แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

คุณเคยคิดไหมว่า ภาพลวงตาของตัวเลขเศรษฐกิจ (ณ ปี 2010) มันคืออะไร



“แม่นแล้ว!!” ปัญหาของมนุษย์ที่ไม่สามารถมองภาพใหญ่ในโลกของการเงิน เพราะตัวเลขต่างๆมันอยู่คนละหน่วย เวลาเรามาเทียบความมั่งคั่งของคนหรือขนาดของกิจการ มันทำให้คุณอยู่ในสภาพ งง เป็นไก่ตาแตก

อย่าง Bill Gates ที่ทุกคนรู้จักกันปี เขารวยสุดๆ มีทรัพย์สินประมาณ 53 billions (คือตรงนี้ถ้าเทียบเป็นเงินบาทก็จะเท่ากับ 1.59 ล้านล้านบาท … คิดง่ายๆว่ามันเยอะขนาดไหน ก็มูลค่าสินค้าการเกษตรของไทยทั้งหมดยังแค่ 0.2 ล้านล้านบาท คือเอามูลค่าของอาชีพที่คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยซึ่งก็คือชาวนา เอามูลค่ามารวมกันทั้งปี น้อยกว่าความรวยของ Bill Gates คนเดียวถึง 7 เท่า)

เอาละผมจะเปลี่ยนหน่วยมูลค่าของเศรษฐกิจไทยให้เป็น ดอลลาห์จะได้ง่ายต่อการเห็นภาพ GDP ของประเทศไทยทั้งปี มีมูลค่ารวมกันแค่ 263 billions ( ทั้งประเทศเทียบขนาดก็ใกล้ๆกับ บริษัทอย่าง “GE ซึ่งมีมูลค่า 170 billions” , “IBM 167 billions” , “Nestle 173 billions” , “P&G 184 billions” , “Johnson&Johnson 175 billions” , “Microsoft 254 billions” , “Apple 190 billions” ) ..เห็นไหมครับว่า ประเทศไทยเราเล็กขนาดไหน

บ้านเรานำด้วย การส่งออก ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 106 billions ..ส่วนการนำเข้า 83 billions
การใช้จ่ายภาคเอกชน (Private Consumption) รวมประมาณ 80 billions ..ส่วนใช้จ่ายภาครัฐรวมประมาณ 14 billions

ในส่วนของผลผลิตรวม ในส่วนที่เป็นการเกษตรคือ 6.6 billions …ในส่วนที่ไม่ใช่การเกษตรคือ 140 billions (เห็นภาพหรือยังครับว่า ทำไมชาวนา ชาวไร่ ไม่รวย เพราะคนส่วนใหญ่ผลิตของที่สร้างมูลค่าเพียงแค่ 6.6 billions เท่านั้นเอง)
ในด้านการผลิตรวม (Manufacturing) รวมทั้งหมด 66 billions ..และในส่วนค้าส่ง + ค้าปลีก รวม 18.3 billions

เอาเงินฝากของคนทั้งประเทศไทยมารวมกัน มีมูลค่ารวมแค่ 220 billions …ในส่วน สินเชื่อรวมทั้งประเทศ รวมกันแค่ 206 billions

เอามูลค่าทุกบริษัทในตลาดหุ้นไทยมารวมกัน มีมูลค่ารวมแค่ 273 billions

แต่มีสิ่งนึงที่เรา “มีมากกว่าอเมริกา ..คุณรู้ไหมมันคืออะไร” ..ใช่แล้ว!! นั่นก็คือ เรามี Foreign Reserve มากกว่า อเมริกา (โอ้!!แม่เจ้า ประเทศเราเล็กเท่าขี้แมว มูลค่ารวมทั้งประเทศยังไม่เท่าบริษัทที่มีชื่อเสียงบริษัทเดียวเลย แต่กลายเป็นว่า ประเทศเราสามารถค้าขายเกินดุล และมีเงินเข้ากระเป๋ารวยกว่าอเมริกาเสียอีก Amazing ไหมครับ!!)

เรามี Reserve รวม 150 billions อยู่ในอันดับที่ 14 ของโลก (สิ่งที่ผมจะชี้ให้คุณเห็นคือ จริงๆแล้วเศรษฐกิจของเรา แม้จะมีขนาดเล็ก แต่การค้าขายมีกำไร คือมีคุณภาพว่างั้น ซึ่งต่างกับอเมริกา ที่ประเทศใหญ่โต แต่ค้าขายขาดทุน … )

(ประเทศที่มีการค้าขายกำไรมากที่สุดเรียงลำดับดังนี้ 1. จีน 2,400 billions / 2. ญี่ปุ่น 1,050 billions / 3. กลุ่มประเทศยูโร (ที่ทั่วโลกมองว่ากำลังโดนวิกฤต แต่แท้จริงค้าขายกำไร!!) 753 billions / 4. รัสเซีย 501 billions / 5. ไต้หวัน 380 billions / 6. ซาอุ 410 billions / 7. อินเดีย 300 billions / 8. เกาหลี(ใต้) 293 billions / 9. บลาซิล 287 billions / 10. ฮ่องกง 266 billions / 11. สวิส 249 billions / 12. สิงคโปร์ 221 billions / 13. เยอรมัน 205 billions และที่ 14 ก็พี่ไทยนี่แหละ มี Reserve 150 billions)

ประเด็นที่ผมจะชี้ให้เห็นก็คือ คุณเห็นไหมล่ะครับว่า ประเทศที่ค้าขายได้กำไร มันอยู่แถบเอเชียเป็นส่วนใหญ่ ผมถึงค่อนข้างจะมั่นใจว่า ยุคนี้มันเป็น “ยุคของเอเชียอย่างแท้จริง” The Beginning of Asian Miracle 2 นั่นเองครับพี่น้อง!!

ปล. ประเทศที่ฉลาดๆ อย่างสิงคโปร์ และผู้ค้าน้ำมัน (รวมถึงจีนและญี่ปุ่น) เริ่มฉลาด ในการค้าโลก คือแทนที่จะถือ Foreign Reserves เป็นเงินดอลล่าห์ (ซึ่งลดมูลค่าในอัตราเร่ง ชนิดห่วยแตก !! )

..ประเทศเหล่านี้เปลี่ยน Reserves มาเป็น Sovereign Wealth Funds แล้วเข้าไปถือครอง สินทรัพย์แทน ..ตัวอย่างใกล้ตัวสุดๆก็เช่น ทามาเส็ก ที่เข้ามาซื้อแล้วถือหุ้น ADVANC ..ฉลาดโคตร (คือ แทนที่จะโง่ถือดอลลาห์ สิงคโปร์ก็เปลี่ยนเป็นมาถือหุ้น ADVANC แทนซึ่งได้ผลตอบแทนปีละเป็น 10% แถมในอนาคตยังมีโอกาสได้กำไรจาก Capital Gain ของการลงทุนอีกด้วย) “ไม่รู้เมื่อไหร่ บ้านเราจะคิดตามคนอื่นเขาทันบ้างเนี่ย!!”

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ