แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

"มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด ในปีนี้"


ผมเผอิญไปเจอ "มหาวิทยาลัย ที่ดีที่สุด เลยอยากเอามาเล่าให้ฟังกัน!!"

ตอนผมเรียนหนังสือ ..ตอนนั้นอยากมากๆ ที่จะเข้า U Top Ten ของ อเมริกาให้ได้ ... แต่ในที่สุด สอบไม่ได้เลยต้องไปเรียน ที่ออสเตรเลียแทน .."เปลี่ยนทวีปเลยว่างั้น..555"

จะว่าไปแล้ว หลังจากสอบไม่ได้ ก็เรียกว่า "เบนเข็ม ชนิด 360 องศา" ..มุ่งสู่ การทำธุรกิจจริงๆ -- ผมจะเป็นนักธุรกิจที่เก่งให้ได้!!

"ผลลัพธ์ของการ ตั้งเป้าที่ ความสำเร็จ และ เงินมากๆ รวยเร็วๆ ...จบลงด้วย คราบน้ำตา อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังแล้ว.. เจ๊ง!!" ...ถ้าความสำเร็จได้มาง่ายๆ ทุกคนในโลก คงประสบความสำเร็จ ไม่มีใครจน จริงป่ะ ...แต่ไม่ใช่ไง ...คนส่วนน้อยเท่านั้นแหละ ที่ประสบความสำเร็จ ...เพราะ กว่าที่เราจะเข้าใจ "แก่นของความสำเร็จ" -- ส่วนใหญ่ เข้าใจเมื่อสาย และ หมดแรงที่จะไปสู่เป้าหมาย เรียกได้ว่า รู้แต่สายเกินไป!!

"ผมไม่อยากให้สิ่งนั้นเกิดกับ คนรุ่นใหม่ ที่มีไฟ มีพลัง ...ดังนั้น ลองฟังประเด็นนี้ให้ดี"

ไม่มีใครไม่ล้มหรอก ในชีวิตจริง ..ความสำคัญอยู่ที่ การลุกขึ้นมา และ การเรียนรู้ บทเรียนของการสะดุดล้ม ...มีคำพูดที่น่าคิดมาก ประโยคนึง คือ คนที่ประสบความสำเร็จ ต้องเป็นคนที่ "รับผิดชอบ" -- ความหมายจริงๆ คือ ต้องรับทั้ง "ผิด" และ รับทั้ง "ชอบ"

การรับ "ชอบ" เราได้แต่ ความสะใจ ...แต่เราไม่ได้ เรียนรู้
การรับ "ผิด" นั่นแหละ ที่เป็น "อาจารย์" ที่สอนบทเรียนที่ดีที่สุดให้กับเรา

ที่ผมพูดว่า "มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด" ก็คือ "ความผิดพลาดนั่นแหละ" ...และ คนที่จะสามารถเรียนรู้ ก็คือ "คนที่รับผิด (ไม่โยนความผิดไปให้คนอื่น)" ...คนที่รับ "ผิด" ก็คือ คนฉลาดนั่นเอง

"That' s my Fault -- มันคือ ความผิดของผมเอง" ...และ หลังจากนั้น คือ การแก้ไขความผิด ...ยิ่งแก้ ก็ยิ่งเก่ง ...ประสบการณ์ของคนเก่ง ผมว่า มันมาจากการเข้าไปแก้ปัญหา เข้าไปสู้กับอุปสรรคที่ยากๆ ...จริงๆ ถ้าคิดให้ดี โลกนี้ มันเป็น "ตรรกะ" ซึ่งมันแฟร์มากๆ ...เพราะคุณรู้ไหมว่า คนที่ประสบความสำเร็จ และ ยิ่งใหญ่ ทุกคน เป็นคนที่ผ่านเรื่องราวเลวร้าย ผ่านอุปสรรค และ มรสุมชีวิต มามากกว่าคนอื่น..แค่นั้นเอง

สถิติในปัจจุบันของ Billionaire ในอเมริกา ...คุณรู้ไหมว่า 2 ใน 3 คือ Self-made คือ "สร้างตัวจากมือเปล่า" ...ผมอยากจะบอกว่า พวกเราโชคดี ที่เกิดมาในยุคนี้ เพราะ คนที่เก่งจริง สามารถสร้างตัวได้จากมือเปล่า ด้วย ระบบ และ เครื่องมือ ของธุรกิจ และ การเงิน

หากใครเคยอ่านเรื่อง Alchemist "กลุ่มคนที่พยายามจะ เปลี่ยนโลหะ ให้เป็นทอง แต่ทำมาเป็นพันๆปี ก็ไม่มีใครสามารถทำได้" ...แต่ปัจจุบัน "ตลาดทุน" ทำได้ไง ...มนุษย์ในยุคใหม่ สร้างโลกเสมือนทางการเงิน ที่สะท้อน ความมั่งคั่งขึ้นมา เรียกว่า "Asset" ...กลไกความมั่งคั่งในปัจจุบัน จึงเป็นการสร้าง และ สะสม Asset นั่นเอง

ถ้ามองให้เข้าใจ "สามขา ของการสร้างและ สะสม Asset ก็คือ"

หนึ่ง Right to Property ... "ตรงนี้ คือ กฏหมาย และ การรักษาสิทธิของเจ้าของทรัพย์สิน ...ซึ่งประเทศที่มีกฏหมายทรัพย์สินที่มั่นคงเท่านั้น ประชาชน จึงจะสามารถสร้าง และ สะสมความมั่งคั่งได้" ...จะเห็นได้ว่า ประเทศเผด็จการทหาร ไม่สามารถสร้างความมั่งคั่งได้ เพราะ ไม่มี Right to Property ..มีแต่ "สิทธิปากกระบอกปีน"

สอง Knowledge ..คือ ความรู้ของประชาชน ...ในการที่จะเข้าใจว่าอะไรคือ Asset และอะไรคือ "ขยะ" ..และ ในระยะยาว "เงินสด" ลดมูลค่า ...และ "Asset" เพิ่มมูลค่า สวนทางกับเงินสด ... กลไกของการสร้างความรู้ -- ยกตัวอย่างตลาดหุ้น คนส่วนใหญ่ขาดความรู้หลักๆ คือ ไม่เข้าใจว่า "ราคา" ไม่ใช่กลไกของความมั่งคั่ง แต่เป็น "Value" หรือ มูลค่าพื้นฐานที่แท้จริงที่เขาครอบครองต่างหากที่เป็น Wealth

สาม Wealth Allocation ..คือ การกระจายความมั่งคั่ง ..ประเทศที่คนส่วนใหญ่ ไม่มีการศึกษา จะนำมาซึ่งการกระจุกตัวของความมั่งคั่ง ...เช่น ความรวยของแอฟริกา จะไปกระจุกตัวอยู่ที่ผู้นำเผด็จการทางทหาร ซึ่งคนเหล่านี้ เป็นเพียงคนที่ถูกหลอก ให้เขานำทรัพยากรของประเทศออกไปขาย แลกกับ "เงินในธนาคารสวิส หรือ เงินใน Safe Haven"..หากคิดให้ดี เงินเหล่านั้น เขาแทบไม่มีโอกาสใช้ ..อย่าง กัดดาฟี มีเงินที่แลกกับทรัพยากรน้ำมันของลิเบีย เอาไปฝากไว้ทั่วโลก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้ ..ประเทศก็ไม่ได้ใช้ ..เพราะ สุดท้ายอเมริกัน ก็ยึดไป เพราะอ้างความชอบธรรมทาง สิทธิมนุษยชน ..."มันแปลว่า อะไรหรือ!!" ...ประเด็น สำคัญคือ ประชาชน ขาดความรู้ ผู้นำก็ขาดปัญญา ...การสร้างความมั่งคั่ง ของประเทศถึงกระจุกตัว และ อยู่นอกประเทศ (ลองดู พม่า เป็นกรณี ศึกษาละกันว่า จะรอดหรือไม่!!) ...การสร้างความมั่งคั่ง และ การกระจายความมั่งคั่ง คือ การกระจายความรู้  และ สุดท้าย คนจะฉลาดพอที่จะดูแล ตัวเองได้ ...

ผมว่า วันนี้ การได้เรียนจาก "มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด ก็คือ Internet และ Social Network นี่แหละ"... การที่เรามี ความรู้ ก็ช่วยแบ่งปันไปให้คนอื่นๆ ด้วยนะครับ ...หนังสือ อ่านแล้วดี ก็แบ่งให้คนที่เรารักอ่านได้ ... ยุคนี้ผมว่า "การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง จะเกิดกับสังคมไทย" --- หากคุณ "ผู้ที่มีโอกาสมากกว่า" ...ใจกว้าง และ แบ่งปัน ความรู้ และ โอกาส ให้กับผู้ที่เขายังขาดมัน

"ความรู้ จริงๆ มันคือ โอกาส" ...แชร์ออกไปครับ -- "ยิ่งให้ ก็ยิ่งได้"

ลองดู "เชื่อผม" ...ลองแล้ว work จึงบอกกัน...555

1 ความคิดเห็น:

  1. ได้รู้จักมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดแล้ววว

    ตอบลบ

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ