แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เอาเรื่อง Chart Pattern มาคุยกัน !!

Chart Pattern ผมว่าเป็นเรื่องที่นัก Technical มือใหม่ ปวดหัวกันน่าดูเพราะ มันเยอะ จำยาก "ชวนมึนโฮ !!" ..คำถามคือจำยังไงให้ง่าย "ผมบอกเลยก็จะให้มันง่ายๆ ใช้หลักความเข้าใจ ..ถ้าเช้าใจ มันก็ไม่ยาก ที่จะจำได้เอง (กวนไหมนี่!!)"

มาดู Head and Shoulder

(มันมีทั้งสองด้านอ่ะนะครับ ไอ้หัวไหล่อย่างที่เห็นมันคือ "ไหล่หัวแบบในภาพ" คือมันจะลงไปหาตัว มันจึงลง ..แต่ถ้ามันกลับอีกด้าน มันก็คือจะขึ้นนั่นเอง)

หากเราพยายามทำความเข้าใจ Trend คุณจะเห็นได้เลยว่า "ราคามันพยายามขึ้น แต่มันเริ่มมีแรงขาย รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากพอขึ้นมาปั๊บ โดนแรงขายรุนแรง หุ้นก็ตกมาทำไหล่ซ้ายแรก ..จากนั้นฝั่งซื้อก็ยัง Bullish "ซื้อต่อเข้าไปอีก ..ไอ้ฝั่งขายก็ขายสวนรุนแรง แต่เนื่องจากแรงขายมันรุนแรงกว่าน่ะครับ ราคามันจึงลงมาปิด ต่ำลงมา ทำส่วนหัว" ...จากนั้นไอ้ฝั่งซื้อก็ไม่ลดละ ลุยต่อซื้ออัดมันเข้าไปอีก ...ด้านคนขายก็เทขายทิ้งมาอีก

โอเค!! ภาพที่เห็น คุณเข้าใจเหมือนผมไหม "คือ ไอ้คนซื้อมันบ้า แถมมั่นใจสุดโต่ง ... ส่วนด้านคนขายมันก็อยากขายจริงๆ แต่ภาพรวมที่ราคามันไปต่อไม่ได้ เพราะ "แรงขายมันมากกว่าแรงซื้อนั่นเอง" (และนี่แหละจุด Peak ของตลาด) .. เพราะลองนึกซิครับ

ถ้าคนขายมันน้อยกว่าคนซื้อ ราคามันก็ยังไปต่อได้
แต่นี่คนขายมันเริ่มมากกว่า มันเลยทำ Chart Pattern เป็น Head and Shoulder นั่นเอง

จุดที่หลายคนสงสัยว่า ในช่วงตลาด Side Way มันก็สามารถทำ Pattern ที่คล้าย Head and Shoulder ใช่ไหมล่ะ !!" ..แล้วจะแยกความแตกต่างกันอย่างไร

วิธีการดู คุณต้องอาศัย Indicator อื่นประกอบด้วย เช่น ถ้ามันทำไหล่ขวาแรงๆ (ลงแรงๆ) ตัว RSI หรือ Momentum ก็จะลงแรงด้วยเช่นกัน ..ประเด็นมันอยู่ที่ความเสี่ยงที่คุณเสี่ยงได้ ..บางคนวางจุด Cut Loss ไว้ค่อนข้างไกล มันก็ช่วย Scan เวลาเกิด Side Way โดยไม่ต้อง "โดนหลอกให้ขายหมู"บ่อยๆ .... แต่ปัญหาคือ ถ้ามันไม่ใช่ Side way แต่มันเป็น Head and Shoulder ก็อาจโดน แผลลึกหน่อย (แต่ยังไงผมว่า มันก็ High Risk High Return อ่ะนะ โลกนี้.. เรื่องธรรมดา) ..อย่างน้อยถ้าคุณเข้าใจ Pattern "Head and Shoulder ยังไงคุณก็จะไม่โดนลึก อย่างที่หลายๆคนโดน เพราะคุณจะรู้จุด Cut loss "

มาดูเรื่อง Triangle Pattern ซึ่งค่อนข้างจะใช้ได้เป็นประโยชน์มากๆ (วิธีการดูคือ คุณต้องฝึกมองและลากเส้น Trendline ให้เป็น ---- เพราะสามเหลี่ยม มันคือการที่ราคาพยายามทดสอบแนวต้าน หรือแนวรับ หลายๆครั้ง

(แนวต้านคือ ราคามันพยายามจะขึ้นแต่มีแรงขาย มันเลยขึ้นไม่ได้ แต่ถ้าขึ้นได้ เขาก็เรียกว่ามันทะลุแนวต้าน !! "ราคาหุ้นมันก็จะขึ้นต่อไป"
--- อีกด้านคือแนวรับ นั่นคือ ราคามันจะลง แต่ดันมีแรงซื้อเข้ามารับ ราคามันเลยไม่ลง แต่ถ้ามันลงได้ ก็คือ ทะลุแนวรับ !! "ราคาหุ้นมันก็จะลงต่อไป")


-- ..ถ้าคุณเห็นคุณก็ลากเส้นเลย ..จากนั้นก็ต้องมาดูว่า ถ้ามันเป็นแนวรับ (คือราคาลง) แล้วกราฟมันลงต่ำลงเรื่อยๆหรือเปล่า ..ถ้าใช่คุณก็ลากเส้นตามกราฟ คุณก็จะได้สามเหลี่ยม ทั้งหัวขึ้นและหัวลง ตามรูป...

(นี่คือ The Ascending Triangle )... "หมายความว่าไง!!" คือคุณลองนึกถึง ราคามันวิ่งมาชนแนวต้าน แต่มีคนขาย ..จากนั้นมันก็วิ่งมาชน ก็มีคนขายอีก ..แต่กลายเป็นว่า จุด Low มันยกสูงขึ้นเรื่อยๆ ---นี่แสดงให้เห็นเลยว่า ฝั่งคนซื้อมันยังมีพลังมากกว่า จำนวนมากกว่า ราคามันถึงได้ ยกตัวขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทดสอบแนวต้าน "ก็แบบสามเหลี่ยมในรูปนี่แหละ ...ดังนั้นเมื่อคนซื้อมีแรงมากกว่า คนขาย ราคามันก็ต้องไปต่อ ก็คือ Bullish ขาขึ้นนั่นเอง"


(นี่คือ The Descending Triangle) ..มันตรงข้ามกับข้างบน ความหมายมันก็เลยตรงข้าม !!
การที่กราฟทำ Descending Triangle มันก็คือ ฝั่งขายมันแรงกว่า ราคามันจึงตกลงมาชนแนวรับ ..เมื่อมันทดสอบแนวรับ หลายๆครั้ง... คุณก็สามารถลาก Trendline เป็นสามเหลี่ยมดังภาพได้ ...จากภาพที่เห็นคือ ราคามันพยายามลง แต่จุด High มันก็ค่อยๆลดลงเรื่อยๆ อันนี้มันแสดงให้เห็นว่า ฝั่งขายมันมีพลังมากกว่า เพราะราคามันกดลงเรื่อยๆ ..ดังนั้น มันก็คือ จะลงนั่นเอง!!



(นี่คือ The Symmetrical Triangle ..ทิศทางมัน งง ไม่รู้จะไปไหน)
อันนี้มีประโยชน์ คือ ให้เรารอดูว่า มันจะ break ไปทางไหน --"ถ้า Break ไปทางไหนขึ้นหรือลง มันก็คือส่งสัญญาณตามนั้น" (ดูแล้วเหมือนเตรียมยิ่ง ..พอพุ่งไปไหนก็ตามไปดู ...หุ หุ หุ)

อ้าว!! มาดูเรื่อง Wedge Pattern กันหน่อย..

(อันนี้คือ Falling Wedge)จริงๆมันก็คือ สามเหลี่ยมรูปแบบหนึ่งนั่นแหละ ... อย่าง Falling Wedge มันก็คือ ราคามันต่ำลง แต่กลายเป็นว่า ส่วนต่างของราคาระหว่างวันมันแคบลงเรื่อยๆ พูดง่ายคือ "ราคามันลง แต่ Volume มันไม่มี ...หลอกให้ขายหมูว่างั้น "ถ้ารายย่อยเห็นอย่างนี้ อาจนึกว่าราคาจะลง ก็สรุปปล่อยหมูตัวเบ้อเลึ้ม" ..เพราะการที่ราคาลงแต่ กราฟมันบีบตัว คือมันขัดแย้ง แสดงว่า จริงๆมันจะขึ้นไปต่อ!!

(อันนี้คือ Rising Wedge ..ความหมายตรงข้ามกับด้านบน) ..นั่นก็คือ ราคามันสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ส่วนต่างของราคามันแคบลงเรื่อยๆ ..พูดง่ายๆว่า คนส่วนใหญ่เขาไม่ได้เห็นด้วยกับราคาที่ขึ้น การซื้อขายมันจึงน้อยลง "นี่เป็นสัญญาณอ่อนแรงของการขึ้น ก็สรุปว่ามันจะลงนั่นแหละ"

ทั้งหมดที่ยกมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Chart Pattern ซึ่งผมมองว่า มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะการนำ Pattern ต่างๆเหล่านี้มาแปลความหมายเป็นพฤติกรรมของคน "ภาพเหล่านี้ สามารถแปลเป็นคำพูดและอารมณ์ของตลาดได้เป็นอย่างดี" ผมถึงบอกว่าการเล่นหุ้นมันเป็น Art "ไม่ใช่สักแต่ลากเส้น ...คุณต้องเข้าใจด้วยว่า Pattern ที่เห็นมันคือ ตลาดเขาเล่นอะไรกันอยู่"

(นี่แหละครับ ยิ่งคุณเข้าใจมันดีๆ มันก็คือ ลายแทงสมบัติดีๆนี่เอง...สู้ สู้ ลุย ๆ ๆ)

1 ความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ