แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559

อยากได้เงินมาทำธุรกิจ ต้องพิชิต 10 ข้อนี้


อยากได้เงินมาทำธุรกิจ ต้องพิชิต 10 ข้อนี้

ยุคนี้ใครๆ ก็อยากมีธุรกิจส่วนตัว แต่ปัญหาคือ "เงินลงทุน" ..หลายคนบอกว่า ก็เอาเงินเก็บเรานั่นแหละมาลงดีไหม ? ..."ไม่ดีครับ" ...เงินเราต้องเป็นเงินสแปร์ คือ "เงินฉุกเฉิน" -- การทำธุรกิจย่อมมีอุปสรรคการทุ่มใช้เงินตัวเองลงหมด อาจไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดี

เราสามารถเรียนรู้ การเริ่มทำธุรกิจที่เรียกว่า Start-Up ได้จากหลายๆ บริษัทที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ..คนเหล่านี้ล้วนได้เงินมาจากนักลงทุน ..ที่เรียกว่า Venture Capital หรือ Angel Investor (นักลงทุนส่วนบุคคล ที่ชอบลงทุนในธุรกิจ Start-Up)

ในเมืองไทย เราเริ่มมี Angel Investor มากขึ้น นั่นหมายถึงโอกาส ที่คนธรรมดาที่อาจไม่ได้เกิดมารวย แต่มีความสามารถ ก็มีโอกาสในการทำธุรกิจแบบเด็กฝรั่งได้

ข้อดีของการใช้เงินคนอื่น ..คือ เราต้องรอบคอบมากขึ้น คิดมากขึ้น ...เพราะ การจะได้เงินจากคนอื่น เช่น Angel Investor ..ไม่ใช่เรื่องง่าย การะดมทุนจากนักลงทุน ก็คือ การนำแนวคิด การทำธุรกิจของเรา มาทดสอบโดยนักลงทุนที่มีประสบการณ์ มาดูว่า สิ่งที่เราคิดน่ะ เป็นไปได้ทางธุรกิจแค่ไหน ...มโนไหม ? ...นี่แหละ ข้อดี

(หลายครั้งที่คนทำธุรกิจใช้เงินตัวเอง ก็เอาเงินลงไปเลย โดยที่ในความจริง แนวคิดนั้นๆ อาจไม่ Make Sense เลยก็ได้ ...การได้นักลงทุน มาช่วยกลั่นกรอง ก็ทำให้แผนธุรกิจเรามีความเป็นไปได้มากขึ้น โอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นนั่นเอง ...ใช่!! การใช้เงินคนอื่น ก็มีข้อดีไม่น้อยครับ)

มาดูกันว่า สิ่งที่นักลงทุน จะใช้ดูว่าจะให้เงินลงทุนเราหรือไม่ มี 10 ข้อ ดังนี้

1. "เขาดูว่า เรามีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมจริงๆ หรือไม่" ...อันนี้เป็นปัญหาของเด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรม คือ เขียนแผนธุรกิจแบบไม่เข้าใจอุตสาหกรรมจริงๆ ว่าในโลกจริงๆ เขาทำงานกันอย่างไร ...อันนี้อาจมีโอกาสสำเร็จต่ำ ...ดังนั้น ถ้าอยากทำธุรกิจอะไร ลองแอบไปสมัครงานในอุตสาหกรรมนั้นๆ ก่อน เพื่อที่จะเข้าใจการทำธุรกิจจริงๆ ก่อนที่จะเขียนแผนธุรกิจ จะทำให้แผนเรามีความเป็นไปได้มากขึ้น

2. "ความมุ่งมั่น ทะเยอทะทาน" ..นักลงทุนที่ลงทุนในธุรกิจ Start-Up จะมองหลักๆ ที่ทีมผู้ก่อตั้ง ดูว่า มีความมุ่งมั่น สู่เป้าหมายแบบ "กัดไม่ปล่อยแค่ไหน" ... การเริ่มธุรกิจ โดยเฉพาะ Start-Up เป็นการหาความแตกต่าง ในการทำธุรกิจ -- "คุณต้องชี้ให้ลูกค้าเห็นว่า สิ่งที่เป็นอยู่มันมีข้อจำกัด และ เรามีข้อเสนอที่ดีกว่า ถูกกว่า เร็วกว่า ชัดเจนกว่า เล็กกว่า คล่องกว่า สะดวกกว่า ..."

3. "ความมีวินัย" ..ถ้าพูดภาษาตรงๆ คือ "ดูความบ้าของเรา" ...เราต้องไม่โชว์ Slow Life เพราะ แน่นอน นักลงทุน ที่จะเงินเขามาลงทุนในเรา ย่อมต้องการเห็นเราทำงานอย่างหนักเพื่อให้ธุรกิจสำเร็จ และ ให้เขาได้กำไรจากการลงทุนที่ลงกับเรา ...ดังนั้น ต้องทำงานอย่างบ้าคลั่ง ไม่ Slow Life นะ จริงๆ

4. "ธุรกิจเราต้องแก้ปัญหาที่คนยอมจ่ายเงิน" ...อันนี้ตรงๆ เลย ว่า การทำธุรกิจไม่ใช่แค่แก้ปัญหาให้คนเฉยๆ ..แต่ปัญหานั้น ลูกค้าต้องยอมจ่ายเงินด้วย จึงจะเรียกว่าโอกาสธุรกิจ ...ยกตัวอย่าง ธุรกิจเล็กๆ อาจไม่ยอมจ่ายค่าโฆษณาลงทีวี เพราะ เงินที่ลงทุนอาจไม่คุ้มค่า หรือ ขนาดธุรกิจไม่เหมาะกับจำนวนเงินเยอะๆที่ต้องจ่าย แต่ธุรกิจเล็กอาจจะยอมจ่ายเงิน Facebook หรือ Google เพื่อโฆษณาแบบเฉพาะกลุ่ม ที่ตรงไปที่เป้าหมายโดยตรง ...เราต้องหาให้ได้ว่า ปัญหาอะไรที่ลูกค้ายอมจ่าย อันนี้แหละโอกาส !!

5. "ขยายได้" ..หลักการของ Start-Up คือ Scalable "ต้องขยายได้" ...ยุคนี้คือ ยุค Information Age เป็นยุคของข้อมูลข่าวสารและ Technology ..ธุรกิจในยุคนี้จึงต้อง ใช้แรงงานให้น้อย แต่ใช้เครื่องทุ่นแรงให้มาก ...พูดง่ายๆ ว่า เราต้องเอา Technology มาใช้ ให้ธุรกิจเราต้นทุนต่ำกว่า แต่มีประสิทธิภาพสูงกว่า เช่น ถ้าขายของผ่านหน้าร้านปกติ จะมีต้นทุนสูงกว่าขายของออนไลน์ แต่เราต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่า จะให้ลูกค้าซื้อออนไลน์อย่างไร ..เราต้องคิดค้าขาย โดยไม่ติดกรอบทางกายภาพ ..ไม่มีระยะทางเป็นอุปสรรค ..ไม่มีเวลาค้าขายเป็นอุปสรรค ..ไม่มีภาษาเป็นอุปสรรค ..ไม่มีแรงงานจำนวนมากๆ เป็นต้นทุน ...ขยายและแตกตัวอย่างรวดเร็วในต้นทุนที่ต่ำกว่าธุรกิจดั้งเดิม

6. "ดีกว่าเดิมมหาศาล" ...หลายคนคิดว่า การทำธุรกิจคือ การทำให้ดีกว่าคู่แข่ง เช่น ทำอาหารอร่อยกว่า ก็คิดจะเปิดร้านอาหาร นั่นเป็นความคิดที่ใช้ไม่ได้ในธุรกิจ Start-Up เพราะ มันเป็นความได้เปรียบที่ไม่ดีพอ เพราะ คู่แข่งสามารถปรับตัวให้อร่อยขึ้นได้ไม่ยาก ...ดังนั้น ธุรกิจเราต้องดีกว่าที่คนอื่นๆทำ มหาศาล เช่น Netflix ชนะร้านวิดีโอปกติ เพราะ เขาคิดวิธิให้คนดูหนังแบบใหม่ โหลดเอา ไม่ต้องเช่า -- ใช่!! มันต้องตีลังกาคิดจากสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าคิดเป็นจุดตั้งต้น !!

7. "เลียนแบบยาก" ..ธุรกิจ Start-Up ที่ดีต้องเลียนแบบยาก ..ต้องคิดสิ่งที่คู่แข่งไม่สามารถทำตามได้ง่ายๆ มีจุดเด่น , จุดแข็ง , มีตรายี่ห้อที่น่าเชื่อถือ , มีระบบที่เหนือชั้นอย่าง Google , ควบคุม Platform ในการเชื่อมต่อลูกค้า อย่าง Airbnb -- พยายามคิดให้ฉีก คิดให้เยอะ ไปให้ไกล ล้ำให้สุด อย่าหยุดแม้เป็นผู้นำแล้ว !!

8. "มีความเชื่อมั่นในตัวเอง และ มีความเป็นผู้นำ" ..เรื่องนึงที่สำคัญมากสำหรับเจ้าของธุรกิจ Start-Up คือ คุณต้องฝึกพูดต่อหน้าสาธาณะ ..โลกปัจจุบันคือโลกแห่งการขายความคิด ขายไอเดีย ...ต้องกล้าพูด กล้าเป็นผู้นำ

9. "มี Roadmap ที่ชัดเจน" ...มีแผนที่เดินทางสู่เป้าหมายที่ชัดเจน ...ทุกความสำเร็จ ล้วนเกิดจากการวางแผน แล้วค่อยๆ เดินตามแผนนั้นด้วยความอดทน ...ปัญหาของคนยุคนี้ มีฝัน แต่ไม่มีแผนที่จะเดินสู่ความฝัน มันจึงเป็นเพียงแค่ฝัน -- เราต้องเขียนแผนอย่างชัดเจนสำหรับจัดการฝันนั้น !!

10. "Monetization" ..ทุกธุรกิจจะอยู่อย่างยั่งยืน ต้องทำกำไร ..ดังนั้น การทำธุรกิจจะต้องเห็นกำไรด้วย ...ลูกค้า เขาโหวดความชอบของสินค้าและบริการผ่านสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเขา ก็คือ "เงิน" -- ลูกค้าจะโหวดว่า สินค้าและบริการของเรา แก้ปัญหาและเป็นประโยชน์ต่อชีวิตเขา ตามจำนวนเงินที่เขาจ่าย ..."สร้างประโยชน์ แก้ปัญหา เพื่อแลกเงิน นั่นแหละ หลักการของธุรกิจที่ยั่งยืน"

ลองสำรวจว่า ธุรกิจของเรามี 10 ข้อนี้หรือไม่ ...ถ้ามี ก็คงหาเงินจากนักลงทุนได้ไม่ยาก !!

#ภาววิทย์กลิ่นประทุม #ออมในหุ้น

http://bit.ly/1ZYcvKA

2 ความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ