แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

6 จุด แตกต่างระหว่าง GEN ที่สร้างความแตกต่างและความมั่งคั่ง แบบชัดเจน

 6 จุด แตกต่างระหว่าง GEN ที่สร้างความแตกต่างและความมั่งคั่ง แบบชัดเจน


หากเรานำแนวคิดเรื่องวิธีใช้เงิน ค่านิยม และสภาพเศรษฐกิจมาเชื่อมโยงกัน เราจะเห็นผลลัพธ์ปลายทางที่ชัดเจนมากครับว่า แต่ละ Generation จะลงเอยด้วยการมี "ทรัพย์สิน (Wealth)" และ "ต้นทุนชีวิต (Experience/Things)" ในรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างไร


นี่คือการประเมินภาพรวม (โดยเฉลี่ย) ของแต่ละ Gen พร้อมช่วงอายุอัปเดตล่าสุด ณ ปี 2026 ครับ


1. Silent Generation (อายุ 81 – 98 ปี)


 ระดับความรวย (Wealth): รวยมาก (ในแง่เงินเก็บและอสังหาริมทรัพย์) แต่อาจไม่ได้ส่งผลต่อระบบหมุนเวียนเศรษฐกิจแล้ว เพราะเน้นเก็บออมและล็อกเงินไว้ในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุด


 ปริมาณ "ของ" (Things): ปานกลาง-น้อย เป็นของเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางจิตใจ ไม่เน้นของฟุ่มเฟือย


 ปริมาณ "ประสบการณ์" (Experience): น้อยที่สุด ในเชิงการบริโภคยุคใหม่ แต่สูงในแง่ประสบการณ์ชีวิตและประวัติศาสตร์


2. Baby Boomer (อายุ 62 – 80 ปี)


 ระดับความรวย (Wealth): รวยมากที่สุด (มั่งคั่งที่สุดในระบบเศรษฐกิจ) เนื่องจากสะสมทุนในยุคที่เศรษฐกิจโตแบบก้าวกระโดด ได้อานิสงส์จากราคาที่ดินและหุ้นที่เติบโตหลายสิบเท่าตัวในอดีต


 ปริมาณ "ของ" (Things): เยอะมาก มักมีบ้านหลังใหญ่ มีที่ดิน หรือสิ่งของสะสมที่แสดงถึงความสำเร็จ


 ปริมาณ "ประสบการณ์" (Experience): ปานกลาง เริ่มมาใช้เงินท่องเที่ยวหรือดูแลสุขภาพจริงจังในช่วงวัยเกษียณ แต่เป็นการบริโภคประสบการณ์แบบสำเร็จรูปและเน้นความสะดวกสบาย


3. Gen X (อายุ 46 – 61 ปี)


 ระดับความรวย (Wealth): รวยมาก (กำลังซื้อและรายได้จากการทำงานสูงที่สุด ณ ปัจจุบัน) เป็นกลุ่มที่เป็นผู้บริหารระดับสูง เจ้าของกิจการ หรือนักลงทุนหลักในตลาด ทรัพย์สินอยู่ในช่วงพีกที่สุดของชีวิต


 ปริมาณ "ของ" (Things): เยอะที่สุด ยอมจ่ายเพื่อวัตถุสิ่งของระดับพรีเมียม รถยนต์ นาฬิกา ของสะสม บ้าน และอุปกรณ์งานอดิเรกราคาแพง เพื่อสะท้อนความสำเร็จและสถานะ


 ปริมาณ "ประสบการณ์" (Experience): ปานกลาง-สูง ได้รับประสบการณ์จากการเดินทางและการใช้ชีวิตที่เน้นความพรีเมียม สบาย และเอ็กซ์คลูซีฟ


4. Gen Y / Millennials (อายุ 30 – 45 ปี)


 ระดับความรวย (Wealth): ปานกลาง (รวยช้ากว่า Gen X ในช่วงอายุเท่ากัน) แม้จะมีรายได้ดีแต่ต้องเผชิญกับค่าครองชีพและราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงลิ่ว ทำให้การสะสมความมั่งคั่งในรูปของ "สินทรัพย์ขนาดใหญ่" ทำได้ยากขึ้น เงินส่วนใหญ่ถูกกระจายไปกับการใช้ชีวิต


 ปริมาณ "ของ" (Things): น้อย เน้นการเช่า (Subscription Economy) หรือซื้อเฉพาะของที่จำเป็นต่อไลฟ์สไตล์ (เช่น Gadget, สินค้า Apple) ไม่นิยมสะสมของชิ้นใหญ่ที่ย้ายยาก


 ปริมาณ "ประสบการณ์" (Experience): เยอะที่สุด พวกเขาแลกเงินกับการเดินทาง คอนเสิร์ต ร้านอาหาร คอร์สเรียน และการเปิดโลกกว้าง ทำให้เป็น Gen ที่มีความทรงจำและเรื่องราวชีวิตที่หลากหลายและเข้มข้นที่สุด


5. Gen Z (อายุ 14 – 29 ปี)


 ระดับความรวย (Wealth): น้อย-ปานกลาง (กำลังสร้างตัว) กลุ่มที่โตสุดเพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่กี่ปี ส่วนกลุ่มเล็กยังเรียนอยู่ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เข้าใจเทคโนโลยีและการลงทุนเร็ว บางกลุ่มอาจสร้างตัวได้เร็วมาก (เช่น อายุน้อยร้อยล้าน) แต่ภาพรวมเฉลี่ยยังอยู่ในช่วงสะสมทุน


 ปริมาณ "ของ" (Things): น้อยมาก เน้นความ Minimalist ซื้อเฉพาะเสื้อผ้าแฟชั่นหรือไอเทมที่บ่งบอกตัวตน แฟชั่นมือสอง หรือของที่ซื้อง่ายขายคล่อง


 ปริมาณ "ประสบการณ์" (Experience): เยอะ (ในงบที่จำกัด) เป็นประสบการณ์ประเภทลุยๆ Local เข้าถึงง่าย เน้นเสพศิลปะ วัฒนธรรม หรือประสบการณ์บนโลกออนไลน์ (Gaming/Community)


6. Gen Alpha (อายุ ต่ำกว่า 14 ปี)


 ระดับความรวย (Wealth): ยังไม่มีทรัพย์สินตัวเอง แต่เป็น "ทายาท" ที่จะได้รับมรดกตกทอด (Wealth Transfer) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จากรุ่นปู่ย่า (Boomer) และพ่อแม่ (Gen Y)


 ปริมาณ "ของ" (Things): เยอะ (แต่เป็นดิจิทัล) ในโลกจริงอาจมีของเล่นน้อยลง แต่ในโลกเสมือนพวกเขามี Asset (สกิน, ไอเทมเกม) เพียบ


 ปริมาณ "ประสบการณ์" (Experience): สูงมากในรูปแบบ Phygital เป็น Gen ที่ได้สัมผัสเทคโนโลยี AI โลกเสมือน และการเรียนรู้แบบ Interactive ตั้งแต่ลืมตาดูโลก


สรุปสมการความมั่งคั่งและต้นทุนชีวิต

หากสรุปในเชิง First Principles ค่านิยมที่ต่างกันส่งผลต่อผลลัพธ์ในชีวิตดังนี้ครับ:


Gen อดีต (Silent / Boomer / X) ดำเนินชีวิตด้วยสมการ: เงินทำงาน > ซื้อสินทรัพย์/วัตถุ > เกิดความมั่นคง


ผลลัพธ์: ลงเอยด้วยการเป็นกลุ่มที่ "รวยมาก และ ของเยอะ" แต่ประสบการณ์ชีวิตอาจจะกระจุกตัวอยู่เฉพาะในกรอบความสำเร็จแบบเดิมๆ


Gen ปัจจุบันและอนาคต (Y / Z / Alpha) ดำเนินชีวิตด้วยสมการ: เงินทำงาน > ซื้อประสบการณ์/ตัวตน > เกิดความสุขและความยืดหยุ่น


ผลลัพธ์: ลงเอยด้วยการเป็นกลุ่มที่ "รวยช้ากว่า ของน้อยกว่า แต่ประสบการณ์ชีวิตสูงมาก" มีความยืดหยุ่นพร้อมปรับตัวเข้ากับโลกที่เปลี่ยนไปได้ดีกว่าครับ


#จัดไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ