แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

“ปริศนาค่าเงินบาท” แข็งหรือนิ่ม !!


(กราฟนี้แสดงค่าเงินบาทเทียบกับ ดอลล่าห์ ตั้งแต่ปี 1984 – 2010)

สิบปีที่ ประเทศไทยผูกค่าเงินบาทไว้กับดอลล่าห์ที่ 25 บาท ..จากนั้น วิกฤตต้มยำกุ้งปี 1997 เป็นช่วงที่เราโดนโจมตีค่าเงินบาท จนในที่สุด “รัฐบาลพลเอก ชวลิต ต้องประกาศลอยตัวค่าเงินบาท” ..ปีนั้น เงินบาทพุ่งขึ้นเลย 55 บาทต่อ 1 ดอลล่าห์ ..ตอนนั้นคุณรู้ไหมว่ามีคนรวยจาก การลอยตัวค่าเงินบาท หุ หุ

ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับ “ทุกวิกฤตย่อมมีคนส่วนหนึ่งที่ได้ประโยชน์” แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ..ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ หลังจากที่ประเทศไทย “ลอยตัวค่าเงินบาท” นั่นหมายถึง ค่าเงินได้ขึ้นลงตามกลไกของ เศรษฐกิจที่แท้จริง

ผมถามหน่อยว่า จากภาพคุณเห็นอะไร “ใช่แล้วครับ” เงินดอลล่าห์ อ่อนลงเรื่อยๆ จนปี 2010 เงินบาทแตะ 31 บาท (จุดนี้ถ้ามองให้ดี มันชี้ให้เราเห็นว่า เศรษฐกิจ ของไทยดี!!)

ผมลากเส้น Regression หาค่ากลางของเงินบาท ..จะเห็นได้ว่า ช่วงที่ประเทศไทยตรึงค่าเงินบาทที่ 25 ต่อดอลล่าห์ (เป็นจังหวะที่นักเก็งค่าเงินระหว่างประเทศอย่าง Soros เห็นโอกาส เพราะถ้าดูกันจริงๆแล้ว ช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศไทยเพิ่งจะเปิดประตูการลงทุน สู่ระดับโลกในก้าวแรก ) ...แต่จุดที่น่ากลัวก็คือ การผูกค่าเงิน ทำให้เราไม่รู้มูลค่าจริงๆของเงินบาท เพราะช่วงปลายของ Bubble 1993 -1996 มันเป็นช่วงที่บริษัทต่างๆในประเทศอ่อนแอ เงินที่ไหลเข้ามา ไม่ได้ทำให้บริษัทแข็งแกร่ง “ภาพมันคือเด็กที่ได้เงินพ่อแม่(ตามใจ) มากจนเสียคน..ว่างั้น”

ซึ่งถ้ามองให้ดี เราก็จะรู้ว่า เราปล่อยให้ค่าเงินเป็นไปตามกลไก เราก็จะเห็นภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง (ซึ่งปัจจุบัน ก็ชี้ให้เห็นแล้วว่า เงินเราเริ่มแข็ง “แต่มันเริ่มแข็งเกินกว่า Regression Line” อย่างไรก็ตาม ภาพนี้ไม่ได้บ่งบอกว่าค่าเงินจะ Crash เพราะปัจจุบันค่าเงินเราแข็งเนื่องจาก ประเทศในแถบเอเชียมีเศรษฐกิจที่ดีกว่า แถบประเทศตะวันตกนั่นเอง “จุดนี้ทำให้ Demand ในค่าเงินเอเชีย สูงกว่า – เงินก็แข็งเป็นธรรมดา”

แต่ผมอยากฝากข้อสังเกตนิดนิงว่า ทุกอย่างมี Cycle ของมันเอง --- ดังนั้นจากกราฟ ก็ชี้ให้เห็นถึง Cycle ที่เกิดจนเกิดจะเต็มรอบแล้ว “ก็ยกมาให้เป็นภาพใหญ่ ให้ดูกันครับ ผมเชื่อว่ายังไงเงินบาทจะต้องแข็งขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัญหาคือ ถ้ามันแข็งเกินไป มันก็จะเริ่มส่งผลต่อ ธุรกิจส่งออก ที่มีสัดส่วนถึง 60 % ของ GDP”

หลายคนบอกว่า เอเชียสามารถโตด้วยตนเอง โดยให้ “จีน” เป็นประเทศนำล่อง (คือ สร้างการบริโภคภายใน) ..ถูกต้อง การสร้างการบริโภคภายในประเทศเป็นการเติบโตที่ยั่งยืน แต่ปัญหา คือ การสร้างตลาดการบริโภคภายใน ไม่ใช่จะสร้างกันได้ง่ายๆ --- ต้องอาศัยเวลาที่ยาวนาน --- “สิ่งที่เราไม่รู้คือ ในเมื่อเรามองจีนเป็น Growth Engine ของเอเชีย “ผมถามหน่อยว่าคุณรู้จักจีนลึกๆแค่ไหน”

(นี่คือสิ่งที่น่ากลัว ..เรามักรู้ข่าวสารเท่าที่ ประเทศนั้นๆอยากจะให้เรารู้ “ซึ่งมันก็คือเรื่องดี ??? ” ปัญหา Bubble ของอสังหา ในเมืองจีนก่อตัวมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว ปัญหามลพิษ ปัญหาความแตกต่างระหว่างชนชั้นและรายได้ ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม “มองยังไงก็เหมือนประเทศไทยช่วงปี Miracle 1990s” ..เมื่อมี Bubble มันย่อมมี Crash ตามมาเสมอ) –“แล้วเมื่อไหร่ล่ะ ..น่าคิด!!”

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ