แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2561

พูดคุยกับ PRADA Jewelry



เมื่อวานผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมกิจการของ PRANDA Jewelry หนึ่งในบริษัทรายใหญ่ในตลาดหุ้น ที่เป็นผู้นำ ในตลาดเครื่องประดับของไทย


หลายคนอาจไม่ทราบว่า ประเทศไทยจริงๆ เป็นฐานผลิตสำคัญของหลายๆ อุตสาหกรรม ..ตั้งแต่ อิเล็กทรอนิกส์ , ยานยนต์ , เครื่องสำอางค์ , เครื่องประดับ และ อื่นๆ


ที่พูดว่า ฐานผลิตสำคัญ คือ เรามีกำลังการผลิตในอุตสาหกรรมนั้นๆ เป็นอันดับต้นๆ ของโลก


ถ้าเรามองประเทศอย่าง เวเนซุเอลา ที่ล่าสุดค่าเงินล่มสลาย ประเทศเข้าสู่วิกฤตการเงิน และ วิกฤตเศรษฐกิจขั้นรุนแรง นั่นเพราะ เวเนซุเอลา พึ่งพิงเศรษฐีทั้งประเทศอยู่บนราคาน้ำมัน ...ช่วงที่น้ำมันราคาสูง ประเทศเวเนซุเอลา ก็รวยอู่ฟู่ เพราะ ทำเงินมหาศาลจากการส่งออกน้ำมัน


เรียกได้ว่า แค่ขายน้ำมัน ก็เพียงพอที่คนทั้งประเทศไม่ต้องทำอะไรมากมาย ..สามารถใช้เงินจากกำไรการขายน้ำมัน ซื้อของทุกอย่างเลี้ยงคนทั้งประเทศ (ขายน้ำมัน เพื่อ แลกอาหาร แลกทุกอย่าง)


แต่พอราคาน้ำมันร่วง ก็กลายเป็นว่า เงินที่เคยใช้ซื้อของนำเข้า อาหารและ สาธารณูปโภค มันเริ่มไม่พอ ...นั่นแหละ จุดล่มสลายของเศรษฐกิจประเทศเวเนซุเอลา


ที่เล่าเรื่องนี้ เพราะอยากจะอธิบายให้เห็นภาพกันว่า ในโลกปัจจุบัน เราไม่ได้ตัดสินคนรวย คนจน จากคนที่มีทรัพย์สินมหาศาล แต่เราตัดสินคนรวยจน จากความสามารถในการทำมาหากินในปัจจุบันต่างหาก


อย่าง ประเทศเวเนซุเอลา นับได้ว่าเป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะน้ำมัน มีมาก ร่ำรวยน้ำมัน ...แต่การร่ำรวย ทรัพยากรน้ำมัน ส่งผลให้ อุตสาหกรรมอื่นๆ อ่อนแอ ...นี่แหละ ที่เขาเรียกว่า 


‘คำสาบของทรัพยากร’


วันนี้ประเทศที่ร่ำรวยในโลกปัจจุบัน กลับกลายเป็นประเทศที่ไม่มีทรัพยากร แต่คนในประเทศขยันทำมาหากิน เช่น สิงค์โปร์ , ญี่ปุ่น , อิสราเอล 


มาถึงประเทศไทย เราโชคดี ที่ภาคธุรกิจเอกชน ขยันทำมาหากิน ..ทำให้เราไม่พึ่งพาเศรษฐกิจอยู่กับทรัพยากร


 (ใช่!! ยุคนี้ ถึงเกิดมาไม่รวย ก็สร้างตัวได้)


ที่เล่ามาไม่ได้ จะพูดให้เราหลงตัวเอง แต่เล่าให้ฟังว่า เราทำได้ค่อนข้างดี แต่วันนี้อนาคตของประเทศเรา ก็ขึ้นอยู่กับ คนในประเทศไทย ที่หมั่นพัฒนาตัวเอง ..เรียนรู้จากความผิดพลาด ..ปรับปรุง แล้วนำพาตัวเราและประเทศมุ่งสู่ความสำเร็จในอนาคต


เกริ่นมาซะยาว เพราะวันนี้ผมได้มาเจออีกหนึ่งธุรกิจ ที่ผ่านมรสุมธุรกิจ ...แต่ก็สามารถผ่านวิกฤตแล้วกลับมาเดินต่ออย่างมั่นคง 


วันนี้ผมได้พูดคุยกับ คุณอาร์ต มือการเงินคนสำคัญ ‘CFO’ ของกลุ่ม PRANDA Jewelry 


คุณอาร์ต เล่าให้ฟังว่า ทุกๆ ธุรกิจ ย่อมต้องเคยผ่านมรสุมของธุรกิจ ..และนั่นคือ สิ่งที่ PRANDA Jewelry เจอในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา


ลองมาดูซิว่า บริษัทแห่งนี้มีวิธีคิดผ่านวิกฤตได้อย่างไร


1. ‘มรสุมจากการพึ่งพิง ลูกค้ารายใหญ่น้อยราย’ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจของ PRANDA ค้าขายกับรายใหญ่ที่เขาเจอวิกฤติในยุโรป ส่งผลให้ยอดขายและกำไรหดหาย ...วิธีแก้คือ การปรับโครงสร้างธุรกิจ หาลูกค้าใหม่ แล้วกระจายให้ฐานลูกค้าสมดุลย์ ไม่อิงรายใหญ่รายใดรายหนึ่งมากเกินไป


2. ‘การเร่งขยาย แบรนด์ตัวเอง และ หน้าร้านของตัวเอง’ ..ธุรกิจของ PRANDA หันมา โฟกัส ในการมีจุดขายของตัวเอง และ สร้างแบรนด์สินค้า ซึ่งก็คือ Prima Gold , Prima diamond และ อื่นๆ ...การมีหน้าร้านของตัวเอง ทำให้เข้าถึงลูกค้าโดยตรง ได้ประโยชน์ 2 จุด คือ หนึ่ง กำไรต่อชิ้นมากขึ้น สอง เข้าใจความต้องการของลูกค้ามากขึ้น


3. ‘หันกลับมา เน้นพัฒนาจุดแข็ง’ ...จุดแข็งของ PRANDA คือ การผลิต งานฝีมือ และ การบริหารโรงงานของตัวเอง ...การหันมาพัฒนาจุดแข็ง ก็ช่วยลดต้นทุน และ สร้างสินค้าที่คู่แข่งทำไม่ได้


4. ‘การตัดธุรกิจที่ขาดทุน’ ...ในช่วงวิกฤติ ผู้บริหารต้องกล้า ตัดธุรกิจที่ขาดทุน ตัดธุรกิจที่ไม่ถนัด ...เมื่อหยุดขาดทุน โอกาสที่บริษัทจะมุ่งใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพก็มีมากขึ้น - ‘กล้าตัดสิ่งที่ไม่ถนัด’


5. การใช้เครื่องมือทางการเงิน ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น’ ....บริษัทมีการปรับโครงสร้างทางการเงิน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในส่วนการเงิน ให้บริษัทพร้อมต่อการเติบโต


ความท้าทายของ PRANDA Jewelry ก็คือ การกลับมายืนในจุดที่เคยแข็งแกร่งแบบในอดีต ...ลดต้นทุน , กำจัดจุดอ่อน และ มุ่งพัฒนาจุดแข็ง


คุณอาร์ต แอบกระซิบว่า ‘เราผ่านช่วงที่เลวร้ายที่สุด ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากนี้ไป กำไรและการเติบโต จะกลับมา ....รอดูกัน!!’


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ