แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

"คุณเป็นคนมี Creativity แค่ไหน"



สัปดาห์ที่แล้ว ..นักแกะรอยหยัก และ ผู้บริหารระดับสูงอีกสองท่าน แห่งค่ายบัวหลวง "ป๋าเนส" และ "ป๋าโบ๊" ได้รับเชิญ ไปฟัง งาน Creativity ที่จัดโดย KPMG ...เป็นงานที่น่าสนใจมาก


วันนั้น Speaker ที่เข้ามาสร้างสีสรรค์ในวันนั้นคือ นักเขียน Best-Seller หนังสือ The Idea Book ...นาย Fredrik Haren

คำถาม ที่ Fredrik ถามแก่ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ ของเมืองไทย ที่นั่งอยู่เต็มห้องว่า "ไหนใครว่าความคิดสร้างสรรค์สำคัญต่องานคุณ" (มีคนยกมือ กันพริบ!! ทุกคนเห็นด้วยว่า งานของตัวเอง ต้องการการคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่ เพื่อชัยชนะในธุรกิจ) ...คำถามต่อไป "แล้วคุณล่ะ ใครมีความคิดสร้างสรรค์" (มีคนยกมือ กันประปราย คือ ส่วนใหญ่ ฝรั่งอ่ะนะ ..ผู้บริหารไทย ไม่ค่อยมีใครกล้ายกมือ) ...คำถามต่อไป "แล้วคุณคิดว่า องค์กรของคุณมีความคิดสร้างสรรค์ไหม!!" (แทบไม่มีใครยกเลย ...ผมหันไปหา ป๋าเนส MD บัวหลวง กระซิบว่า พี่ๆ ..เราไง ๆ ๆ บัวหลวงนี่แหละ โคตร Creative ...มี The Stock Master จับคนจากต่างสาขาอาชีพ มาลงทุนแข่งเงินจริงกัน ...มิมีใครกล้า..จริงป๊ะ) --- ฮึม!! ฮ่า ฮ่า "สรุปเราก็ไม่ได้ยกมือ หรอกครับ ตามสไตล์ คนไทย เรามีความ อ่อนน้อมถ่อมตน ..รึเปล่า"

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ งานในวันนั้น มันจุดประกายความคิดผมค่อนข้างมาก

เขา กล่าวว่า อะไรที่แต่ก่อน เป็นไปไม่ได้ ปัจจุบันเราสามารถทำให้เป็นไปได้มากมาย ...ใครจะคิดว่า Nokia มือถืออันดับหนึ่งของโลก จะอยู่ในสภาพล่อแล่ ในปัจจุบัน ...และบริษัทที่ใกล้เจ๊งอย่าง Apple จะกลับมาเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ในเวลาเพียง 10 ปี แถมสร้าง Innovation Product ที่เปลี่ยนโลกมากมาย ...วันนี้เราสามารถคุยแบบเห็นหน้ากัน ข้ามทวีป โดยเกือบฟรี ...เราสามารถติดต่อกับเพื่อนที่เราแทบไม่ได้คุย ตั้งแต่แยกย้ายกันตอนมัธยม มาเจอกันใหม่ด้วย Social Network ..เรามีรถยนต์ที่เหาะได้ และ เราก็มีรถยนต์ที่ลงดำน้ำได้ ..เราสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ที่มี Internet ...เรามีมนุษย์ที่ทำเงินมหาศาล โดย Online Trading ...เรามีบริษัทพาไปเที่ยวดวงจันทร์ ..เรามีรถสปอร์ตที่ใช้แบตเตอรี่ เพียงอย่างเดียว ...เรามีบริษัทอย่าง Google ที่บ้าพอ ที่เปิด ดาวเทียมให้เราดูโลก และ เชื่อมทุกๆที่ให้เรา "ฟรี" ... หลายคนถ้าให้มองไปย้อนหลัง10 ปี คงคาดไม่ถึงว่า สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นมา ทั้งที่โลกมันมีทุกอย่างที่เราต้องการแล้ว

...คุณคิดบ้างไหม ว่า ในอีก 10 ปี ข้างหน้า มนุษย์จะสร้างอะไรที่เราคาดไม่ถึงบ้าง ... "ทุกคนเริ่มหันหน้า เข้าหากัน ..แล้วสงสัยว่า จะมีอะไรละ ที่เรายังไม่มีในเวลานี้ ในเมื่อวันนี้เรามีทุกอย่างที่เราต้องการแล้ว" -- "จริงหรือ!!".. ถ้ามนุษย์คิดว่าเรามีทุกอย่างที่เราต้องการแล้ว เมื่อ 10 ปี ที่แล้ว ก็คงไม่มี สิ่งที่เรามีวันนี้

"คุณรู้ไหมว่า คนที่จะประสบความสำเร็จ และ รวยมากๆ ก็คือ คนที่สามารถคิด และ สร้างสินค้าและบริการที่วันนี้มนุษย์ต้องการ ...แต่ยังไม่มีใครทำ -- คำถามคือ คุณคิดได้ไหมล่ะ ..iPhone เหรอ !! หรือ iPad ...โอเค พักตรงนี้ก่อนแล้วมาเล่นเกมกัน!!

Fredrik ถามผู้ฟังในสัมมนาในวันนั้นว่า "เรามาเล่นเกมกัน" ...เกมนี้ คือ ให้ลองท้าทายความ Creative ของทุกคนในห้อง โดย ให้ทุกคน คิดสิ่งที่ "เป็นไปไม่ได้" ...เอ้า!! คิดเลยครับ

คำตอบ เริ่มจาก ... ยาอายุวัฒนะ , รถยนต์เหาะได้ , เครื่อง Time Machine , บลา บลา บลา

ใน ที่สุด Fredrik ก็เฉลยโดย เปิด Powerpoint ของเขาให้ดูว่า "เขาลองเดาคำตอบไว้ล่วงหน้า ...ว่าคนส่วนใหญ่ จะคิดว่าอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ..ปรากฏว่า 7 ใน 10 อย่างที่ทุกคนคิดว่า เป็นไปไม่ได้ มันอยู่ใน List ที่ Fredrik เขาเดาไว้แล้วว่า คนส่วนใหญ่ต้องตอบแบบนี้" ...โอ๊ว!! ขนาด ให้จินตนาการเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ยังคิด เหมือนๆ กันเลย ... เขาเล่าว่า เขาเอาคำถามนี้ ไปถามเด็กอนุบาล ปรากฏว่า คำตอบในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ กลับแปลกประหลาด ซึ่งเขาบอกว่า เขาเดาแทบไม่ถูกเลย

ประเด็น คือ เขาอยากจะบอกว่า มนุษย์เรายิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ จินตนาการก็ยิ่งลดลงเรื่อยๆ ตามความรู้ที่ยิ่งมากขึ้น ...ยิ่งคุณใหญ่โตเป็นผู้บริหารองค์กร ความคิดคุณยิ่งติดอยู่ในกรอบ ...ในที่สุด ไอ้สิ่งที่คุณคิดว่า คุณคิดต่าง มันเป็นการคิดต่างที่มันเหมือนๆ กัน "เซ็งเป็ดมาก" และนี่คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กรที่เคยยิ่งใหญ่ อย่าง Nokia !!

วัน นั้นนับเป็น สัมมนาที่สนุกและมีพลัง ..สิ่งที่ผมสัมผัสได้ คือ Passion ของคนพูด ...อย่างที่เคยเล่าให้ฟังว่า ไม่ว่าคนเราจะทำอะไรก็ตามได้ดี เขาต้องใส่ Passion หรือ ความหลงไหลลงไปในสิ่งที่ทำ มิเช่นนั้น ก็จะกลายเป็น พนักงานขายเครื่องใช้ไฟฟ้าตามห้าง ...ลองนึกภาพนะ ..."น้อง!! มีเครื่องปันผลไม้รุ่นไหนดี" ..."เอ่อ ครับ ...มีนี่แหละครับ ที่วางๆ ไว้" ..."แล้วอันไหนดี" ...(ไอ้น้องมันก็เดินมาหยิบดู แล้วก็ดูไปดูมาก ดูจนคนถาม อยากจะพูดออกไปว่า ..รู้งี้กรูไม่ถาม ดูเองก็ได้) -- ผมว่านี่มันเป็นปัญหา อย่างนึงของบ้านเรานะ ...ขาด Passion ในสิ่งทีทำ ... ทำงานไปวันวัน ...เขาจ้างมายืนอ่ะพี่!! ..."นี่เป็นปัญหาแรกนะ คือ เรามักทำงานไปวันๆ แล้วก็ไม่ได้สนใจศึกษางานที่ทำอย่างจริงจัง อาศัยลากไปวันๆ ให้หมดชั่วโมง แล้วกลับบ้าน ...อ๊า!! สบายจัง แล้วก็ทำมันแบบนี้ ไปเรื่อยๆ ๆ ๆ ๆ"

วัน นี้คนรุ่นใหม่ เป็นแบบนี้เยอะ "เขาคิดว่างานที่เขาทำ มันกระจอก ดังนั้น ก็ทำแบบผ่านๆ ไปเรื่อยๆ ...ในที่สุด แค่งานกระจอก ยังทำได้ไม่ดี แล้วถามจริงๆ เถอะ ใครมันจะเอางานดีๆ มาให้คนกระจอกทำ ...จริงป่ะ -- เอ๊ะ !! ตกลง งานกระจอก หรือ คนกระจอก"

ปัญหามันอยู่ที่ไหน !!  ...วันนี้เราชอบมองโดย เอาตัวเองตัดสิน ... "ผมว่าผมเก่งนะ" แต่คนเหล่านี้เคยคิดไหมว่า คนอื่นเขาคิดว่าคุณเก่งหรือเปล่า หรือ ว่าคุณคิดเองว่าคุณเก่ง !! -- คำถามคือ แล้วตกลงว่า ในโลกใครเป็นคนตัดสินว่า ใครเก่งหรือไม่เก่ง ล่ะ ...ฮึม!! อย่างน้อย ในที่ทำงาน ...คนที่ตัดสินว่า คุณเก่งหรือไม่เก่ง ไม่ใช่คุณเองแน่นอน จริงป๊ะ ...แล้วคุณพร้อมที่จะ ให้คนอื่นตัดสินคุณหรือยัง -- ผมว่าประเด็นนี้ยากนะ ...ผมคิดค่อนข้างเยอะว่า เวลาคนอื่นมองเรา เขามองเหมือนที่เรามองตัวเองหรือเปล่า ...สรุปว่า ไม่ ...เพราะเราชอบมองตัวเอง เจ๋ง กว่าความเป็นจริงเสมอ

พูดซะยาว ...ผมเพียงอยากจะบอกว่า ..."คนไทยจำนวนมาก ยังขาด Passion ในงานที่ตัวเองทำ ...และ นั่นเป็น Step แรกของการ ที่จะสร้างผลงานให้ออกมาดี ...ไม่ว่างานนั้นจะเล็กแค่ไหนก็ตาม ...เพราะ ทุกงานใหญ่ เริ่มจากจุดเริ่มเล็กๆ เสมอ ..." ...ดังนั้น การเริ่มต้นที่ดี คือ เริ่มที่ทัศนคติที่ถูกต้อง ว่า จริงๆแล้ว ไม่มีงานในโลกที่กระจอก ..และ คนเราทุกคนควรเริ่มจากการเดินก้าวแรก "ก้าวก่อน" ..อย่าไปกลัวเลยว่า ก้าวนั้น มันไปไม่ถูกทาง มันเล็กเกินไปไหม ..ทำไมเงินเดือนหมื่นห้าเอง ..ไม่สำคัญ ..สำคัญที่ ความตั้งใจ และ Passion ที่เราใส่ลงไปในงานที่เราทำต่างหาก ที่จะวัดคุณค่าของตัวเรา ...ใช่!! เริ่มจากก้าวเล็กๆ แล้วค่อยๆ ก้าวใหญ่ขึ้น ...สุดท้าย เราต้องให้คนอื่นช่วยมองตัวเรา ...แล้วเราจะเข้าใจ การพัฒนาตัวเองที่ดีขึ้น

เอา ล่ะ วกกลับมาเรื่องของ ความคิดสร้างสรรค์ ..จากสัมมนา วันนั้น ผมสนุกในมุมมอง ..และก็สนุกที่ได้รู้ว่า วันนี้ผมเดินมาไกลจากจุดที่ผมเริ่มก้าวเพียงใด ...ผมไม่รู้ว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ เป็นอย่างไร ...แต่ในอุตสาหกรรมการเงินและการลงทุน ที่ผมอยู่ มันกำลังจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ...เดี๋ยวนี้คนหนุ่มสาว เริ่มให้ความสำคัญกับการวางเงินให้ทำงาน เข้าใจในเรื่องของ Asset และ เข้าใจความรวย ที่ไม่ได้เกิดจากความโชคดี แต่เกิดจากการวางแผนเป็น Step แล้วค่อยๆ เดินตามแผน ...ครับ!! วันหน้า เราจะมี ค๊อปเตอร์ไม้ใฝ่ทางการเงิน ..คุณจะมี Port บริหารเงินที่จัดสรรค์เงินและ สินทรัพย์ได้ทั่วโลก ...คุณจะมีไฟฉายย่อส่วน ..ประมาณว่า โดเรมอน จะมายืนเคียงข้างคุณ

คง สนุกไม่น้อย ที่เราจะไม่ต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเดิมๆ ..ถามจริงๆ เถอะ คุณเซ็งไหม ที่ทุกคนต้องทำงานหนักๆ เพื่อมีบ้านดีๆ สักหลัง รถหรูๆ สักคัน ..มีลูกเรียนโรงเรียนไฮโซแพงๆ ...มีกระเป๋าหลุยส์ หรือ แอร์เมส ...แล้วคุณก็ทำงานหนักๆ ไปเช้าเพราะรถติด และ กลับดึกเพราะรถยิ่งติด ..ทำงานเดิมๆ หาเงินยากๆ แบบเดิมๆ ...งานเหมือนเดิม น่าเบื่อ .."เบื่อไหม" -- โคตรเบื่อ!!

"นี่เลย ซาร่า เรามี" -- ความท้าทายมาให้คุณ ...คุณลองเอาลูกค้าเป็นที่ตั้งซิ แล้วคุณจะรู้ว่า สิ่งที่บริษัทคุณทำอยู่ มันห่างไกลความต้องการของลูกค้าเพียงใด ...ยกตัวอย่างธุรกิจ อาหาร ผมได้คุยกับ คุณเจริญ เจ้าของ ส.ขอนแก่น ..เขาเล่าว่า สิ่งที่ ส.ขอนแก่น ทำก็คือ ทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ เขาขายไส้กรอกอีสาน .."คนอื่นก็ทำนี่" ..ไม่!! เขาขายให้คนรวย ...ซึ่งขายแพง เน้นความสะอาด เพราะ เดิมทีคนรวยมักมองอาหารอีสานไม่สะอาด เขาก็เปลี่ยนใหม่ทำให้สะอาด ทำให้แพง ก็จับตลาดใหม่แล้ว ...คนอื่นไม่มี Brand เขาสร้าง Brand มากมาย ...

ข้อ จำกัด จริงๆ มันอยู่แค่ ความคิดเราเอง เท่านั้นแหละ --- คุณเชื่อไหมว่า ทุกอุตสาหกรรม ที่คุณทำอยู่ มันทำให้ดีขึ้นกว่านั้นได้ หากคุณมองสมมุติตัวเองเป็นลูกค้า แล้วลองคิดซิว่า คุณต้องการอะไร แต่ไม่มีใครทำให้คุณ ...โอ๊ว!! เยอะมาก ...เช่น ถ้าผมไม่อยากอยู่บ้าน ผมไม่อยากมีภาระ ทำไมไม่มี บ้านที่ขายสิทธิการใช้ แทนที่จะขายภาระอย่างความเป็นเจ้าของ ...หรือ รถยนต์หรู ทำไมเมืองไทย ไม่มีให้เช่าใช้แบบระยะยาวราคา Make Sense ...อาหารไทยแช่แข็งสำเร็จรูปที่ส่งขายทั่ว AEC และทั่วโลก ..เครื่องผลิตเงิน "กองทุนพิเศษ ที่บริหารความมั่งคั่งให้เรา" ...ประกันความเสี่ยง ที่เราสามารถซื้อประกันของเงินลงทุน เหมือนที่เราสามารถซื้อประกันรถยนต์ ..ทำไมไม่มีอ่ะ!! ...เยอะมากเลย ...เพียงเรายกกรอบความคิดเดิมๆ ที่เราทำต่อๆ กัน คิดเหมือนๆ กัน ออกไป เราจะเห็นโอกาสของธุรกิจ และ การสร้างสินค้า และ บริการที่ไร้ขีดจำกัด

-- "เอาล่ะ คุณ และ ผม มาช่วยกันคิด ต่อไปซิว่า แล้วเราจะ เปลี่ยนสิ่งที่เราทำอยู่ได้อย่างไร" ...ยิ่งการเปลี่ยนแปลง มันต้องเกิด ภายใต้ข้อจำกัด เช่น Marketing แบบไม่ใช้เงินได้ไหม , ขายเพิ่มแบบ ไม่ต้องขายได้ไหม ...ยิ่งข้อจำกัดมาก งานมันยิ่งท้าทาย และเหมาะกับคนเปลี่ยนโลก อย่างคุณ !! ..อิ อิ 

"Change!! -- Creative!!" ...เดินต่อไป ...



2 ความคิดเห็น:

  1. อ่านแล้วรู้สึกดีใจและมีกำลังใจมากๆๆๆๆที่จะต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ขอบคุณที่ได้เอาความรู้สึกที่ดีมากๆมาระบาย ไม่ต้องถึงกับเปลี่ยนโลก ขอเพียงเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ แล้วไปต่อ...บ้านเราคนแบบป๋าแพท(ขออนุญาตเรียกป๋าละกัน)มีน้อย ขอชมเชยและเป็นกำลังใจให้ครับ เขียนต่อไป แล้วไปต่อครับ

    ตอบกลับลบ
  2. ขอบคุณมากครับที่เอามาแบ่งปัน ผมได้ไอเดียมากมายทีเดียว :)

    ตอบกลับลบ

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ