แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ถ้าปี 2000 คุณมีเงิน 2 ล้าน ปี 2009 คุณสามารถมี 57.6 ล้านได้ - ทำไงล่ะ


ง่ายๆครับ คือ "ซื้อหุ้นเวลาตลาดพัง" 10 ปี ที่ผ่านมา ตลาดพังแรงสุด 2 ครั้ง คือ ปี 2000 และปี 2008 --พูดง่ายๆคือ เวลาตลาดพังให้คุณซื้อหุ้นในกิจการที่มั่นคงและใหญ่ ก็คือซื้อหุ้น Blueship - SET50 นั่นเอง (ดังนั้นความเสี่ยงก็ต่ำ แต่ผลตอบแทนโคตรดี (คือ ดีเกินธรรมดา))

-- ประเด็นปัญหาคือ คุณกล้าทำสวนทางกับคนอื่นหรือเปล่า เพราะ 2 ปี ที่ตลาดแย่นั้น มีแต่คนวิ่งหนีออกจากตลาด เพราะทุกคนมองว่า โลกจะสิ้นสุดเวลานั้น ทุนนิยมจะล่มสลาย เราจะกลับไปเป็นยุคหิน --ผมถามหน่อยว่า มนุษย์เราพัฒนามาถึงขั้นนี้ ทางเดียวที่จะกลับไปสู่ยุคหิน ก็คือ น้ำท่วมหมดโลก ทุกอย่างจมอยู่ใต้น้ำลึกกว่า 5 เมตร คนที่รอดชีวิตไปรวมกันที่ทิเบต -- ไร้สาระสิ้นดี

กลับมาเข้าประเด็นว่า จะทำให้ 2 ล้าน กลายเป็น 50 ล้านใน 10 ปี ---- เริ่มจากคุณเอาเงิน 2 ล้านของคุณ ซื้อหุ้น ธนาคารกรุงเทพ ตอนปี 2000 ที่ 20 บาท แล้วคุณก็ถือไว้แล้วไปขายในปี 2007 คือ ปีที่ทุกมองว่าเศรษฐกิจดีมากๆ อนาคตกำลังรุ่งทุกอย่างน่าลงทุน ซึ่งคุณขายตอนนั้นเลย คุณจะขายได้ที่ 140 บาทต่อหุ้น รวมแล้วคุณจะมีเงิน 14 ล้านในปี 2007 จากนั้นคุณก็เอาเงินที่ได้มาฝากธนาคารเพราะตอนนั้นดอกเบี้ยสูง(สูงกว่าตอนนี้มาก)

รอจนปี 2008 ตลาดพังมหาศาล ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่แหละคือ จุดจบของทุนนิยม เรากำลังเกิด Great Depression ครั่งที่ 2 --ให้คุณถอนเงินออกจากธนาคารทั้งหมด 14 ล้าน แล้วไปซื้อหุ้นที่เรามองว่าดี (ลองคิดดูว่า ถ้าทุกอย่างแย่หมด อะไรจะอยู่ได้ -- ก็อาหารไงครับเพราะมันจำเป็น )

คุณเอาเงินทั้งหมดไปซื้อหุ้น CPF ที่ 3 บาท คุณจะได้หุ้นมาประมาณ 4.5 ล้านหุ้น --- จากนั้นคุณมาขายปีถัดไปคือ ปี 2009 ที่ 12.8 คุณจะได้เงินรวม 57.6 ล้านบาท --- แค่นี้เองไม่เห็นยาก แต่ที่ยากคือ รู้ไหมว่าทุกอย่างที่ผมพูดคือ การทำสวนทางกับตลาดทั้งหมด คือ คุณทำตรงข้ามกับทุกคนในตลาด คุณซื้อเวลาที่คนอื่นขาย แล้วคุณก็ขายเวลาที่คนอื่นซื้อ
รู้ไหมเคล็ดลับอยู่ตรงไหน

-- ง่ายๆครับคุณมองไปรอบๆตัวคุณซิว่า ณ เวลานั้นๆคนส่วนใหญ่ทำอะไร ถ้าเห็นว่าคนส่วนใหญ่กลัว ไม่กล้าซื้อหุ้น ให้คุณกล้าและทำสวนทาง แต่ถ้าคนส่วนใหญ่มอง Positive ทุกอย่างดี ให้คุณรีบขายแล้วก็ถือเงินสดรอ
ถ้าถามว่าปัจจุบันเป็นอย่างไร -- ลองมองดูซิครับว่า ตอนนี้ในตลาด หุ้นอะไรที่คนไม่อยากซื้อ -- ใช่แล้วครับกลุ่ม PTT ให้คุณเอาเงินทั้งหมดของคุณซื้อแล้วรอ อีกสัก 5 ปี หลังจากนั้นพอเหตุการณ์ต่างๆคลี่คลาย เศรษฐกิจกลับมาดีสุดๆอีกครั้งให้คุณขายหุ้นทิ้งทั้งหมด แล้วก็ถือเงินสด

ผมเชื่อว่า 5 ปีข้างหน้า หุ้นทุกตัวในกลุ่ม PTT จะมีราคา 2 เท่า ดังนั้น จากเงิน 57.6 ล้านที่ซื้อ PTT ที่ราคาประมาณ 220 บาท คุณจะได้หุ้น 260,000 หุ้น --อีก 5 ปี จะเป็น 114.4 ล้านบาท รวมกับปันผลที่ PTT ให้คือ 5% ต่อปี เท่ากับ 11 * 5 = 5.5 ล้าน รวมเป็นทั้งหมด 120.5 ล้านบาท

จากนั้นให้คุณขายหุ้นทั้งหมดและเอาเงินไปฝากธนาคาร ซึ่งอีกห้าปีข้างหน้า ดอกเบี้นน่าจะเกิน 4% ไปแล้ว จากนั้นคุณก็รอซื้อ เวลาตลาดพังครั้งต่อไป ผมคากว่าปี 2014 ตลาดน่าจะพัง --และเมื่อยามตลาดพังก็เป็นเวลาที่คุณจะ Double ความรวยของคุณ

-- จากสถิติที่ผ่านมา ทุก 10 ปี จะมีตลาด Crash อย่างน้อย 2 ครั้ง เท่ากับว่า ถ้าคุณทำอย่างที่ผมบอก จาก 2 ล้าน ก็จะเป็น 1,000 ล้าน ภายในเวลา 30 ปี --- แต่คุณรู้ไหมว่ามันพูดง่าย แต่ทำยาก เพราะ 1.คุณต้องฉลาด และ 2. คุณต้องมีความอดทนสูงมากๆ

-- ความอดทนที่ผมพูดถึงคือ 30 ปี มันนานมากเลยนะครับ ซึ่งในโลกนี้มีคนรอได้น้อยมาก จึงไปแปลกเลยว่า นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่าง Warren Buffet มีน้อยมาก ลองนึกดู Buffet ลงทุนนานกว่า 40 ปี ดั้งนั้นกำไร ระดับ หมื่น หรือ แสนล้าน ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่มันต้องอดทน ดังนั้น การลงทุนผมมองว่ามันเหมือนการวิ่งมาราธอน การแข่งกันว่าใครอึดกว่า ซึ่งท้ายที่สุด คนที่อึดสุดก็คือ คนที่ชนะนั่นเอง

-- ผมคาดว่าหากอนาคต เมื่อมนุษย์มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น คือ เกินกว่าร้อยปี ดังนั้น ก็ต้องมีคนที่อึดกว่า Warren Buffet คือ อาจลงทุนตามวิธีที่ผมบอก นานกว่า 60 - 70 ปี แน่นอน คนนั้นก็คือ ผมนั่นเอง "ฮ่า ฮ่า ตลกไหมครับ แล้วเรามาดูกันว่าอีก 70 ปี ใครจะรวยกว่า Warren Buffet"

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ