แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันอังคารที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2560

โตเร็วแบบ Facebook รวยเร็วแบบ Mark ทำอย่างไร



'โตเร็วแบบ Facebook รวยเร็วแบบ Mark Zuckerberg ทำได้อย่างไร ?'


หนึ่งใน ธุรกิจออนไลน์ที่รวยเร็วที่สุดในโลกเวลานี้คงหนีไม่พ้น Facebook ..เรามาดูกันว่าคุณ Mark ทำได้อย่างไร 


ปี 2013 Facebook มีรายได้ 7.8 Billions มีกำไร 1.5 Billions 


ปี 2014 Facebook มีรายได้ 12.5 Billions มีกำไร 2.9 Billions


ปี 2015 Facebook มีรายได้ 17.9 Billions มีกำไร 3.6 Billions


ปี 2016 Facebook มีรายได้ 27.6 Billions (คิดเป็นเงินไทย 966,000 ล้านบาท) มีกำไร 10.2 Billions (คิดเป็นเงินไทย 357,000 ล้านบาท)


ปกติธุรกิจยิ่งยอดขายเพิ่ม ยิ่งกำไรโตช้าลง เพราะมีค่าใช้จ่ายในการขายสูงขึ้น แต่ Facebook ยอดขายยิ่งโต กำไรยิ่งเพิ่ม และเพิ่มในอัตราเร่ง ..คำนวณง่ายๆ ปีล่าสุด ทุกๆ ยอดขาย 100 บาท Facebook ได้กำไร เกิน 50 บาท ...โอวว !! ทำได้ยังไง


ถ้าเทียบกับ Google เรียกว่า Facebook ตามแบบมีหนาว 


ปี 2013 Google มียอดขาย 55 Billions มีกำไร 13.1 Billions 


พอปี 2016 Google มียอดขาย 90 Billions มีกำไร 19.4 Billions (ทุกๆ ยอดขาย 100 บาท Google ทำกำไร 30 บาท)


ปีนี้ Google ยอดขายมากกว่าตั้ง 3 เท่ากว่าๆ แต่กำไรห่างกันไม่ถึง 2 เท่า


วันนี้ Facebook มีมูลค่าตามราคาตลาดคือ 632.6 Billions คิดเป็นเงินไทยคือ 22.14 ล้านล้านบาท (Facebook มีมูลค่ามากกว่า GDP ของไทย เกือบ 2 เท่า ...?!? - เอารายได้ทุกบริษัทและคนไทยทุกคนตลอดปี รวมกัน ยังแค่ 13.8 ล้านล้านบาท)


มาดูกันว่า Facebook ทำอย่างไร


1. Facebook รายได้และกำไรกระโดด เพราะเลือก Focus ธุรกิจมาที่ มือถือ ซึ่งในช่วง 2013 ยังมีการถกเถียงกันว่า Smartphone จะมาจริงหรือไม่ แต่ Facebook ทุ่มการพัฒนาเพื่อเข้าสู่ตลาดมือถือเป็นหลัก 


2. Facebook ทำให้ง่ายต่อคนธรรมดาในการโฆษณา ทำให้ได้ใจ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ อาชีพที่เติบโตในอัตราเร่ง ..พูดง่ายๆว่า ทำให้คนธรรมดาสามารถโฆษณาได้ง่าย กดได้เอง แค่ Boost Post ..ส่งผลให้ Facebook ตัดตัวกลาง แล้วขายตรงสู่คนใช้ Facebook โดยตรง 'กำไรเลยพุ่ง เพราะตัดคนกลาง'


3. คนติด Social ขนาดที่ว่า ใช้เวลาก้มหน้าดูมือถือเสมือนเป็นบ้านที่สอง ..เดินทาง / อยู่บ้าน / รออาหาร / ทานข้าว ...สิงอยู่ใน Facebook ทำให้ การโฆษณาแล้วคนเห็นง่ายที่สุด ...Facebook วางตัวเป็นสื่อที่โฆษณาแล้วคุ้มที่สุด 'คนดู คนซื้อ ขายของได้ นี่คือ หัวใจเลย


(สื่อที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงแล้วใช้ Facebook ควบคู่ อย่าง Workpoint จึงได้เปรียบในอุตสาหกรรมสื่อที่เปลี่ยนแปลง)


4. Facebook กล้าเปลี่ยนแปลงตลอด ...กล้าเปลี่ยน Timeline ที่คนคุ้นเคย กล้าเสี่ยง ทำ Live VDO ..ทำทุกอย่างเพื่อเอื้อให้คนจ่ายเงินโฆษณา เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเขาง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ...วันนี้ทุกคนสามารถมี TV Direct เข้าถึงลูกค้า เพียงแค่ Live ได้ฟรีๆ (คิดถึงในอดีต ที่จะถ่ายทอดสด ต้องมีอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายมหาศาล แต่เพียงใช้ Facebook และมีมือถือเครื่องเดียวก็ทำได้)


จะเห็นได้ว่า ผู้ชนะในยุคนี้ ต้องกล้าปรับตัว กล้าทำสิ่งใหม่ๆ ...โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดให้ลูกค้า ...ถ้าทำได้ รับรองรุ่ง


ดีขึ้น - ถูกลง ..เอ๊ะ !! แต่ค่าโฆษณา Facebook แพงขึ้นนะ ..ใช่!! แต่ เขาไม่ได้วัดความถูกตามเงินที่จ่าย ..หากแต่วัดความคุ้มใน เงินที่โฆษณา เทียบยอดขายที่ได้


'เอาใจ ลูกค้า ให้ตรงจุด แล้วกล้าทิ้งสิ่งเดิมที่ไม่มีอนาคต แม้สิ่งนั้นจะยังทำเงินในปัจจุบันก็ตาม 


..นี่คือ สิ่งที่เราเรียนรู้จาก Facebook'


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ