แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

เมื่อเราขี่จักรยาน ....


"จริงๆแล้วสำหรับนักลงทุนระยะยาว ย่อมต้องผ่านทุกสถานการณ์ ตลาดอาจขึ้นแรง หรือ อาจขึ้นเพื่อลง หรือ จะลงแรง -- มันเกิดได้ทุกอย่าง" ..เราต้องวางแผนรับมือกับมัน ต้องถามว่า ...ถ้าเกิดสิ่งนั้น สิ่งนี้ แล้วเราจะทำอย่างไร (นักลงทุนแต่ละคน ผมว่ามองต่างกัน แต่ส่วนสำคัญที่สุดคือ ความสามารถในการรับมือกับทุกความผันผวน ...อย่างวันนี้ถ้าตลาดต้อง Double Dip แรงมากจริงๆ ..เราต้องแน่ใจว่าเรายังอยู่ได้( ยกตัวอย่าง ผมน่ะอยู่ได้แม้ราคาหุ้นใน Port จะลงไปแค่ไหนก็ตาม เพราะ Port ผมมันหุ้นพื้นฐานที่เป็นสิ่งที่คนต้องกินต้องใช้ และมีปันผล"อันนี้สำคัญ เพราะเงินที่ผม ออมในหุ้น ผมก็หวังคล้ายๆเงินฝากธนาคาร ซึ่งดอกเบี้ยก็คือ เงินปันผลนั่นเอง"..และผมก็แน่ใจตั้งแต่วันที่ซื้อมาแล้วสำหรับ Port ระยะยาว ว่าผมจะไม่ขายต่ำกว่าที่ซื้อมา มันก็แค่นั้นเอง...) -- ผมเชื่อในพื้นฐาน ดังนั้น สุดท้ายถ้ากิจการดี ปันผลจะสะท้อน ..และสุดท้ายราคาก็จะสะท้อน -- และเมื่อตอบคำถามนั้นได้ เราก็ใช้การลงทุนในความเสี่ยงที่รับได้ เข้ารับมือ)

...จริงๆมันมีเรื่องของก๊อกสุดท้ายของนักลงทุนเสมอ ..แต่นั่นต้องอาศัยความเข้าใจ และความเสี่ยงที่รับได้ที่มากขึ้น อย่างผมมองกรณีของ เซียนหุ้นหลายๆท่าน ในปี 2008 ..ก๊อกสุดท้าย ก็คือ อัด Margin แต่เป็น Margin บนความเสี่ยงที่รับได้ ... ซึ่งกรณีนี้ผมไม่แนะนำ ..อย่างผมเอง ผมรับความเสี่ยงไม่ได้ขนาดนั้น ก๊อกสุดท้ายของผมจึงเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ Margin แต่ก็เป็นเงินที่ผมไม่เคยคิดจะแตะเลย เช่น เงินที่อยู่ในพันธบัตรรัฐบาล (แต่แน่นอน มันไม่ได้มีมากมาย เพราะมันเป็น Safety Net ก้อนที่กันไว้สำหรับเรื่องฉุกเฉินของชีวิต) ... เรื่องพวกนี้ นักลงทุนที่เป็นนักลงทุนระยะยาวต้องตอบให้ได้



"ก๊อกสุดท้าย" ไม่ใช่เอามาเก็งกำไรครับ ..มันเป็นสิ่งที่นักลงทุนระยะยาว ควรจะต้องมีในทุกเวลา แต่สุดท้ายถ้าเรามองเห็นความเสี่ยงที่น่าจะคุ้มค่า ก็สามารถนำออกมาใช้ได้ แต่ต้องรับความเสี่ยงได้ว่า หากใช้แล้วราคาหุ้นลงต่อ เราก็ต้องอยู่ได้ ... เวลาแบบนี้ มันช่วยให้เราเห็นตัวเอง ..ว่าเราเข้ามาแล้วมองแต่ฝั่งได้(เอาแต่ได้)หรือเปล่า ...อย่างผมเข้ามาเป็นนักลงทุนระยะยาวแบบ VI ก็พร้อมเสียระยะสั้น เพื่อที่จะได้ระยะยาว โดยอาศัย Logic ของพื้นฐานที่วิเคราะห์เป็นอย่างดี และความเสี่ยงที่ผมเองรับได้ และนั่นคือ หัวใจของผลกำไรจากการลงทุน

... ทำไมผมเทียบเสมอว่า เล่นหุ้นเหมือนขี่จักรยาน ..ก็เพราะมือใหม่ทุกคนคิดว่า ขี่จักรยานแล้วจะไม่ล้มไง (แต่มันล้มทุกคน ผมเองก็ล้ม แม้ว่าครอบครัวผมจะล้มมาแล้ว สอนผมก็ไม่เข้าใจ จนพอมาล้มเอง ก็เลยเข้าใจ) ..แต่ถ้าผ่านจุดนี้ได้ คุณจะขี่เป็น และจากนั้น การขี่เป็นในครั้งนี้ คุณก็จะขี่ได้และลงทุนได้ชั่วชีวิต

....(ฝากไว้อีกนิด ถ้าเราคิดว่า ทนความผันผวนของราคาหุ้นในระยะสั้นไม่ได้ ก็ไม่ควรเป็นนักลงทุนระยะยาว ...ก็ให้เปลี่ยนแนว Cut Loss ออกไป แล้วเปลี่ยนตัวเองเป็นนักลงทุนระยะสั้น แล้วศึกษา Technical ให้ถ่องแท้ แล้วใช้ศาสตร์ Technical ทำกำไรจากการขึ้นลงของราคา เป็นรอบๆ อย่ามาถือยาว เพราะการถือหุ้นยาว คุณจะต้องเจอกับ Cycle การขึ้นลงรอบใหญ่ ซึ่งผมบอกได้เลยว่า นักลงทุนระยะยาวทุกคนเขาเข้าใจและจัด Port ให้พร้อมกับสิ่งนั้นได้อย่างดี "ไม่มีแนวทางไหนง่าย แต่บอกตรงๆว่า ในแต่ละแนว มีตัวอย่างของคนที่เขาทำได้ และรวยได้จริง อย่าง Buffett และ Soros"

..แนะนำสุดยอดหนังสือสองเล่ม ที่พูดถึงแก่นของ Technical Analysis ใช่!!หนังสือ ฟรีด้อมเทรดเดอร์ และ ก็ แกะรอยหยักสมอง ภาค 3 นั่นแหละ .. ใครอ่านรอบที่แล้วไม่เข้าใจ ..ถ้าวันนี้คุณอ่านใหม่ ผมเชื่อว่า คุณจะเข้าใจมากขึ้น -- นี่แหละ การค้นหาแนวทางการลงทุนของตัวเอง มันไม่ง่ายหรอกครับ ...คนที่ไม่เข้ามาก็ไม่รู้ ..เมื่อไม่รู้ก็ไม่มีทางลงทุนเป็น) -- เรียนรู้ตัวเอง และแนวทางการลงทุน จากวิกฤต มันคือโอกาส!! ...."ลงทุนก็เสี่ยง ไม่ลงก็ยิ่งเสี่ยง ความเสี่ยงเราหนีไม่ได้ แต่มันลดลงได้ เมื่อเราเข้าใจและ Master ความเสี่ยง"..คิดดีๆ ผมขอเอาใจช่วยครับ !!

3 ความคิดเห็น:

  1. ผมเคยหยิบหนังสือพิมพ์ 20ปีที่แล้วมาดูราคาหุ้น เห็นราคาตอนนั้นกับตอนนี้ ทำให้เข้าใจได้ว่า มูลค่าหุ้นขึ้นอยู่กับกิจการ กิจการที่เล็กในวันนั้นราคาก็นิดเดียว กิจการที่ใหญ่ในวันนั้นก็ราคาสูงอยู่ แต่ปัจุบันราคาก็สะท้อนกับกิจการ

    ตอบกลับลบ

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ