แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561

เข้าใจเศรษฐกิจ และค่าเงินกับการลงทุนแบบบ้านๆ กัน



"เป็นนักลงทุน อย่ามองข้าม เรื่องค่าเงิน !!"


วันนี้ใครๆ ก็ชวนว่า ไปลงทุน เวียดนามซิ ...เวียดนามจะเจริญแซงหน้าเมืองไทยแล้ว ...คนก็เอาตัวเลข ตลาดหุ้นเวียดนามมาให้พูดดูกันว่า ขึ้นอย่างนั้น อย่างนี้ แต่จริงๆ แล้ว การลงทุน โดยเฉพาะ การลงทุนในต่างประเทศ จะดูแต่ตัวเลขกำไรจากหุ้นอย่างเดียว มันไม่ได้ เพราะ มันไม่ได้บอกภาพรวมทั้งหมด 


ผมเอาค่าเงินของ "ไทย เทียบกับ เวียดนาม" มาให้ดูกัน 


ถ้าจะเทียบต้องเริ่มเทียบตั้งแต่ จุดเริ่มต้นที่เท่ากัน ...ลองดูปี 1997 ปีที่เศรษฐกิจเอเชียพัง ..วิกฤตรอบนั้นเริ่มจากประเทศไทย เขาถึงเรียกว่า วิกฤตต้มยำกุ้ง จากนั้นก็ลามไปทั้งเอเชีย 


ในวันนั้น ค่าเงินบาท เทียบเงิน US ก่อน เกิดวิกฤต คือ 25 บาท ..พอเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ค่าเงินอ่อน ไปถึง 60 บาท ...หลังจากนั้นเป็นต้นมา เศรษฐกิจประเทศไทยค่อยๆ ดีขึ้น จนค่าเงิน กลับมาแข็งค่าที่ 30 กว่าบาท ต่อ 1 ดอลลาร์ ในปัจจุบัน 


ถ้าเทียบกับ เวียดนาม ในเวลานั้น 10,000 ดอง แลกได้ 1 ดอลลาร์ ...ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ต้องใช้ 20,000 กว่าดอง ถึงจะแลกได้ 1 ดอลลาร์


แปลว่า อะไร ?


ก็แปลว่า เงินบาท แข็งขึ้นเรื่อยๆ ..ในขณะที่เงินดอง ของเวียดนาม อ่อนลงเรื่อยๆ ...หมายความว่า ..ถ้าไม่ทำอะไรเลย คนไทยทุกคนรวยขึ้น ในขณะที่คนเวียดนาม จนลงครึ่งนึง 


หลายคนอ่านมาตรงนี้ อ่านยังไม่เห็นภาพ ..ผมจะยกตัวอย่าง ให้เห็นภาพ ก็คือ อำนาจการซื้อของ ของคนไทย เทียบกับประเทศอื่น เราซื้อของได้มากขึ้น ...คนไทยจึงรู้สึกว่า การซื้อของต่างประเทศไม่แพง ...การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศไม่แพง คนไทยทุกวันนี้ จึงไปเที่ยวต่างประเทศกันได้ง่ายขึ้น 


ในขณะที่ประเทศที่ค่าเงินอ่อนไปเรื่อยๆ อย่างเวียดนาม เขาจะมองว่า ของต่างประเทศแพงขึ้น การเดินทางไปต่างประเทศก็แพงขึ้น 


อย่างประเทศที่เศรษฐกิจย่ำแย่ อย่าง เวเนซูเอลา วันนี้ค่าเงินอ่อนตัวอย่างแรง ...อ่อนจน แทบไม่สามารถซื้อของต่างประเทศได้เลย ...ยิ่งค่าเงินอ่อน คนในประเทศก็จะอยากขนเงินหนีออกนอกประเทศ หรือ อยากเปลี่ยนเงินตัวเองเป็นเงินดอลลาร์ ...ยิ่งทุกคนทำแบบนั้น ค่าเงินเวเนซูเอลา ก็ยิ่งอ่อนลงไปอีก ...วันนี้ค่าเงินของเวเนซูเอลา อ่อนจนเรียกได้ว่า ประเทศล้มละลาย เพราะ ไม่มีใครอยากได้เงินเวเนซูเอลา ..ไม่มีใครอยากถือเงินและเก็บเงินเป็นเวเนซูเอลา 


เวเนซูเอลา ก่อนหน้านี้ เป็นประเทศที่มีน้ำมันดิบ มากอันดับต้นๆ ของโลก ...นั่นก็แปลว่า ประเทศมีทรัพยากรมหาศาล ...คือ โคตรรวยว่างั้นเถอะ ...แต่การที่รัฐบาลเวเนซูเอลา บริหารประเทศผิด คือ ดันไปอิงเศรษฐกิจเกือบทั้งหมดอยู่ที่ราคาน้ำมัน ...พอราคาน้ำมันตก ประเทศก็เริ่มขาดดุลการค้า ...จากที่เคยเศรษฐกิจเงินคล่อง สร้างหนี้สบาย คราวนี้พอราคาน้ำมันแย่ เงินเข้าประเทศน้อยลง การจ่ายหนี้ก็เริ่มมีปัญหา 


..พอประเทศมีปัญหา ต้นทุนทางการเงินของทั้งประเทศและบริษัท ก็จะแพงขึ้น ต้องกู้แพงเข้าไปอีก ...สุดท้ายมันลามไปทั้งระบบ บริษัทต่างๆ ก็มีหนี้สูงขึ้น เริ่มแข่งขันไม่ได้ ..ปิดตัว ...การจ้างงานก็แย่ลง ..คนก็ตกงาน 


นักลงทุนต่างชาติ ก็ไม่อยากมาลงทุน ...นักธุรกิจในประเทศก็ขนเงินหนี แลกไปเป็นดอลลาร์หมด ...มันค่อยๆ พังไปเรื่อยๆ ...ยิ่งทุกคนคิดแบบนี้ ก็ไม่มีใครอยากถือเงินสกุลเวเนซุเอลา ...ค่าเงินเวเนก็อ่อนลงไปอีก 


นี่แหละครับตัวอย่างของการบริหารประเทศผิดพลาด ...ขนาดประเทศเคยรวยมหาศาล ยังเจ๊งทั้งประเทศ


กลับมาที่ประเทศไทย วันนี้เรายังโชคดี ที่ค่าเงินบาท เราแข็งแรง ...เศรษฐกิจก็สมดุล


...หลายคนอาจจะสงสัยว่า "ประเทศเราดียังไง ?" 


ก็การที่ ประเทศไหนก็ตาม จะมีค่าเงินแข็ง ต้องมาจากสาเหตุหลักๆ คือ 


"คนอยากได้ เงินบาท" 


ค่าเงิน ก็เหมือน สินค้าอย่างนึง ...ถ้ามีคนต้องการ Demand เยอะๆ ค่า เงินก็จะแข็ง ...แต่ถ้าคนไม่ต้องการ ค่าเงินก็จะอ่อน 


สาเหตหลักๆ ที่คนต้องการเงินบาท ก็เช่น 


1. การท่องเที่ยว วันนี้ประเทศไทย ได้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยว $50 Billion เป็นรองแค่ อเมริกา ($ 205 Billion) และ สเปน ($60 Billion)เท่านั้น ...เราชนะจีน $45 Billion และ ฝรั่งเศส $43 Billion ..งง ล่ะซิครับ ผมก็ งง แต่พอดูตัวเลข ก็เลยเข้าใจ 


2. การค้าขาย ...เราค้าขายเกินดุล ..แถมมีเงินสำรองระหว่าง ประเทศอันดับที่ 12 ของโลก ที่ $216 Billion (สูงกว่า อเมริกาอีก) ..ทั้งที่ประเทศเรามี GDP แค่ $455 Billion เท่านั้นเอง ..แปลว่า เราค้าขายได้กำไรดี แถมมีเงินเก็บอันดับต้นๆ ของโลก


3. คนต่างประเทศอยากมาลงทุน และ ก็การเก็งกำไรค่าเงิน ...ผมให้ความสำคัญกับ คนต่างประเทศอยากมาลงทุน มากกว่า ...ยกตัวอย่างจีน ...คนจีนมาไทยมากที่สุดในโลก ...ถ้าคุณเป็นนักธุรกิจ จีน คุณก็คงอยากมาซื้อ สินทรัพย์ อยากซื้อธุรกิจไทย เพื่อจะได้เอาไว้รับคนของตัวเอง เหมือนที่เขาทำอยู่ตอนนี้นั่นเอง ...นอกจากนี้ ภาครัฐลงทุนใหญ่ๆ ในเวลานี้ และก็พยายามส่งเสริม EEC ผมก็เอาใจช่วยให้สำเร็จ เพราะ นั่นคือ การเติบโตแบบก้าวกระโดด ถ้าทำได้


แต่เดี๋ยวนะ !!


...บทความนี้ ไม่ได้จะชี้นำ อะไร เพียงแต่เอาตัวเลขมาให้ดูว่า ...เวลาจะลงทุนในประเทศอะไร ..ไม่ใช่ใครเขาบอกว่าดี ก็แห่ตามกันไป ...แบบนั้น ซวยกันมาเยอะแล้ว 


...ผมว่าเวลานี้ ประเทศไทยจริงๆ ก็ไม่ได้ขี้เหร่ ในหลายๆ ด้านนะครับ 


แต่ก็อย่าหลงระเริง ...ศึกษา และ ติดตามข้อมูล อย่างต่อเนื่อง เพื่อการลงทุนที่ถูกต้อง


 ...ก็รวยๆ กัน ทุกคนครับ


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ