อคติ 25 ข้อ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจผิดพลาด ทั้งการลงทุนและชีวิต โดย Charlie Munger
อคติทางจิตวิทยาที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของมนุษย์ หรือที่ Charlie Munger เรียกว่า "The Psychology of Human Misjudgment" เป็นหนึ่งในแก่นความรู้ที่เขาใช้ประเมินโลกและการลงทุน มังเกอร์ได้สรุปไว้ 25 ข้อ ดังนี้ครับ
กลุ่มที่ 1: การตอบสนองต่อสิ่งเร้า (Incentives & Denial)
1. Reward and Punishment Super-Response Tendency: มนุษย์มักทำตามสิ่งที่ให้ "รางวัล" และหลีกเลี่ยง "บทลงโทษ" (พลังของแรงจูงใจนั้นรุนแรงจนบิดเบือนจริยธรรมได้)
2. Liking/Loving Tendency: เรามักจะเพิกเฉยต่อข้อบกพร่องของคนหรือสิ่งที่เรารัก และเชื่อฟังคนที่เราชอบอย่างไม่มีเหตุผล
3. Disliking/Hating Tendency: เรามักจะมองข้ามข้อดีของคนที่เราไม่ชอบ และบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม
4. Doubt-Avoidance Tendency: มนุษย์เกลียดความสงสัย จึงรีบด่วนตัดสินใจเพื่อให้พ้นจากสภาวะสับสน (โดยเฉพาะเมื่อเครียด)
5. Inconsistency-Avoidance Tendency: เรามีแนวโน้มจะรักษาพฤติกรรมเดิม ความเชื่อเดิม เพราะสมองต้องการประหยัดพลังงานและเกลียดการเปลี่ยนแปลง
กลุ่มที่ 2: อคติจากการประมวลผลข้อมูล (Cognitive Errors)
1. Curiosity Tendency: แม้จะเป็นข้อดี แต่บางครั้งความอยากรู้อยากเห็นก็พาเราไปผิดทิศผิดทางได้
2. Kantian Fairness Tendency: ความคาดหวังว่าโลกต้อง "ยุติธรรม" เสมอ ซึ่งในความเป็นจริงอาจไม่ใช่ ทำให้เราตัดสินใจผิดพลาดเมื่อเจอความไม่ยุติธรรม
3. Envy/Jealousy Tendency: ความอิจฉาริษยาเป็นแรงขับเคลื่อนที่รุนแรงและมักนำไปสู่การตัดสินใจที่ทำร้ายตัวเอง
4. Reciprocation Tendency: เรามักจะรู้สึกต้องตอบแทนเมื่อคนอื่นให้อะไรบางอย่างมา (นักการตลาดมักใช้ข้อนี้มาหลอกล่อเรา)
5. Influence-from-Mere-Association Tendency: การด่วนสรุปจากความเชื่อมโยง เช่น เห็นของแพงต้องดี หรือเห็นคนโฆษณาสวยๆ แล้วคิดว่าสินค้าจะดีตาม
6. Simple, Pain-Avoiding Psychological Denial: การปฏิเสธความจริงที่เจ็บปวด (เช่น การไม่ยอมรับว่าลูกติดยา หรือธุรกิจกำลังจะเจ๊ง)
7. Excessive Self-Regard Tendency: การหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองเก่งกว่าความเป็นจริง (Overconfidence)
8. Over-Optimism Tendency: การมองโลกในแง่ดีเกินไป โดยเฉพาะเมื่อมีความปรารถนาเข้ามาเกี่ยวข้อง
กลุ่มที่ 3: อคติจากความเปรียบเทียบและสิ่งแวดล้อม
1. Deprival-Superreaction Tendency: การตอบสนองอย่างรุนแรงเมื่อ "สูญเสีย" สิ่งที่เคยมี หรือเกือบจะได้ (เสียดายของ)
2. Social-Proof Tendency: พฤติกรรมแห่ตามกัน คิดว่าถ้าคนส่วนใหญ่ทำ สิ่งนั้นต้องถูก
3. Contrast-Misreaction Tendency: อคติจากการเปรียบเทียบ เช่น ซื้อของราคา 1,000 บาทดูถูกไปเลย เมื่อวางเทียบกับของราคา 10,000 บาท
4. Stress-Influence Tendency: ความเครียดที่รุนแรงจะทำให้การตัดสินใจพังทลายและทำตามสัญชาตญาณดิบ
5. Availability-Misweighing Tendency: การให้ความสำคัญกับข้อมูลที่ "นึกออกง่ายที่สุด" หรือข้อมูลล่าสุด มากกว่าข้อมูลที่ถูกต้องจริงๆ
6. Use-It-or-Lose-It Tendency: ทักษะหรือความรู้ที่ไม่ได้ฝึกฝนจะหายไป ทำให้เราตัดสินใจผิดด้วยความรู้ที่เก่าหรือเลือนลาง
7. Drug-Misinfluence Tendency: ผลกระทบจากสารเสพติดหรือแอลกอฮอล์ที่บิดเบือนการรับรู้ความจริง
กลุ่มที่ 4: อคติเชิงโครงสร้างและระบบ
1. Senescence-Misinfluence Tendency: ความเสื่อมถอยตามวัยที่ส่งผลต่อกระบวนการคิด
2. Authority-Misinfluence Tendency: การเชื่อฟังผู้มีอำนาจหรือ "ผู้เชี่ยวชาญ" โดยไม่ตั้งคำถาม
3. Twaddle Tendency: แนวโน้มที่จะเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระ หรือการพูดจาเพ้อเจ้อที่ไม่มีแก่นสาร
4. Reason-Respecting Tendency: มนุษย์ชอบเหตุผล ถ้าเราให้เหตุผล (แม้จะฟังไม่ขึ้น) คนจะยอมทำตามมากกว่าการสั่งเฉยๆ
5. Lollapalooza Tendency: (ข้อนี้สำคัญที่สุด) คือการที่อคติหลายๆ ข้อเกิดขึ้น "พร้อมกัน" จนทำให้เกิดแรงระเบิดทางพฤติกรรมที่รุนแรงเกินคาดเดา
มังเกอร์ย้ำเสมอว่า "Lollapalooza" คือสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะมันคือการที่อคติ 3-4 ข้อมาซ้อนทับกัน เช่น ในงานประมูลที่คนแย่งกัน (Social Proof + Deprival Superreaction + Stress) จนยอมจ่ายราคาที่ไร้สติ
#จัดไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น