แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2553

ปี 2553 จะเล่นหุ้นอย่างไรให้ได้กำไร



ประเด็นแรกและสำคัญสุดๆ ของตลาดผันผวนน่ากลัวอย่างนี้ คือ เงินที่คุณเอามาเล่นต้องเป็นเงินเย็น ถ้าเป็นเงินร้อนเตรียมตัวเจ๊งได้เลย ไม่ต้องฝัง คือ เน่าแน่นอน ..... โอเค....หลังจากเอาเงินเย็นมาเตรียมแล้ว
เรามีหลายวิธีที่จะทำเงิน
1. ถ้าคุณเป็น Trader ซื้อเร็วขายเร็ว ให้รอซื้อเมื่อหุ้นตก (ถ้าจะให้ Save รอให้ตกแรงๆหน่อย) แล้วก็ขายเมื่อคุณได้กำไร คือ เมื่อหุ้นขึ้น
2. ถือยาว ใครซื้อมาแล้วถือเอาไว้ให้เลย ตุลา แล้วค่อยไปหาจังหวะขาย ส่วนคนที่ยังไม่ได้ซื้อก็ให้รอจังหวะซื้อเมื่อหุ้นตก

--หลายคนถามว่าเมื่อไหร่ที่หุ้นจะตก -- ตอบเลยว่าเมื่อมีข่าวร้าย เช่น มาบตาพุต หรือ เสื้อแดง ยิ่งข้าว ร้ายเท่าไหร่หุ้นยิ่งตกเท่านั้น และ ยิ่งข่าวร้ายยิ่งต้องวิ่งเข้าไปซื้อไม่ใช่วิ่งหนี คิดง่ายๆว่า หุ้นไม่ขึ้นก็ตก ถูกไหม คือ ถ้ามีข่าวร้ายหุ้นก็ตก พอมีข่าวดีหุ้นก็ขึ้น

และหุ้นก็ตั้งอยู่บนความจริงคือ ไม่มีตกตลอดมันมีแต่ขึ้นแล้วก็ตก ดังนั้น ถ้าซื้อตอนหุ้นตก(ตอนที่มีข่าวร้าย) เดี๋ยวพอมีข่าวดีม่ หุ้นก็ขึ้น ก็ขายไป แต่ความตลกคือ คนส่วนใหญ่ทำตรงกันข้าม พอมีข่าวร้ายรีบขายหุ้นทิ้ง พอมีข่าวดีกลับวิ่งเข้ามาซื้อ พอซื้อหุ้นก็ซื้อแพง เพราะเวลามีข่าวดีหุ้นมันขึ้นอยู่แล้ว พอคุณ ไปซื้อคุณก็ต้องซื้อแพง ---- ขำกลิ้ง เลย แต่ๆจริงๆ ทุกคนก็โง่เหมือนกันนี่แหละ รวมทั้ง ผมเองด้วยบางครั้ง ฮ่า ฮ่า

---- สรุปเลยใครอยากรวยก็ให้ซื้อเมื่อมีข่าวร้าย ขายเมื่อมีข่าวดี ส่วนถ้าอยากจะรวยมากๆ ต้องรอข่าวร้ายมากๆ เช่น ที่ผ่านมา เครื่องบินชน World Trade ล่าสุดก็ Subprime ส่วนจะขายก็รอข่าวดี แต่ถ้าต้องการขายให้รวยมากๆ ก็ต้องรอข่าวดีมากๆ เช่น Dot com Boom หรือ เช่น Asian Miracle ก่อนปี 1997 แต่ต้องไม่ลืมว่าถ้า Boom เท่าไหร่ นรกก็เข้ามาใกล้เท่านั้น เหมือน Final Destination-- You can't Cheat Dead คือ ถ้าไปถาม Warren Buffet เขาจะบอกว่า เขาไม่เก่งพอที่จะซื้อๆขายๆ เขา เลยซื้ออย่างเดียวแม่เคยขาย คือ ซื้อบริษัทที่ปันผลเท่านั้น คือสิ่งที่เขาได้คือ เงินปันผลที่สม่ำเสมอของบริษัท ส่วน Capital Gain เป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น

ในเมืองไทยมี Value Investor ที่เก่งๆ ก็เช่น ดร.นิเวศน์ แกเริ่มเล่นปี 2540 ด้วยเงิน 10 กว่าล้าน ตอนนี้ 2553 port แกโตไป 800 กว่าล้าน แต่อย่างไรก็ตาม แกไม่เคยคิดจะขาย วันนึงมันอาจร่วงไปที่ 10 ล้านเท่าเดิมก็ได้ ไม่มีใครรู้อนาคต จริงไหม ตรงนี้มันต้องทั้งเก่งและเฮง บวกใจกล้า กล้าในที่นี้คือ กล้าที่จะไม่เอาเงินก้อนที่ลงทุนในหุ้นมาใช้อีก แล้วปล่อยให้มันเกิด Compound Capital Gain ไปเรื่อยๆ พอได้ปันผลก็ใส่คืนไปใน Port ห้ามใช้ ใครกล้าทำและโชคดี 10 ล้านของคุณ ในวันนี้ อาจเป็น 800 ล้านในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเหมือน ดร.นิเวศน์ ก็ได้ ......โชคดีครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ