"การวางแผนรวยจากตลาดหุ้นตามความเป็นจริง"
ช่วงนี้หลายๆคนสับสนกับตลาดหุ้น ว่าเดาทิศทางไม่ได้ แต่จริงๆ ผมว่า "เราตั้งโจทย์ที่ไม่จำเป็น"
ที่ผมบอกว่า เวลานี้หลายๆคนตั้งโจทย์ที่ไม่จำเป็น เพราะ มันสร้างความเครียดให้ตัวเอง ...โจทย์ที่ไม่เป็นในตลาดหุ้นก็คือ "ต้องการรู้ล่วงหน้าว่า ตกลงตลาดจะขึ้นหรือจะลง" ..ซึ่งในความเป็นจริง มีวิธีการมากมายที่สามารถทำกำไรโดยไม่ต้องทำนายตลาดหุ้นเลย เช่น การเล่นแบบ Trend Following ที่ซื้อขายตามตลาด ถ้าตลาดขึ้นก็ซื้อหุ้นเข้า Port รอรวย ...แต่ถ้าตลาดลงก็ขายหุ้นถือเงินสดรอตลาดขึ้นรอบใหม่
"ฟังดูเหมือนง่ายครับ ...แต่การปฏิบัติจริง ผมว่า เราต้องเปลี่ยนโจทย์" ดังนี้
1. คุณต้องถามตัวเองให้ชัดว่า การลงทุนครั้งนี้เป็นการลงทุนระยะสั้นหรือระยะยาว ...แล้วต้องตอบให้ชัดเจน
ถ้าเป็นการลงทุนระยะสั้น วันนี้คุณก็แค่เล่นตาม Trend ของตลาด หรือ ซื้อขายตามสัญญาณทางเทคนิค มีสัญญาณซื้อก็ซื้อ สัญญาณขายก็ขาย ไม่ต้องคิดอะไร ให้มีวินัยก็เพียงพอ ...แต่ถ้าคุณจะลงทุนครั้งนี้เป็นนักลงทุนระยะยาว เวลานี้ที่ต้องทำ คือ หาหุ้นซื้อเข้า Port โดยเน้น ซื้อเฉพาะ หุ้นที่ถูก ..คำว่า ถูกคือ เทียบในเชิงของพื้นฐาน เช่น การเทียบ P/BV หามูลค่าที่แท้จริงของกิจการ
2. ตอบชัดแล้ว ทำเลย ลุยเลย จบ ..ไม่ต้องมานั่งคาดเดาว่า ตลาดต่อไปจะขึ้นหรือลง เพราะ เมื่อเราเลือกวิธีการที่ชัดเจนแล้ว การขึ้นลง แทบไม่ได้มีผลต่อความสำเร็จของเราในระยะยาวเลย (อาจมีผลระยะสั้นบ้าง แต่ไม่มีผลระยะยาว)
ถ้าดูจากในภาพจะเห็นได้ว่า วันนี้ตลาดวิ่งในช่วง Side Way มาหลายปีแล้วในโซนสีเหลือง แล้วก็จะวิ่งในโซนนี้ต่อไป ...ลงถึงข้างล่างก็จะเด้งขึ้นมา พอถึงขอบบนก็จะเด้งลง -- แล้วจะมาสิ้นสุดที่การ Break Trend คือ ถ้า Break ทะลุด้านบน ตลาดก็จะวิ่งไปที่ 2000 จุดขึ้นไป ..แต่ถ้าทะลุด้านล่าง ตลาดก็น่าจะหลุดไปที่ 800 จุดลงไป ...ดังนั้น นักลงทุนระยะยาว ก็แค่ทยอยซื้อหุ้นที่คิดว่าราคารถูก ก็จบแล้ว ...ถ้าตลาดไม่ไปก็รวยช้าหน่อย เพราะมันจะวิ่งไปจบรอบ แต่สุดท้าย ตลาดก็ต้องขึ้นหลังจากจบรอบอยู่ดี
คำถามที่น่าสนใจ คือ วันนี้คุณเป็นเจ้าของบริษัท ที่คุณสามารถซื้อในราคาถูก ..แล้วระหว่างที่เราเป็นเจ้าของ เราได้เงินปันผลตลอดไปเรื่อยๆ ...เราก็แค่ถือหุ้นนั้นไปจนวันที่มันแพง ก็รวยแล้ว
ลองดูครับ ว่า คุณจะปรับ Port ของตัวเอง อย่างไร ..ตอบให้ชัดแล้ว เราจะไม่กลัวตลาดขึ้นหรือลงครับ
จัดไป !!
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา
-
สรุป 10 ข้อ หนังสือ The Art of Spending Money – โดย Morgan Housel สำหรับหนังสือ "The Art of Spending Money" ของ Morgan Housel (ผู...
-
10 ข้อคิดจาก Peter Lynch (ไอเด้า พี่เสริม) เมื่อพูดถึง Peter Lynch ผู้จัดการกองทุน Magellan ที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 29% ต่อปี เขาคือต้นแบบขอ...
-
สรุป 10 ข้อคิด จากหนังสือ "Fixed: Why Personal Finance Is Broken" โดย John Campbell John Y. Campbell (อาจารย์เศรษฐศาสตร์จาก Har...
-
สรุป 10 ข้อ หนังสือ The Daily Stoic (เตือนตนวันละนิด) ผู้เขียน: Ryan Holiday สำหรับหนังสือ "The Daily Stoic" ของ Ryan Holiday เป็...
-
สรุป 10 ข้อ หนังสือ Thinking in Bets – โดย Annie Duke สำหรับหนังสือ "Thinking in Bets" โดย Annie Duke อดีตแชมป์โป๊กเกอร์ระดับโลกท...
-
เมื่อคืน 1 มีนาคม 2555 คุณแม่โทรมาบอกว่า "แพ้ท!! คุณตาท่านเสียแล้ว" ผมก็รู้สึกใจหายอย่างมาก เพราะคุณตาเป็น เสมือนต้นแบบ ที่สอนให้ผ...
-
สรุป 10 ข้อ How Countries Go Broke: The Big Cycle – โดย Ray Dalio นี่คือสรุปใจความสำคัญ 10 ข้อที่นักลงทุนระดับมหาภาคต้องรู้ครับ: 1. โลกดำเน...
-
ในตลาดจริงๆ มีหุ้นอีกมากมายที่เรามองข้าม ..หลายคนก็กลัวว่าซื้อแล้วหุ้นจะไม่ขึ้น แต่ลองมองอีกมุมนึงว่า ถ้าหุ้นนั้นๆ ให้ปันผลในระดับ 5 -10% ต...
-
ตลาดหุ้นไทย จะไปอย่างไรต่อ!! -- เป็นคำถามที่ตอบยากมากที่สุดคำถามนึง เท่าที่ผมเจอมาตลอด..อิ อิ (จริงๆ ภาพ Chart อันนี้ ก็ตอบเกี่ยวกับ ทิศทาง...
-
"เรื่องของการมองเวลาเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ ..คุณว่าประเทศอย่างอิสราเอล หรือคนยิว เขามีเคล็ดลับอย่างไรถึงเก่งและครองโลกเศรษฐก...
ย้อนรอย SET จัดทำเพื่อย้ำเตือนของคำพูดที่ว่า "History Repeat itself!!"
- ภาพใหญ่หุ้นไทย ปี 1987 - 2009
- ย้อนรอย SET ปี 1987 - 1990(จาก Black Monday ไปแตะ 1,000 จุด)
- ย้อนรอย SET ปี 1991 - 1993 ( 3 ปีสู่ยอดดอย )
- ย้อนรอย SET ปี 1994 - 1996 ( 3 ปี แห่งการ "เผาหลอก" )
- ย้อนรอย SET ปี 1997 - 1999 ( 3 ปี "เผาจริง"แตะ Bottom แล้วเด้งขึ้น )
- ย้อนรอย SET ปี 2000 - 2008 ( 9 ปี แห่งการ "พายเรื่อในอ่าง" )
- ย้อนรอย SET ปี 2009 (Do you Remenber?)
"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ
-
จาก หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ หน้า 20 - วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556 : Link ที่ Thairath Online http://www.thairath.co.th/content/life/321...
-
10 เรื่องที่ต้อง "รู้งี้" ก่อนจบปริญญา ... 1. "ใบปริญญามีวันหมดอายุ" ..หลายคนคิดว่า ใบปริญญาไม่มีวันหมดอายุ พอเรียนจ...
-
ในตลาดจริงๆ มีหุ้นอีกมากมายที่เรามองข้าม ..หลายคนก็กลัวว่าซื้อแล้วหุ้นจะไม่ขึ้น แต่ลองมองอีกมุมนึงว่า ถ้าหุ้นนั้นๆ ให้ปันผลในระดับ 5 -10% ต...
-
ตลาดหุ้นไทย จะไปอย่างไรต่อ!! -- เป็นคำถามที่ตอบยากมากที่สุดคำถามนึง เท่าที่ผมเจอมาตลอด..อิ อิ (จริงๆ ภาพ Chart อันนี้ ก็ตอบเกี่ยวกับ ทิศทาง...
-
'คำทำนาย ที่ว่าโลกหลังปี 2017 จะเกิด ..ธุรกิจเล็กจะใหญ่ ธุรกิจใหญ่จะเล็ก!!' ยุคนี้รายใหญ่ก็ตายได้ ..รายเล็กก็เกิดได้ ..นี่อ่านข...
-
วันนี้มาดอนเมือง ผมได้ชิมกาแฟมวลชน จุดเริ่มของ All Cafe ของ 7-11..วันนี้เกมค่าปลีกแข่งดุ เนื่องจากค่าเช่าแพงขึ้นตามราคา Asset ที่พุ่งกร...
-
เราค้างเรื่องของ "จิตอิสระ" กับ "จิตทาส" เอาไว้ว่า มันแบ่งระหว่าง คนที่จิตเป็นทาส ย่อมเป็นทาสตลอดไป ไม่ว่าระหว่างทางใน...
-
Luxury คือ เงินเฟ้อ!! เศรษฐกิจไม่ดี ทำไม ของแพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ..คนธรรมดาทำไมอยู่ยากขึ้นทุกวันล่ะ ? ก็เพราะ เราไม่รู้ว่า 'ความห...
-
วันนี้ฟังรายการ "คุยกับ อาจารย์ วีระ ธีรภัทร ช่อง FM 96.5" ...ไปสะกิดกับคำถามนึง คือ มีพี่ผู้หญิงท่านนึงเขาโทรเข้ามาแล้วระบายให้...
-
(อันนี้ยกขึ้นมาให้ดูเล่นๆนะครับ ..ไม่ได้จะบอกว่ามันดีหรือไม่ เพียงแต่ มาดูกัน "แปลกดี") ประเด็นแรก ผมชอบหุ้นปันผล แต่ตัวนี้ถ้ามอง...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น