แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2563

ของแพงที่สุดในชีวิต ที่คุณเคยซื้อคืออะไร

‘ของแพงที่สุดในชีวิต ที่คุณเคยซื้อคืออะไร’

บางคนก็ตอบว่า บ้าน , คอนโด , รถยนต์ อะไรก็ว่าไป  ...กว่าจะซื้อได้แต่ละอย่าง บางทีผ่อนหนี้กันหัวโตเลยทีเดียว

แต่สำหรับผม ของที่แพงที่สุดในชีวิตผมคือ ‘เวลา’ ...ถ้าจะซื้อของ ผมต้องซื้อเงินสด ไม่ผ่อน ถ้าซื้อสดไม่ได้ ก็รอไปก่อน ...สิ่งเดียวที่ผมจะยอมผ่อน ก็คือ ‘การซื้อเวลาของชีวิต’

ถ้าให้ลำดับความสำคัญ ในชีวิต ผมมี 2 เรื่อง

1. ‘ผมอยากมีชีวิต ที่ไม่ต้องมาห่วงเรื่องเงิน’

2. ‘ผมอยากมีเวลา ที่ใช้ในสิ่งที่เราอยากทำ’

ตอนแรกผมก็มานั่งคิด ว่า ‘ทำไมโจทย์ชีวิตกรู มันยากเกินไปหรือเปล่า ?’

ใช่!! ถ้าทำผิดวิธี โจทย์แบบนี้ ไม่มีทางไปถึงแน่นอน ..ตายก่อน บรรลุเป้าหมาย

มันตัองเริ่มจาก ‘วิธีคิดที่ถูกต้อง’ ดังนี้

ข้อ 1 ...ต้องหาวิธีสร้าง Passive Income ให้มีรายได้ เข้ามา ให้มากกว่า ค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ...ซึ่งหนีไม่พ้น ต้องเรียนรู้ การลงทุนทางใดทางหนึ่ง

ผมเลือก ‘ออมหุ้น’ เพราะ ได้ทั้งปันผล และ การเติบโต

สิ่งที่ผมได้มาอย่างไม่คาดคิด จากการเริ่มออมในหุ้น ก็คือ ‘การเข้าใจสัจธรรมของมนุษย์’ ...ผมเรียนรู้โดยบังเอิญ จากแค่ถือหุ้นนี่แหละ

ครั้งนึงพอร์ตผมเคยโตแบบไม่คาดคิด แต่สุดท้ายไม่ได้ขาย พอร์ตลดมาเกือบครึ่ง ...ทำใจแทบไม่ทัน ...ก็ลองมาคิดทบทวนว่า ‘แล้วคนที่พอร์ตใหญ่กว่าผม อย่างพวกเจ้าสัว พอร์ตเป็นหมื่นล้าน เวลาตลาดแกว่ง ก็เท่ากับ เขารวยขึ้น จนลง แบบนี้ตลอดเวลา’ ...แล้วเจ้าสัวเขาทำใจยังไงล่ะ ?

เมื่อวาน พอร์ตพันล้าน พออาทิตย์ถัดไป ดันเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ พอร์ตลดลงเหลือ 500 ล้าน ...เฮ้ย !! 1 สัปดาห์ เงินหายไปเลย 500 ล้าน ....ไปฆ่าตัวตายเลยดีกว่า !!

ใช่!! คนที่ถือหุ้นยาว จะรู้เลยว่า จริงๆแล้ว ถ้าเรามัวแต่มองว่า พอร์ตโตเท่าไหร่ กำไร หรือขาดทุนแค่ไหน สุดท้ายคุณถือหุ้นไม่ได้หรอก ....ต้องเปลี่ยนวิธีคิด

‘พอเข้าใจเรื่องนี้ ก็เริ่มเรียนรู้ว่า ถ้าเราอยากมีอิสรภาพทางการเงิน เราต้องมองผ่านราคา ...มองไปที่มูลค่าเป็นหลัก’ .....หลังจากนั้น การลงทุนผมก็เปลี่ยนไป นิ่งขึ้น ...หุ้นขึ้นก็ไม่ตื่นเต้น เพราะรู้ว่า เดี๋ยวเราก็ตามได้ หาจุดเข้าทันอยู่แล้ว

หรือ พอหุ้นลง ก็รู้ว่า จุดไหนควรเริ่มทยอยเก็บ ...ไม่ต้องรอข่าวดี ด้วยซ้ำ ...ขืนรอข่าวดี หุ้นมันวิ่งไปเป็น 100% แล้ว ...ช้าไป!!

พูดง่ายๆ ว่า แค่โจทย์ ข้อ 1 ผมใช้เวลากว่า 10 ปี เรียนรู้การออมในหุ้น เพื่อตอบโจทย์

ข้อ 2 ...ผมอยากมีเวลาทำสิ่งที่อยากทำ ...จริงๆ ถ้าทำข้อ 1 ได้ มันก็ได้ข้อ 2 ด้วย ....สิ่งสำคัญของข้อ 2 คือ คนส่วนใหญ่ ไม่รู้หรอกว่า จริงๆ ชีวิตอยากจะทำอะไรจริงๆ ...คนเรามักจะรู้จักความต้องการจริงๆ ของตัวเอง ก็เมื่อเราเจอปัญหา เจอวิกฤตครั้งใหญ่ นั่นแหละ รู้จักตัวเองขึ้นเยอะเลย !!

....ผมเคยเจอผู้ใหญ่ท่านนึง เขาบอกว่า ‘ชีวิตคนส่วนใหญ่มัวแต่ทำมาหากิน หาเงิน พอรู้ตัวอีกที ก็แก่แล้ว ...สุดท้ายก็ยังเอาตัวไม่รอดอยู่ดี’ ...ฟังแล้วโคตรหดหู่

นั่นแหละ ที่ผมต้องพยายาม ไม่ให้เงินมาเป็นนายเรา ...เราจะต้องเป็นนายเงิน ให้เงินมันทำงานให้เรา

ที่เล่าเรื่องนี้ ไม่ได้อยากจะอวด หรืออะไร ...แต่อยากจะบอกว่า เผอิญผมโชคดี ที่เจอผู้ใหญ่หลายๆ คนชี้แนะ ตั้งแต่อายุยังน้อย ก็เลยเรียนรู้ ปรับตัวได้เร็ว

ก็เลยอยากแชร์เรื่องนี้ ให้เพื่อนๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ที่ยัง งง กับ การใช้ชีวิต ให้ลองมองในมุมนี้บ้างครับ

#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ