แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553

The Money Making Machine!! จะสร้างมันอย่างไรโดยไม่พึ่ง “โดเรมอน”



ผมค้นพบเคล็ดลับของการสร้าง The Money Making Machine!! ที่ Australia (เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง “เดี๋ยวใครจะหาว่าผมโม้!!”)

“ใช่แล้วครับ!!” ไอ้ “เครื่องผลิตเงิน” ที่ผมพูดถึงก็คือ “ร้านอาหารที่ผมไปลงทุนนี่แหละ!!” …แต่ประเด็นมันไม่ใช่เทพนิยาย อย่างที่หลายๆคนเข้าใจ … ผมใช้เงินทางบ้านเกือบ 20 ล้าน + เงินกู้จาก Finance Company ใน Australia ที่ไม่ใช่ธนาคาร(นั่นหมายถึง ดอกเบี้ยมันแพง!!)

สรุปผมทุ่มเงินทั้งหมด 30 กว่าล้านบาท ขยาย Chain ร้านอาหารไทย 5 สาขา (เปิดกระจายไปตามจุดต่างๆ ในรัฐ NSW …แต่ละสาขาทดลอง Business Model ที่ต่างกัน เริ่มจาก Dine in & Take away ในร้านแรก …ไปจนถึง Thai Noodle in a box “Take-away” สุดฮิบ ใน Shopping Center “คือ ผมเปิดมันทุกแบบเท่าที่ผมจะคิด concept ได้ 5 ร้าน 5 concept ใน 5 Location” --- ผลลัพธ์ก็คือหลังจากนั้น 5 ปี ผมเจอวิกฤตเศรษฐกิจ “Hit!!” อย่างรุนแรง…

หลังจากผ่านมรสุมสุดโหด!! ปัจจุบันผมเหลืออยู่ “ร้านเดียว” (และคุณรู้ไหม มันก็คือ ร้านแรกที่ผมเปิดนั้นแหละ …วิ่งไปไกล กลับมาอยู่จุดเดิม) แต่สิ่งที่มันเพิ่มคือ ประสบการณ์ (ปัจจุบันร้านสุดท้ายที่เหลืออยู่ บริหารโดยแฟนผมเอง อยู่ในเมือง Coffs Harbour รัฐ “NSW”) --- ร้านนี้กำลังสร้างเงินให้ผมคือกำไรปีละ 3 ล้านบาท ++ (นี่แหละที่ผมพูดถึง The Money Making Machine!! “หลายคนคงกำลังคิดในใจว่า (ไอ้ควายภาววิทย์เอ้ย!! ใช้เงิน 30 ล้านเพื่อที่จะได้ The Money Making Machine!! ที่ทำเงินได้แค่ปีละ 3 ล้านนี่ อ่ะนะ !!)

ประเด็นที่ผม กำลังจะบอกท่านก็คือ “นี่แหละชีวิตจริง การทำธุรกิจมันไม่ได้ง่าย อย่างที่เรียนกันในตำรา” สมมุติว่าวันนี้ ผมเลิกทำ “ปิดร้าน” แสดงว่า “ขาดทุน(เทียบกับเงินลงทุนที่เริ่มต้น)” … ในทางกลับกัน ถ้าผมทำต่อไปอีก 20 ปี ก็จะได้เงิน 60 ล้านบาท

หรือในอีกประเด็น ผมก็อาจจัดสัมมนา แล้วเปลี่ยนเป็นขาย Franchise แทน ผมก็อาจทำเงินได้จากการขาย Franchise มากมาย (เพราะปัจจุบัน ความรู้และประสบการณ์ของ “ร้านอาหาร” ที่ผมมี มันเยอะพอที่จะ ช่วยให้คนที่อยากเปิดร้านอาหารในต่างประเทศ ไม่ต้องมาล้มลุกคลุกคลานอย่างผม “และนี่ก็คือ ระบบของ Franchise ---คนที่มีประสบการณ์ ก็ขายประสบการณ์ให้คนที่อยากทำ”

แต่ถึงวันนี้ ผมกลับพบว่า แท้จริงแล้ว “เงินก็ไม่ใช่ประเด็นทั้งหมดของชีวิต” … (เพราะแน่นอน ถ้าถามว่า ผมจะเปิดร้านอาหารต่อไปอีก 20 ปี แล้วเก็บเงินให้ได้ 60 ล้านบาท … “มันอาจจะเป็นช่วงที่ทรมานแสนสาหัสก็ได้ …ถ้าให้เลือกทำในสิ่งที่เราไม่ชอบสัก 20 ปี --สมมุติคุณได้เงินก้อนนั้นมาจริงๆ แต่คุณไปพบว่า “คุณเป็นมะเร็ง!!” มันคงไม่ตลก..จริงไหมครับ

ผมเห็นหลายๆคนที่ทำงานอย่างหนักเก็บเงินอย่างมากมาย เพียงเพื่อพบว่า ตัวเองเป็น “มะเร็ง” และก็ตายจากโลกนี้ไป!!

ปล. ใครสนใจจะเปิดร้านอาหารใน Australia ผมแนะนำให้มาคุยกับผม “ผมเซ็งที่จะเห็น คนมากมาย เอาเงินไปละลายแบบโง่ๆ อย่างผม”…เอาเป็นว่า ตรงนี้ผมมีความรู้และประสบการณ์จริง!! ..ไอ้โครงการ “ครัวไทยไปสู่โลก” มั่ว!! -- ก็สรุปว่า ถ้าคุณรู้จักใครที่อยากเปิดร้านอาหาร ให้มาคุยกับผม (แล้วจะไปยังไงต่อ ก็ไม่สำคัญ ผมไม่ได้จะขาย Franchise “เพียงแต่ประสบการณ์จริง!!ของผม อาจช่วยใครอีกหลายๆคนก็ได้ครับ”)

5 ความคิดเห็น:

  1. ภาวิณี แซ่อั้ง14 สิงหาคม 2553 21:06

    รบกวนค่ะ คุณภาววิทย์ค่ะ ถ้าสนใจเปิดร้านอาหารไทยในต่างประเทศ แต่เป็นที่ USA เพราะมีญาติอยู่ มีอะไรแนะนำบ้างหรือปล่าวค่ะ

    แล้วในปัจจุบันถ้าสนใจทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายเสื้อผ้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต ธุรกิจนี้ยังไปได้อีกไกลไหมค่ะ

    แล้วคิดว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจทั้งสองอย่างนี้ยั่งยืนค่ะ

    ขอบคุณค่ะ...

    ตอบลบ
  2. แนะนำให้ไปลองทำงานดูก่อนว่าชอบไหมครับ "ร้านอาหารถ้าไม่เคยทำ..หนักมากนะ!!"

    ส่วนเปิดร้านขายเสื้อผ้าในเน็ต ..ยากมาก!! ยกเว้นเราเป็น celeb หรือ ไม่ก็ต้องมีเพื่อน Online เยอะมากๆ เช่น การเขียน Blog เกี่ยวกับการแต่งตัวก่อน หรือ ไม่ก็ต้องสร้าง Content ผ่าน Social Network แล้วค่อยๆสร้างให้ดังก่อน ... แต่ถ้าเปิดร้าน Online เฉยๆแบบไม่มี Value added ไม่น่าจะเป็นไปได้ครับ

    ตอบลบ
  3. สวัสดีครับคุณภาววิทย์ ผมพึ่งเคยเห็น Blog ของคุณจากห้องสินทร บอกตามตรงครับ ผมไม่เคยเห็นหน้าคร่าตา หรือชื่อเสียงเรียงนามจากแห่งหนตำบลใดมาก่อนเลย แต่พอได้อ่านบทความต่างๆ ของคุณแล้วรู้สึกได้ทันทีเลยว่าไม่ธรรมดา ตอนนี้ผมเป็นแค่เด็กจบใหม่ เคยเล่นหุ้นขาดทุนเป็นแสน ทำงานบริษัทเอกชนไม่ถึงปีก็ลาออก ไม่นานมานี้พ่อพึ่งจากไป ต้องรับดูแลงานตัวแทนประกันวินาศภัยที่พ่อทำไว้ แถมด้วยหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หยิบมือนึง ตอนนี้ผมจึงหันมาศึกษาหุ้นอีกครั้ง ก็จะขอตามติด Blog ของคุณภาววิทย์ต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ

    ตอบลบ
  4. ยินดีครับ ถ้ามี Facebook ก็ add เข้ามาคุยกันนะครับ ...ยังไงก็สู้ๆ ชีวิตมีลง ก็มีขึ้น (คนที่ผ่านวิกฤตแล้วยืนได้ จึงจะเป็นคนที่สมบูรณ์ครับ!!)

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ19 สิงหาคม 2553 12:58

    กำไร 10% ต่อปี ก็ยอดเยี่ยมแล้วนะ
    ว่าแต่ว่าทำไมไม่ลองเปิดร้านอาหารในไทย?

    ตอบลบ

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ