การต่อสู้ทางการเมืองยังคงเข้มข้น แต่คำถามคือ ที่ผ่านมา การเมืองในประเทศมีผลต่อตลาดหุ้นมากน้อยเท่าใด จะว่าไปแล้วถ้าไม่ใช่การฆ่าล้างเผ่าพันธ์อย่าง 14 ตุลา ล้วนแล้วแต่ไม่กระทบต่อตลาดมากนัก คำถามที่เกิดขึ้นคือ แล้วอะไรที่ทำให้กระทบตลาดล่ะ --- ก็คือ เหตุการณ์ต่างประเทศ อย่าง Subprime ที่ผ่านมา บ้านเราแทบไม่กระทบแต่ตลาดหุ้นหล่นไปเกือบครึ่ง ดังนั้น การมองไปข้างหน้าจะพบกับ หนึ่ง ยึดทรัพย์ทักษิณ และ อีกอย่างคือ Concern เรื่อง Double-dip ของ US economy ซึ่งประเด็นแรกไม่น่าทำให้ตลาดตกมาก แต่ประเด็นหลังเรื่อง Double-dip ถ้าเกิดขึ้น เราจะเจอกับ New Low ของตลาดอีกครั้ง แต่การที่ Us จะเจอ Double-dip น่าจะผ่านครึ่งปีไปแล้ว สรุปว่าครึ่งปีหลังมีลุ้น หุ้นถูกๆ
อย่างไรก็ตาม การปันผลของตลาดในระดับนี้ ผมว่าซื้อตอนไหนก็ไม่ขาดทุนในระยะยาว ระยะยาวที่ผมพูดถึงคือ ถ้าคุณมีเงินนอนระดับห้าปีขึ้นไป ซื้อตอนไหนก็กำไรทั้งนั้น --- ตัวเด็ดๆ ที่ผมรอซื้ออีก ก็คือ ADVANC ตัวนี้ถ้า Dip เมื่อไหร่ให้กระโจนเข้าใส่ทันที เพราะ การที่ทุกคน Predict side way ของตลาดในระยะยาว การซื้อหุ้นปันผลสูงๆ ที่มีโอกาสได้ Capitalด้วย น่าจะเป็นการลงทุนในภาวะนี้ที่ฉลาดที่สุดครับ
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา
ย้อนรอย SET จัดทำเพื่อย้ำเตือนของคำพูดที่ว่า "History Repeat itself!!"
- ภาพใหญ่หุ้นไทย ปี 1987 - 2009
- ย้อนรอย SET ปี 1987 - 1990(จาก Black Monday ไปแตะ 1,000 จุด)
- ย้อนรอย SET ปี 1991 - 1993 ( 3 ปีสู่ยอดดอย )
- ย้อนรอย SET ปี 1994 - 1996 ( 3 ปี แห่งการ "เผาหลอก" )
- ย้อนรอย SET ปี 1997 - 1999 ( 3 ปี "เผาจริง"แตะ Bottom แล้วเด้งขึ้น )
- ย้อนรอย SET ปี 2000 - 2008 ( 9 ปี แห่งการ "พายเรื่อในอ่าง" )
- ย้อนรอย SET ปี 2009 (Do you Remenber?)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น