‘วันนี้สิ่งที่หลายคนบอกว่าไม่เสี่ยง อาจเสี่ยงสุดนะ’
‘ความเสี่ยงที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ในที่ที่เรามองเห็น’
สิ่งที่แบ่งคนเลย ผมว่าคือ ‘การมองเห็นความเสี่ยง’
เดี๋ยวนะ!! ..ผมไม่ได้พูดถึงความเสี่ยงที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ
คนส่วนใหญ่จะมองความเสี่ยงตรงหน้า มองเห็น หรือ เชื่อตามๆ กันว่าเสี่ยง
ยกตัวอย่าง หุ้น ...ตั้งแต่ผมเริ่มเล่นหุ้นจริงจัง คนอื่นจะมองว่า ผมเป็นนักพนัน ..ชีวิตโคตรเสี่ยง ...’คุณแพ้ท อยู่ได้ไง ชีวิตแบบนี้ ..หุ้นขึ้นลงผันผวนแบบนี้ จัดการชีวิตยังไง’
เอาตรงๆ ผมเป็นหนักกว่าที่หลายคนคิดอีก
‘เงินส่วนตัว ส่วนใหญ่ ผมทิ้งไว้ในหุ้นเลย ..กินปันผลเอา ...เงินสด ก็มีไว้บ้าง แต่ไม่เยอะ ...พูดง่ายๆ เงินสดก็รอเข้าหุ้นตอนตลาดเกิดวิกฤตแค่นั้นแหละ’
ที่บ้าน คุณพ่อ คุณแม่ ผมบริหารให้หมด ...คือ เลือกหุ้น จัดสรรเงินแล้วก็ซื้อหุ้นเกือบทั้งหมด ...ให้เขากินปันผลไปเรื่อยๆ
...พอบอกแบบนี้ หลายคนตกใจมากว่า ‘เฮ้ย!! เงินส่วนใหญ่อยู่ในตลาดหุ้น จะแน่ใจได้อย่างไร ?’
เอาตรงนะ ในโลกนี้ ความเสี่ยง มี 2 แบบ
1. ‘ความเสี่ยงที่มองเห็น’ ...ผมว่า หุ้น นี่โคตรแฟร์ เพราะ เป็นความเสี่ยงที่มองเห็น ...ถ้ามันดี มันขึ้นให้เห็นเลย ปันผลมาเต็ม ...ถ้ามันแย่ มันก็ลงให้เห็นเลย ชัดเจน ...แบบนี้ จัดการง่าย เพราะ เราจะรู้อย่างชัดเจนเลยว่า จะแบ่งเงินยังไง ซื้อแบบไหน ....อย่างผมก็เลือก ‘ออมในหุ้น’ เพราะ ต้องการให้หุ้นทำงานแทนเรา ...ก็คิดแบบเจ้าของบริษัทเลย
2, ‘ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น’ ...อันนี้ยากละ เพราะ ช่วงหลังๆ เรื่องแบบนี้เกิดถี่มากขึ้นเรื่อยๆ ...ฝรั้งเขาเรียก Black Swan ...ปรากฎการณ์หงษ์ดำ คือ เรื่องที่ไม่น่าจะเกิด ...’แต่ถ้าเรามองดีๆ ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา ผมว่า เราอยู่กับ Black Swan ตลอด ...ตั้งแต่ น้ำท่วม , Trump ได้เป็นประธานาธิปดี , นี่มาโควิด ใครจะคิดว่า ชีวิตนี้ไปไหนต้องใส่หน้ากาก ...แต่มันเกิดไง แล้วถี่ขึ้นเรื่อยๆ ...อย่างการบินไทยเจ๊ง ก็ไม่มีใครคิดว่าจะเกิด ...ตรงๆ นะ อย่างตราสารทางการเงินที่เขาบอกเสี่ยงต่ำ หรือการันตีความเสี่ยง ที่คนส่วนใหญ่มองว่า ไม่เสี่ยง ...อันนี้คือ ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น เพราะ เราไม่รู้ว่า อะไรที่ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นอีก
สรุป ‘ยุคนี้นะ อะไรคนอื่น บอกว่าไม่เสี่ยง ต้องระวัง เพราะ ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น ไม่คาดฝันมันเกิดได้บ่อยขึ้น’ ...มาถึงหุ้น มันเสี่ยงแบบเห็นๆ ก็เลย ทำให้เราระวัง และ ออกแบบพอร์ต ให้จัดการความเสี่ยงตั้งแต่วันแรกที่ซื้อแล้ว
ก็อยากจะบอกเพื่อนนักลงทุนว่า ยุคนี้ อย่าวิ่งหนีความเสี่ยง ...ไอ้ที่เจ๊งหนักๆ เพราะ ไปลงในสิ่งที่การันตีความเสี่ยง สุดท้ายหายทั้งก้อน
...’ไม่มีอะไรที่ไม่เสี่ยง ...หนีให้ไกลจากคนที่การันตีความเสี่ยง ...เพราะมันการรันตีไม่ได้ แต่มันจัดการได้ด้วยการสร้างการลงทุนเป็นพอร์ตนั่นเอง’
#ภาววิทย์กลิ่นประทุม
สนใจเปิดบัญชีหุ้น หรือ ออมหุ้น คลิ๊กที่นี่เลย
http://bls.tips/pawawitTeam
หรือ โทร 02-618-1111 บอกทีมงาน ว่า “เอาแบบออมหุ้นอัตโนมัติ ที่พี่แพ้ทแนะนำ”
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา
-
7 ข้อคิด การลงทุนแบบ Howard Marks Howard Marks ประธานร่วมและผู้ก่อตั้ง Oaktree Capital Management เป็นเจ้าของปรัชญาการลงทุนที่เน้นเรื่องกา...
-
7 ข้อ ความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ‘ความสุข‘ กับ ‘ชีวิตที่มีความหมาย’ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ผมขอสรุปความแตกต่างระหว่าง ความสุข (Happi...
-
สรุป 10 ข้อ หนังสือ The Art of Spending Money – โดย Morgan Housel สำหรับหนังสือ "The Art of Spending Money" ของ Morgan Housel (ผู...
-
"เรื่องของการมองเวลาเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ ..คุณว่าประเทศอย่างอิสราเอล หรือคนยิว เขามีเคล็ดลับอย่างไรถึงเก่งและครองโลกเศรษฐก...
-
10 ข้อคิดจาก Peter Lynch (ไอเด้า พี่เสริม) เมื่อพูดถึง Peter Lynch ผู้จัดการกองทุน Magellan ที่สร้างผลตอบแทนเฉลี่ย 29% ต่อปี เขาคือต้นแบบขอ...
-
สรุป 10 ข้อ หนังสือ Thinking in Bets – โดย Annie Duke สำหรับหนังสือ "Thinking in Bets" โดย Annie Duke อดีตแชมป์โป๊กเกอร์ระดับโลกท...
-
ในตลาดจริงๆ มีหุ้นอีกมากมายที่เรามองข้าม ..หลายคนก็กลัวว่าซื้อแล้วหุ้นจะไม่ขึ้น แต่ลองมองอีกมุมนึงว่า ถ้าหุ้นนั้นๆ ให้ปันผลในระดับ 5 -10% ต...
-
สรุป 10 ข้อคิด จากหนังสือ "Fixed: Why Personal Finance Is Broken" โดย John Campbell John Y. Campbell (อาจารย์เศรษฐศาสตร์จาก Har...
-
ตลาดหุ้นไทย จะไปอย่างไรต่อ!! -- เป็นคำถามที่ตอบยากมากที่สุดคำถามนึง เท่าที่ผมเจอมาตลอด..อิ อิ (จริงๆ ภาพ Chart อันนี้ ก็ตอบเกี่ยวกับ ทิศทาง...
-
สรุป 10 ข้อ How Countries Go Broke: The Big Cycle – โดย Ray Dalio นี่คือสรุปใจความสำคัญ 10 ข้อที่นักลงทุนระดับมหาภาคต้องรู้ครับ: 1. โลกดำเน...
ย้อนรอย SET จัดทำเพื่อย้ำเตือนของคำพูดที่ว่า "History Repeat itself!!"
- ภาพใหญ่หุ้นไทย ปี 1987 - 2009
- ย้อนรอย SET ปี 1987 - 1990(จาก Black Monday ไปแตะ 1,000 จุด)
- ย้อนรอย SET ปี 1991 - 1993 ( 3 ปีสู่ยอดดอย )
- ย้อนรอย SET ปี 1994 - 1996 ( 3 ปี แห่งการ "เผาหลอก" )
- ย้อนรอย SET ปี 1997 - 1999 ( 3 ปี "เผาจริง"แตะ Bottom แล้วเด้งขึ้น )
- ย้อนรอย SET ปี 2000 - 2008 ( 9 ปี แห่งการ "พายเรื่อในอ่าง" )
- ย้อนรอย SET ปี 2009 (Do you Remenber?)
"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ
-
จาก หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ หน้า 20 - วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556 : Link ที่ Thairath Online http://www.thairath.co.th/content/life/321...
-
10 เรื่องที่ต้อง "รู้งี้" ก่อนจบปริญญา ... 1. "ใบปริญญามีวันหมดอายุ" ..หลายคนคิดว่า ใบปริญญาไม่มีวันหมดอายุ พอเรียนจ...
-
ในตลาดจริงๆ มีหุ้นอีกมากมายที่เรามองข้าม ..หลายคนก็กลัวว่าซื้อแล้วหุ้นจะไม่ขึ้น แต่ลองมองอีกมุมนึงว่า ถ้าหุ้นนั้นๆ ให้ปันผลในระดับ 5 -10% ต...
-
ตลาดหุ้นไทย จะไปอย่างไรต่อ!! -- เป็นคำถามที่ตอบยากมากที่สุดคำถามนึง เท่าที่ผมเจอมาตลอด..อิ อิ (จริงๆ ภาพ Chart อันนี้ ก็ตอบเกี่ยวกับ ทิศทาง...
-
'คำทำนาย ที่ว่าโลกหลังปี 2017 จะเกิด ..ธุรกิจเล็กจะใหญ่ ธุรกิจใหญ่จะเล็ก!!' ยุคนี้รายใหญ่ก็ตายได้ ..รายเล็กก็เกิดได้ ..นี่อ่านข...
-
วันนี้มาดอนเมือง ผมได้ชิมกาแฟมวลชน จุดเริ่มของ All Cafe ของ 7-11..วันนี้เกมค่าปลีกแข่งดุ เนื่องจากค่าเช่าแพงขึ้นตามราคา Asset ที่พุ่งกร...
-
เราค้างเรื่องของ "จิตอิสระ" กับ "จิตทาส" เอาไว้ว่า มันแบ่งระหว่าง คนที่จิตเป็นทาส ย่อมเป็นทาสตลอดไป ไม่ว่าระหว่างทางใน...
-
Luxury คือ เงินเฟ้อ!! เศรษฐกิจไม่ดี ทำไม ของแพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ..คนธรรมดาทำไมอยู่ยากขึ้นทุกวันล่ะ ? ก็เพราะ เราไม่รู้ว่า 'ความห...
-
วันนี้ฟังรายการ "คุยกับ อาจารย์ วีระ ธีรภัทร ช่อง FM 96.5" ...ไปสะกิดกับคำถามนึง คือ มีพี่ผู้หญิงท่านนึงเขาโทรเข้ามาแล้วระบายให้...
-
(อันนี้ยกขึ้นมาให้ดูเล่นๆนะครับ ..ไม่ได้จะบอกว่ามันดีหรือไม่ เพียงแต่ มาดูกัน "แปลกดี") ประเด็นแรก ผมชอบหุ้นปันผล แต่ตัวนี้ถ้ามอง...

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น