แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เกร็ดความรู้เล็กๆ เรื่องของเพื่อนบ้าน


“น่าสนใจ ..ยังไง” …ประเทศที่เราทำศึกมาตั้งแต่ บุเรงนอง (ฮึม!!) พม่านั่นเอง เป็นหนึ่ง ASEAN-10 ที่น่าสนใจ เพราะมีทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างเยอะ แถมจีนยังมองเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ อีกหนึ่งทางในการออกสู่ทะเลของจีน ..พม่ามีประชากรใกล้กับไทย 58 ล้านคน แต่ GDP ต่อหัวเขาน้อยกว่าเรา 10 เท่า … “เขาบริโภคน้อยกว่าเรา”

ขนาดเศรษฐกิจของพม่าเล็กกระจิ๋วเดียว คือ GDP ประมาณ $28 billion ในขณะที่เมืองไทย $263 billion ..ข่าวล่ามาแรง !! ว่า ผู้นำทหารพม่าจะซื้อทีมฟุตบอล ในขณะที่ อองซานซูจี ยังคงถูกกันออกจากเลือกตั้ง !!

.. “ที่จริงแล้ว ในสมัยบุเรงนอง พม่าเจริญกว่าเราตั้งเยอะ แต่ปัจจุบันกลับล้าหลังเราค่อนข้างมาก” อย่างไรก็ตาม พม่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ไทยสนใจไปลงทุน อย่างกลุ่ม PTT ก็ไปได้สัมปทานแหล่งน้ำมันที่ใหญ่มากในพม่า หรืออย่าง อิตาเลียนไทย ก็ได้ไปลุยโครงการท่าเรือน้ำลึก

…สิ่งที่น่าสนใจในพม่าคือ “พม่าสามารถเติบโตได้อีกเยอะมาก เพียงแต่โดนกีดกันทางการค้ามากมาย เนื่องด้วยการต่อสู้ ระหว่าง อองซานซูจี กับ รัฐบาลเผด็จการทหาร ทำให้จุดนี้พม่าถูก Band ออกจากระบบเศรษฐกิจเป็นเวลานานมากๆ ..นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจในพม่า ก็คือ ทรัพยากรธรรมชาติ ในเกือบทุกๆด้าน (ทอง!! โกยจากไทยไปเยอะ ตอนเผาเมืองอยุธยา …ว่าไปนั้น!!)

Key Success Factor ของพม่า ผมมองว่าอยู่ที่การเมือง ถ้าเขาสามารถขจัดปัญหาเหล่านี้ไปได้ หรือ จะดีสุดๆ ถ้าพม่าสามารถ เปลี่ยนเป็นประชาธิไตย เพราะนั้นหมายถึง เงินลงทุนจากทั่วโลกจะทะลักเข้าสู่พม่าอย่างแน่นอน “แต่มันเป็นเรื่องที่ยาก!!”

“ลาว” มีประชากรแค่ 6.3 ล้านคน ประเทศเขาเศรษฐกิจเล็กมาก มี GDP แค่ $5.5 billion แต่สิ่งที่น่าสนใจของลาวคือ เขาก็มีทรัพยากรธรรมชาติเยอะ ..บ้านเราก็ได้ประโยชน์ ในเรื่องของโรงไฟฟ้า จากลาวค่อนข้างมาก จับตาดูกลุ่ม Glow ให้ดี!!

“กัมพูชา(เขมร)” ..ฮ่า สมเด็จ ฮุนเซน ..ดังมาก!! นึกว่าเขาเป็นราชาที่นั้น แต่ไม่ใช่ เขาเป็น “สมเด็จ” ใครเห็นก็ งง ไม่รู้ใครตั้งให้ ..อันที่จริงประเทศกัมพูชา มีกษัตริย์ แต่โดนลดบทบาทให้อยู่เงียบๆ ….ประชากรของเขมรมี 14 ล้านคน ขนาด GDP ก็เล็กๆ คือ $ 11 billion …ประเด็นคือ ประเทศผูกขาดโดยฮุนเซน เลยเหนื่อยหน่อย “ดิวยาก!!”

“เวียดนาม” เดิมทีก่อนหน้านี้ เวียดนาม วางตัวเอง แข่งกับไทย ต้องการเบียดไทย ให้ตกขอบ ประชากรมี 87 ล้านคน (มากกว่าไทย) ขนาด GDP $92.4 billion ..จริงๆ เวียดนามเป็นประเทศที่น่ากลัวในเชิงเศรษฐกิจ เพราะคนเขาค่อนข้างขยัน แต่ไปๆมาๆ ตอนนี้สะดุด ขาตัวเองในเรื่องของ “ค่าเงิน”

ปัญหาในปัจจุบันคือ “เงินเฟ้อ” เวียดนามเนื่องจากเศรษฐกิจขยายตัวมาก ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อเข้าขั้นรุนแรง สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เมื่อเงินเฟ้อ คนก็ยิ่งไม่อยากถือ “สกุลเงินดอง” (เงินของเวียดนาม) ..คนส่วนใหญ่เลย เอาไปแลกเป็นเงินดอลลาห์มาเก็บแทน หรือ ไม่ก็ซื้อทอง …ยิ่งคนไม่ต้องการ “เงินดอง” เงินก็ยิ่งลดค่า “ยิ่งเฟ้อ หนักเข้าไปอีก” …ตรงนี้กำลังเป็นประเด็นที่สะกัดดาวรุ่งของเวียดนาม “ก็คงต้องจับตาดูการแก้ปัญหาจากรัฐบาล…ดูต่อไป”

“มาเล” มีประชากร 28 ล้านคน GDP $191 billion แต่ GDP ต่อหัวเขาสูงกว่าไทย ..ก็เพราะคนเขาน้อย , แถมมีน้ำมัน และการเมืองค่อนข้างนิ่งเลย พัฒนาได้เร็ว แต่ต้องยอมรับว่าผู้นำคนก่อน มหาเธร์ เขาเก่ง และวางรางฐานอุตสาหกรรมและการพัฒนาไว้ได้ดี เช่น เมืองไฮเทค ..นับเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของไทย

“อินโด” มีประชากรมากที่สุดใน ASEAN คือมี 231 ล้านคน ..และ GDP สูงถึง $ 539 billion โอกาสของอินโดก็คือ การเป็นประเทศที่ เป็นศูนย์กลางของชาวมูสลิม ซึ่งตรงนี้สามารถดึงดูดการลงทุนจาก มูสลิมด้วยกัน

“บรูไน” เล็กสุดในกลุ่ม มีประชากร 388,190 คน GDP $11 billion (แต่ GDP ต่อหัวสูงที่สุดอันดับ 2 ใน ASEAN รองจากสิงคโปร์)

“สิงคโปร์” ประชากร 4.6 ล้านคน ขี่คอกันอยู่ ..หุ หุ การศึกษาดีรายได้สูง แต่ประเทศมีความกดดันสูง GDP $177 billion

“ฟิลิปปินส์” ประชากร 92 ล้านคน GDP $160 billion ส่วนไทยเรา ประชากร 66 ล้านคน GDP $263 billion

ประเด็นคือ การรวมตัวกันของ AEC ย่อมให้ประโยชน์แก่ผู้ที่เห็นโอกาส …ผมค่อนข้าง Bullish สำหรับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ที่เป็น Big Player ในอุตสาหกรรมต่างๆ เพราะการร่วมตัวครั้งนี้ ผมมองว่า มันจะเป็น “อีกก้าวกระโดด ของเอเชียเลยทีเดียว”

…สังเกตได้จาก SCC และ PTT เป็นตัวอย่าง เขาออกไปขยายในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านนานแล้ว ...บ้านเราแม้ไม่มีน้ำมัน หรือ ถ่านหินเป็นของตัวเอง แต่บริษัทต่างๆ ก็ไปทำสัมปทานในประเทศเพื่อนบ้าน อย่างบ้านปูก็เข้าไป Take "เหมือง" ทั้งในอินโด ออสเตรเลีย และจีน ... มาดู PTT ผมว่าเขาไม่ยอมน้อยหน้าแน่ ..การนำ PTTEP เข้าไปซื้อ แหล่งน้ำมันในแคนาดา และการจะขยายโรงกลั่นไปในอเมริกา หลายคนอาจมองว่า "จับฉ่าย" ..แต่ทำไงได้ ค่าเงินมันดันแข็งแบบช่วยไม่ได้ (บริษัทไหนฉลาดและแข็งแกร่ง ยุคนี้เขาลงทุนต่างประเทศทั้งนั้น) ..ดังนั้น โรงกลั่นของ PTT Group น่าจับตามอง!! ... ในส่วนธุรกิจอาหาร CPF กับ TUF ก็ไปค่อนข้างแรง จากการใช้ประโยชน์ในเรื่องของค่าเงินบาทแข็ง ไป Take over แล้วโตอย่างก้าวกระโดด ...ฝากดูกุ้งเล็ก cfresh ซิว่า กำลังจะทำอะไรรึเปล่า..หุ หุ ..."เมืองไทยเราได้เปรียบ เพราะเรามีเทคโนโลยี ในการผลิต ส่วนเพื่อนบ้านก็มีแรงงาน มันเป็นอะไรที่ลงตัว!!"

..ดังนั้น สำหรับนักลงทุนผมว่า เดี๋ยวนี้ซื้อหุ้น ไม่ใช่มองสั้นๆแล้ว ต้องมองออกไปว่า ถ้าการรวมตัวสำเร็จในปี 2015 ตามที่ ASEAN ตกลงกันไว้ ---- บริษัทที่เจ๋งๆ ในด้านต่างๆ จะสามารถขยายกิจการไปในเพื่อนบ้านอย่างรวดเร็ว และนี่จะเป็นบันทึกหน้าใหม่ของเศรษฐกิจเอเชีย !!

“นับเป็นโอกาส การลงทุนที่น่าสนใจสำหรับทุกคนเลยทีเดียวครับ”

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ