธุรกิจต่างๆเริ่มลงทุนมากขึ้น ขยายกิจการมากขึ้น คนเราเริ่มบริโภค เริ่มกู้ บริโภคของแพงมากขึ้น "คุณเห็นเหมือนผมไหม" นี่แหละ Tipping Point ของ Asian Miracle 2 ที่ผมพูดถึง).."เตรียมตัวให้ดีครับ" --- History Repeat itself !!

(แข็งไปเจอ เส้นแนวต้านไหนดีเนี่ย!! ..ไปเรื่อยๆ ๆ ๆ)

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ2 มิถุนายน 2556 18:24

    ~+๐oO[ ล็อตเตอรี่ ]Oo๐+~
    --------------------------------------------------------------------------
    ดูเอาเอง >> http://facebook0002.blogspot.com
    --------------------------------------------------------------------------

    ตอบลบ

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ