แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555

"Change Status" เปลี่ยนฐานะของตัวเอง ทำได้หรือ



การเปลี่ยนจาก "รวย" เป็น "จน" ง่าย ...คือ มั่วๆ เดี๋ยวก็ซวยแล้ว ..แต่ถ้าทำกลับกันคือ จาก "จน" เป็น "รวย" อันนี้ไม่ง่าย 
ไอ้ที่ไม่ง่าย เพราะ คนส่วนใหญ่ ก็มีเป้าหมายเดียวกับเรา ... ยิ่งมองไป รอบๆตัวเห็นคนที่มี "แต่มต่อ" ยิ่งทำให้ท้อ 

"แต้มต่อ" ของการเปลี่ยนฐานะ ...ถ้าเราอยู่ในอเมริกา วันนี้เขามองที่ "การศึกษา" วันนี้สถิติอเมริกาออกมา ปรากฏว่า คนรุ่นใหม่ เริ่มเป็นหนี้กันหัวบาน เริ่มจากหนี้ การศึกษา เพราะ มหาวิทยาลัยของรัฐเดี๋ยวนี้ Privatize เป็น แสวงกำไรหมดแล้ว ดังนั้น ค่าเรียนจะสูงตาม ..ประเด็น คือ ใครก็ตามที่อยากจะเปลี่ยนสถานะทางสังคมของตนเอง ต้องเริ่มจากการศึกษาที่ดี

"เห็นด้วย!!" ...แต่อย่ามองว่า มันเป็นทั้งหมด

ผมมีรุ่นน้องคนนึงมาปรึกษา .."พี่ครับ ผมจะทำอะไรดีให้ได้เงินเดือนสูงๆ ..ผมว่า 15,000 บาท มันไม่น่าจะพอน่ะพี่ ...พี่พอจะแนะนำผมได้ไหม!!"

ผมก็บอก บินไปพม่าซิ แล้วจะเห็นอะไรที่น่าสนใจ ...วันนี้พม่า เหมือนเมืองไทยย้อนหลังไป 20 ปี ...รถเก่าๆ ..บ้านเมืองยังโทรม ...การใช้แรงงานยังถูกมาก ...ง่ายๆ เข้าส้วม จะมีพนักงาน หยิบผ้าเช็ดมือ นวด ... "บางคนบอก ตามผับบ้านเราก็มีอยู่ ..แต่มันคนละประเด็นนะ ..อันนั้น แรงงานมันถูกมาก" ...คือ ถ้ามองให้ดี ประเทศที่ด้อยพัฒนาจะมีแรงงานที่ราคาถูก เพราะทุกคนพร้อมจะทำงาน ใช้แรงงาน ที่ได้เงินต่ำ ... ภาพมันก็เหมือนเมืองไทยสมัยก่อน ...นึกภาพคนไปตีกอล์ฟ ต้องมีคนนึงถือร่ม อีกคนถือเก้าอี้ อีกคนก็แบกถุง ..แล้วมีอีกคน วิ่งดูลูกไม่ให้หาย ...และ อีกคน(หน้าตาดี) คอยนวด ...นั่นแหละ ภาพที่เราไม่เห็นในประเทศพัฒนาแล้ว 

อย่างออสเตรเลีย คุณแบกถุงเองนะ ..ดีหน่อยก็ลากถุง(รถเข็นบั๊กกี้) หรือ ขับรถกอล์ฟเอง ...ประเด็นมันอยู่ตรงที่ "ความเจริญและเทคโนโลยี" ..ยิ่งประเทศเจริญ ก็จะมี เทคโนโลยี และ สิ่งอำนาจความสะดวกต่างๆ มาทดแทนแรงงาน ...ดังนั้น กิจกรรมต่างๆ เช่น การเก็บขยะ เดิมมีพนักงาน 4-5 คน ...ในต่างประเทศมีคนเดียว ขับรถ แล้วพอถึงถังขยะ ก็ใช้ที่ยกท้ายรถ คืบถังขยะ ...ตกลงว่า งานเดียวกัน ออสเตรเลียใช้ 1 คน ...เมืองไทยใช้  2-3 คน ...แต่ถ้าพม่า ใช้ 20 คน ..เพราะ รถขยะ ไม่ใช้ -- ใช้คนเข็น เป็นกองทัพมนุษย์ ...สิ่งที่อยากจะชี้คือ "แรงงาน" กับ " Tool" ..มันเป็นตัวกำหนดว่า คนในประเทศนั้นๆ จะมีค่าแรง หรือ ค่าจ้างแพงแค่ไหน ...

สัมพันธ์อย่างไร ระหว่าง "แรงงาน" กับ "Tool"

ต่างตรงที่ Tool มันใช้ทดแทนแรงงาน แต่ Tool มันมีราคา เช่น รถขยะแต่ละคันที่มีเครื่องมือครบ อาจมีราคามากกว่า รถกระบะธรรมดา ถึง 5 เท่า ..แต่ Productivity คือ "งาน" ที่ออกมา มันไม่ต่างกัน ...ดังนั้น สิ่งที่ต่างคือ "แรงงาน" ที่ลดลง เพราะ "เครื่องมือ" มาทดแทน ...สิ่งเหล่านี้แหละที่กำหนด ค่าแรง ...เพราะ ถ้าประเทศใดที่คนมี Skill ของการใช้เครื่องมือ ก็จะทำให้ ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น ...ใช้แรงงานลดลง ...นั่นย่อมทำให้ "ค่าแรง" ของคนแต่ละคนสูงขึ้น ...

แรงงานถูกสุดของ ออสเตรเลีย เช่น พนักงานเสริฟ เขาได้ 10 เหรียญต่อชั่วโมง ในขณะที่เราได้ 10 เหรียญต่อวัน ...คิดตัวเลขง่ายๆ ก็ประมาณ 10 เท่า ที่ต่างประเทศได้ค่าแรงสูงกว่า ...ผลก็คือ วันนี้คนจบปริญญาบ้านเราที่เงินเดือน 15,000 บาท อยากบินไปทำงานเป็นเด็กเสริฟ ในต่างประเทศซึ่งเป็นแรงงานที่ถูกที่สุดในบ้านเขา แต่เป็นที่ "หมายตา" ของคนบ้านเรา

คำถามคือ คุณเห็นไหมว่า ...ความถูกความแพงของ ค่าจ้าง หรือ เงินเดือน แต่ละคน กำหนดโดยอะไร

ใช่!! ความถูกแพงของค่าจ้าง และ เงินเดือน แต่ละคน กำหนดโดย ...ผลงาน หรือ Result ที่แต่ละคนสามารถสร้าง Productivity ได้

ดังนั้น ใครก็ตามที่อยากมีเงินเดือนสูง ..ต้องหันกลับมามองว่า "ตัวเรา" มีความสามารถในการใช้ Tool หรือ เครื่องมืออะไร ที่จะทำให้เราสามารถทำงานได้มากกว่า คนทั่วไป... คือ "ตัวเรา + Tool" ต้องเท่ากับหรือ มากกว่า แรงงานที่ทำอยู่เดิม

หันกลับมามองตัวผมเอง ..วันนี้การเป็นนักเขียน ผมแทบจะทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ พิมพ์ , จัดรูปเล่ม , ทำปกด้วย Photoshop , Outsource จ้างโรงพิมพ์ และ สุดท้ายก็ จัดจำหน่ายผ่าน Modern Trade หรือ Channel ที่กระจายสินค้า ...ดูเหมือนว่า "แต่ละคนในปัจจุบัน" ทำงานได้มากขึ้น ...ดังนั้น ไม่แปลกที่คนที่ทำได้มากขึ้น จะไปลดงานของ ส่วนที่ไม่จำเป็นให้ลดลง ...คำถาม ต้องย้อนมาว่า "อาชีพ" หรือ "งาน" ที่เราทำ มันเป็นสิ่งที่กำลังจะไม่มี หรือ สูญพันธ์หรือเปล่า เพราะ นั่นหมายความว่าคุณจะได้เงินเดือนน้อยลง และ ตกงานในที่สุด

ทุกอาชีพวันนี้ผมว่า มันเริ่มถูกท้าทายโดย "กลบท" ของการเปลี่ยนแปลง ...อย่างเช่น "สื่อ" วันนี้คนมี Facebook , Blog , YouTube คุณก็สร้างสื่อได้แล้ว ..เพียง Create Content ที่ดี ...แล้วการที่ต้นทุนคุณต่ำ คุณก็สามารถสร้าง Niche Market และ เก่งในจุดที่คุณ Focus ได้ดีกว่าองค์กรที่ ทำสื่อแบบหว่านๆ ด้วยซ้ำ ..."ผมกำลังจะชี้ว่า วันนี้อย่ามองข้ามพลังของตัวเอง ..เพราะ เราแต่ละคน อาจมีความสามารถที่ท้าทายองค์กรใหญ่ๆได้" ...ถ้าคิดต่อ คือ สมมุติคนเหล่านี้ รวมตัวกัน แล้วสร้าง Synergy มันจะเป็นคล้ายๆ The Avenger ในมุมของ นักธุรกิจและผู้ประกอบการเลยก็ว่าได้

สรุป "ใครก็ตาม" ที่อยาก "รวย" และ มีรายได้มากๆ ต้องกลับมามองที่ตัวเอง ว่า ตัวคุณมีความสามารถในการใช้ Tool อะไรบ้าง ที่ทำให้ "ตัวคุณ" สร้าง Productivity ได้มากกว่าคนอื่น ... ต้นทุนต่ำกว่า ...ทำได้มีประสิทธิภาพกว่า ...Focus มากกว่า ...เข้าถึง Target Market ได้ชัดเจนกว่า

ผมกำลังชี้ให้คุณเห็นว่า วันนี้ที่หลายๆคนมองว่า "โอกาสมันยากขึ้นเรื่อยๆ" จริงๆ ไม่ใช่ -- โอกาสและตลาด มันเปิดกว้างต่างหาก ...คนเล็ก สามารถเปลี่ยนสถานะได้ง่ายกว่าเดิมอีก ...คนจน สามารถเข้าถึงข้อมูล ที่เดิมทีเป็นของคนรวยรู้เท่านั้น เช่น ความรู้จาก Google / wikipedia แบบเปิดใน Internet -- คนที่เหนื่อยในอนาคตคือ คนที่ไม่เข้าใจการเปลี่ยนแปลง มันเป็น Power Leverage ของ Individual ...เราต้องกลับมาพัฒนาที่ตัวเรา และ ความสามารถ ...ด้วย Focus ที่ชัดเจน

...Key Word สำหรับความสำเร็จ ..รวย ..และเจริญ ในอนาคต คือ

"ดีและเก่งที่สุดในจุดที่เลือกยืน!!" 



2 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณสำหรับบทความดีๆแบบนี้คะ

    ตอบกลับลบ
  2. ได้แง่คิดที่ดีมากค่ะ "หันมามองตัวเอง เราเก่งใช้ Tool อะไรบ้าง" :)

    ตอบกลับลบ

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ