แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

IVL เหรียญอีกด้าน ของอาการ "เจ้าเข้า เจ้าออก"

IVL เป็นอะไรที่น่าศึกษามาก ผมว่าทั้งหมด มันเริ่มจาก BANPU "เกี่ยวไหมเนี่ย!!"

BANPU ข้อดีคือ เจ้าของมองตัวเองเป็น Fund Manager แทนที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจ อาศัยจังหวะของหุ้นขาขึ้น

เข้า Take-Over กิจการเพิ่ม Value ...ดังนั้น ทั้งไล่ราคาและสร้าง Value ไปด้วยกัน

ถ้าใครสังเกตุ จะเห็นได้ว่า BANPU ราคาหุ้นจาก 150 ดันมา 800 บาท (ในเวลาอันสั้น)...ใช้วิธีการ M&A คือ ขยายกิจการแบบก้าวกระโดดทั้งยอดขายและกำไร รวมทั้ง Asset โดยการเข้าไปซื้อกิจการในธุรกิจที่ตัวเองมีความชำนาญ ... "ดู Book Value กระโดด มากๆ.. ทำให้แม้ราคาแพง แต่หุ้นก็ดูไม่แพง"

ว่าแล้ว IVL ก็จะทำบ้าง... IVL เข้าตลาดมา ที่ Market Cap. แค่ 40,000 ล้านบาท (เอาจำนวนหุ้น 4,000 ล้านหุ้น * IPO ที่ 10.3 บาท).. หลายคนบอกว่าเขา IPO ถูก "ไม่จริงอ่ะ" ผมว่าจังหวะดีมากกว่า เพราะพอ IPO ออกมา 400 ล้านหุ้น ได้เงินไป 4,000 ล้านบาท ก็เริ่ม Strategy M&A "ซื้อแหลก" ... ดูแล้วเหมือนเดินตามพี่ใหญ่อย่าง BANPU มาแบบถอดแบบ

สรุป "Work ครับ" เพราะตลาดขาขึ้นพอดี ก็เลยมีแต่ข่าวดี ..อัดข่าว อัดราคา จาก 10 บาท วิ่งไป 60 บาท (ถ้าตอนนั้นใครคำนวณพื้นฐานเป็น จะรู้ว่า โคตรแพง P/BV 8 เท่า ...ลองคิดง่ายๆ ถ้า PTT มี P/BV 8 เท่าเหมือน IVL ราคา PTT ทะลุ 1,300 บาทไปแล้ว)

ช่วงที่ประกาศ IPO ใหม่ๆ ยังไม่ได้แจ้ง Book Value "มันเลยง่ายมาก ที่จะปั่นราคาหุ้นให้เกินพื้นฐาน ..แต่พอประกาศ Book Value ออกมาจริงๆ ณ ราคาหุ้นที่ 60 บาท นั่นหมายความว่า P/BV มัน 8 เท่า(บ้าหรือ!!) ...ตอนนั้น ในมุมเจ้าของ แน่นอนเขารู้ว่ามัน แพงเกินไป ..ทางเลือกก็คือ ทำยังไงให้ไม่แพงล่ะ "ถูกต้อง!! M&A หรือ ซื้อกิจการเพิ่มเข้าไปอีก "... คำถามคือ จะเอาเงินจากไหนล่ะ!!

นี่เลย ขายหุ้นบางส่วนที่ราคา Peak ที่ 60 บาท "ได้กำไรมาเนื้อๆ ส่วนนึง" ..จากนั้น ออก IVL-t1 (9:1) เจ้าของถือหุ้นส่วนใหญ่ ดังนั้น 9:1 เจ้าของรับ Warrant ฟรีเยอะสุดๆ... จากนั้นการตั้งราคาที่ 36 บาท ...ก็ตั้งมาเพื่อทุบ หุ้นใหญ่นั่นแหละ ..ไม่แปลก พอ Warrant ออกมา หุ้นใหญ่ก็ร่วงลงมาที่ราคาแปลงสิทธิ ...เจ้าของขายทำกำไรทั้งตัว Warrant และ เทขายทั้งหุ้นจริง ..."กำไรอวก!!"

จากนั้น ก็ประกาศว่า เจ้าของจะแปลงสิทธิ "ก็แน่ล่ะ โกยกำไรมาซะเยอะ ตลอดทางที่ รายย่อยเลือดลาด ก็เอากำไรนั้นแหละมาซื้อหุ้นคืน"... เทพโคตร ..."เทพมาก" ...ทุกอย่างถูกกฏหมาย !!

หลังจากเพิ่มทุนใหม่ ก็มีเงินพอมาซื้อกิจการ ..เมื่อซื้อกิจการเข้ามาก็จะเป็นแบบ BANPU คือ รายได้ กำไร และ Book Value จะโตในอัตราเร่ง ... หลังจากประกาศงบคราวหน้า รอดู "หุ้น IVL หลังการ M&A จะดูถูกกว่านี้มาก.." ... เมื่อ หุ้นถูก ก็สรุปว่า ราคาที่พุ่งขึ้นมา ในที่สุดก็ดูสมเหตุสมผล .. ซึ่งหุ้นหลังจากที่รายย่อย ชอบติดตลาดขนาดนี้ ก็จะเป็นแบบ BANPU คือ แพงไปได้เรื่อยๆ ก็เป็นสวนสนุกของรายย่อย

ทั้งหมดนี้ ถามว่าทำเพื่ออะไร "ก็เพื่อให้ Market Cap. เพิ่มอย่างก้าวกระโดด ..เพราะเมื่อ Market Cap. เพิ่ม เจ้าของในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ก็รวยขึ้น มากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ... "การจะทำเช่นนี้ได้ สังเกตุให้ดีว่า Free Float ต้องน้อย หมายถึงหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในมือเจ้าของ" ... ดู PTL , AJ ทั้งนั้นแหละครับ

IVL สามารถทำให้กิจการ จากมูลค่า 40,000 ล้านตอนต้นปี ให้มาเป็น 250,000 ล้านตอนปลายปี (คิดจากราคา 60 บาท) จากนั้นก็ใช้วิชา "เลือดสาด" ดึงให้มูลค่ากิจการมาอยู่ที่ประมาณ 150,000 ล้านบาทในปัจจุบัน

คำถามคือ IVL ตอนนี้ซื้อได้ไหม ... อิ อิ

ตอบง่ายๆ เลยนะครับว่า ถ้ากิจการที่ IVL ไป Take มา ทั้งหมดถ้ามันรวมกันแล้วดี ... ก็หมายความว่าระยะยาวไปได้ ...ดังนั้น ถ้าหุ้นอยู่แถวๆราคา แปลงสิทธิที่ 36 บาท ก็เริ่มน่าสนใจ ..ยิ่งต่ำอีก ก็ยิ่งน่าสนใจ ..."แต่อย่าลืมต้นทุนเจ้ามือ ก่อน แสดงความเทพ คือ 10.3 บาท .."

"วิชา M&A นี้ถือกำเนิดมาจากอเมริกา ..รับมาเมืองไทยโดย PTT จากนั้น โชว์แจ๋วโดย BANPU และล่าสุดก็ตามกันมาทั้งแผง ตั้งแต่ IVL , PTL , AJ " ... มันก็เป็นวิถีทุนนิยมอ่ะนะ ก็ดูต่อไปครับ สนุกดี!! (แต่ตอนนี้ PTT ยังดูดี และถูกกว่า IVL เลย แบบไม่ต้องลุ้นระทึก...หุ หุ)

..ว่าแล้ว ก็ชวนกันมาแลกเปลี่ยนความรู้ สำหรับรายย่อย ที่ชุมนุม S2M กันดีกว่า ..หุ หุ หุ

2 ความคิดเห็น:

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ