แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2563

ความเข้าใจจะช่วยให้ไม่ตกรถ ไม่ติดดอย

‘ตอนนี้ยังซื้อหุ้นทันไหม ?’

ทัน แน่นอน !! ..แต่พูดแบบนี้ไม่ได้ ต้องเอา ‘ข้อมูล’ และ สถิติ มาคุยกัน ถึงจะมีเหตุผล

สำหรับคนทั่วไป การจะให้ซื้อหุ้น แล้วถือยาว อาจเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก เพราะ ราคาหุ้นมันแกว่ง

ยกตัวอย่าง สมมุติซื้อหุ้น ปี 2008 ที่ราคา 2 บาท พอปี 2009 ราคาหุ้นมันวิ่งขึ้นไป 6 บาท ...โอ้ว!! ปีเดียว 3 เด้ง (ฉันรวยแล้ว!!) ...สมมุติว่า เผอิญไม่ได้ขาย มาปี 2010 มีข่าวร้าย ราคาหุ้นลง จาก 6 บาท ไปเหลือ 3 บาท ...คราวนี้ โคตรเครียด !!!

‘แย่จริงๆ ...ฉันน่าจะขาย ตอน 6 บาท แล้วนี่ 3 บาท ก็มาซื้อกลับ’ ...โถ่เอ้ย !! ‘รู้งี้รวยแล้ว’ หงุดหงิดจริงๆ

จากนั้น ราคาหุ้นค่อยๆ ขึ้นไปที่ 6 บาท ...’ขายละ !! โชคดีจริงๆ’ ...พอขายเสร็จ ราคาหุ้นค่อยๆ วิ่งไปอย่างช้าๆ จนถึง 10 บาท

‘ฉันเริ่มเซ็ง ไม่ดูละ ปวดหัว ตลาดหุ้น การพนันชัดๆ ...ไร้สาระ!!’

หลังจากนั้น ฉันก็ไม่สนใจตลาดหุ้นอีก ...วันนึงปี 2015 ก็นึกคลึ้ม อยากรู้ว่า หุ้นที่ขายไป 6 บาท ...ตอนนี้เท่าไหร่แล้ว ?

ดูปั๊บ ...ปี 2015 หุ้นตัวนี้ ราคา 20 บาท

‘เฮ้ย!! บ้าไปแล้ว ....ทำไม คนพวกนี้โง่จริงๆ ...หุ้นตัวนี้ จะไปราคา 20 บาท  ได้ไง ? ....โง่ จริง ๆ ...ใครซื้อ ก็โง่แล้ว !! ...ฮ่า ฮ่า ตลกจริงๆ’

เรื่องที่ผมเล่า คือ เรื่องจริง ขอสรุปให้ เข้าใจง่ายๆ ดังนี้

1. ตอนซื้อที่ 2 บาท คือ ซื้อหุ้นตอนวิกฤต ราคามันถูก บางทีซื้อได้ ต่ำกว่า Book Value ด้วยซ้ำ

2. ขายไปที่ 6 บาท ...เพราะ ถือไป แล้วราคาลง ก็รู้สึกว่า ‘รู้งี้น่าจะเล่นสั้น ...น่าจะเอากำไรบ้าง ระหว่างทาง’ ราคาลงไป 3 บาท ก็เลยเซ็ง ...พอราคาเด้งกลับมาที่ 6 บาท เลยรีบขาย ....แต่สุดท้ายหุ้นวิ่งต่อไป 10 บาท ก็เซ็ง

แต่สรุปง่ายๆ คือ ‘คนนี้ ไม่เข้าใจเรื่องรอบหุ้น’ ...ว่า ถ้ามันลง มันก็จะลงไปต่ำกว่ามูลค่า ...พอเวลาเด้ง มันก็ย่อมเด้งเกินมูลค่า ...ถ้าเข้าใจ เราจะเฉยๆ มาก เพราะ เราเข้าใจ ‘รอบหุ้น’

3. ‘เอาตรงๆ นะ ถ้าซื้อ 2 บาท แล้วทนๆ ถือ ทนรวยไป’ ...ขึ้นลง ช่างมัน ทนรับปันผลไป ...ซึ่งดีกว่า ฝากธนาคารหลายเท่าๆ ...ถ้าทำแบบนี้ สุดท้ายจะได้กำไรสูงสุด !! ...แต่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้ เพราะ ไม่เข้าใจนั่นเอง

4. ‘วิธีแก้ปัญหานี้ คือ ศึกษาเรื่องรอบ’ ...ถ้ารอบระยะกลาง หุ้นจะใช้เวลา 2 ปี จากข่าวร้ายถึงข่าวดี หุ้นขึ้นตั้งแต่ 50% จนถึง 200% ในแต่ละช่วง

5. ‘ช่วงที่รับหุ้นได้ราคาถูก’ ก็คือ ช่วงวิกฤตที่ RSI อยู่ในระดับต่ำ จากนั้น ถือขึ้นไปจน RSI ขึ้น ..ชน Oversold แล้วก็ไม่ต้องรีบขาย ทนรวยได้ต่อ ...ขาขึ้น จะรีบขายทำไม

6. ช่วงปรับฐานระยะกลาง ตลาดมีข้าวร้ายทุกๆ 2 ปี ...เก็บเพิ่มได้ ถ้ามีเงินเตรียมไว้ (เงินมากน้อยไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ เราเตรียมเงินเย็น ไว้ซื้อในเวลาที่หุ้นมีวิกฤตหรือเปล่า)

7. โอกาสครั้งใหญ่ จะเกิดเวลาตลาดเกิดวิกฤตแรง ...ตลาดจะลงเกือบ 50% เหมือนอย่างปี 2008 จากนั้น จะค่อยๆ ขึ้นครั้งใหญ่หลังจากนั้น

8. ‘ตลาดถูก คือ ตลาดอยู่ในช่วง 1 เท่าของ Book Value’ ...แปลว่า เราสามารถซื้อหุ้นได้เท่าๆ ต้นทุนเจ้าของ แถมปันผลก็ค่อนข้างสูง

เอาสถิติ มาดู ก็รู้เลยว่า ที่คนส่วนใหญ่ พลาดโอกาส เพราะ เอาอารมณ์นำเหตุผล ...ศึกษาดีๆ ครับ จากนี้ไป ผมว่า โอกาสจากตลาดหุ้นจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครับ

เอาใจช่วย ให้เพื่อนๆ นักลงทุน สามารถคว้าโอกาสในรอบนี้นะครับ

#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ