แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

เวทีที่คุณสร้างเอง (เก็บตกสัมมนา)


"สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นสัปดาห์ที่ผม งานเข้า!! อย่างหนัก"... จะว่าไปแล้วปีนี้ ถือเป็นปี ที่ผมเดินสายเป็นวิทยากรให้กับองค์กร และ มหาวิทยาลัยต่างๆมากมาย แต่ความเจ๋ง มันไม่ใช่การ ยืนทำหล่อ แต่มันเป็นการ "ให้และรับ" ..ถูกต้อง!! ทุกครั้งที่ผมให้ความรู้คนอื่น ผมก็รับ ในเวลาเดียวกัน

Hi-Light ของ week ที่ผ่านมามี 2 งาน -- งานแรก คือ "ผมได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรภายใน ให้กับธนาคารกรุงเทพของผมเอง ..แต่ที่ทำให้ผมภูมิใจ เพราะกลุ่มคนที่ฟังผมพูดไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร 40 คน ..แน่นอน!! หนึ่งในนั้นมี แม่ของผมด้วย ซึ่งท่านก็เป็น หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงขององค์กรแห่งนี้" ...การพูดในครั้งนี้ ได้รับคำชมอย่างดีเยี่ยมจากท่านผู้บริหารระดับสูงหลายๆท่านว่า "ภาววิทย์ คุณเยี่ยมมาก!!" ...มันทำให้ผมย้อนคิดทบทวนเลยว่า ผมก้าวมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร -- ฮึม!! ใช่ ผมมุ่งสร้างและทำในสิ่งที่ผมชอบ นั่นคือ "การลงทุน" และผมทำให้ความสามารถของผมนี้ ได้รับการยอมรับจากคนภายนอก ..จากนั้นเมื่อคนภายนอกยอมรับ ..มันถึงเข้าสู่ Step ที่คนภายใน ถึงจะยอมรับ -- อุ๊แม่เจ้า!! ฟังแล้วเหนื่อย แต่มันเป็นวิธีการ "ป่าล้อมเมืองที่ใช้ในตำราพิชัยสงคราม มาไม่รู้ก็ยุคกี่สมัยแล้ว"

งานที่สอง เป็นงานภายนอก ..นั่นคือ การที่ผมได้รับเชิญจาก มูลนิธิไทคม ให้เป็นตัวแทนของอาชีพนักลงทุนที่ไป "พูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักศึกษาที่เชียงใหม่ งาน This's my Future" ...ผมเลือกเอา กฏความลับเหนือจักรวาล แห่งความสำเร็จที่สอนกันมานับพันๆปี ..."นั่นคือ คือ อิทธิบาท 4 ... ทางแห่งความสำเร็จ ที่ยังคงทันสมัย ไม่แปรเปลี่ยนตามกาลเวลา"

งานนี้ผมเล่าให้น้องๆฟังว่า ผมเป็นคนที่มีอาชีพอยู่ 4 อาชีพ และก็ยังคงทำอยู่ทุกอาชีพ ...สองอาชีพแรก เป็นอาชีพที่เริ่มจากฐานของครอบครัว ..ใช่!! การที่ผมไปเปิดร้านอาหาร และ โรงงานกระจกในออสเตรเลีย มันเป็นแนวคิดของลูกคนรวยทั่วๆไป ที่คิดว่า ธุรกิจมันต้องเริ่มจาก มีเงินหนึ่งก้อน แล้วก็วิ่งไปหาโอกาส ..ครับ!! ผมวิ่งไปหาโอกาส ของธุรกิจถึง ออสเตรเลีย และผมก็เจอโอกาส .. มันคือ โอกาสในการสร้างกิจการร้านอาหารไทย ซึ่งใช้เงินครอบครับผมเอง ในสัดส่วนที่มาก อย่างน่าเขกกระโหลกตัวเอง "ไร้ประสบการณ์ แต่กล้าเปิดขยายร้าน ใหญ่โต ไปถึง 5 สาขา ในเวลาเพียงไม่ถึง 5 ปี ... ผมมองตัวเอง ว่า กูจะต้องเป็น แมคโดนัลด์ แห่งอาหารไทยเป็นแน่แท้" ...แต่แล้วโลก แห่งความจริง(อันโหดร้าย) ก็สอนให้ผมให้ผมรู้ว่า โลกนี้ มันมี Cycle ..."มีขึ้น ย่อมมีลง ...ธุรกิจมีขาขึ้น และ ก็มีขาลง -- ถูกต้อง!! พวกมนุษย์ไร้ประสบการณ์ ชอบขยายและเปิดธุรกิจใน Cycle ขาขึ้น ..ส่วนมนุษย์ที่มีประสบการณ์ จะรอให้ธุรกิจเข้าขาลง แล้วค่อยมาซื้อกิจการ หรือ เซ้งกิจการต่อจาก มนุษย์ไร้ประสบการณ์ อีกต่อนึง"

วันนั้นทำให้ผม รู้ว่า ในโลกนี้ มันมีคนที่นั่งอยู่บนหัวของนักธุรกิจอีกทีหนึ่ง "ถูกต้อง.. มันคือ นักลงทุนนั่นเอง ... เพราะนักธุรกิจ ยิ้มแย้มเวลาธุรกิจขาขึ้น และก็นั่งน้ำตาไหล เวลาธุรกิจเข้าขาลง ... แต่พวกนักลงทุน ไม่ใช่ ..พวกนี้ ทำกำไรทั้งขาขึ้นและขาลง ..แถมที่มันเด็ดกว่านั้น มันเป็นธุรกิจที่รวยจากเงินคนอื่น OPM (Other People Money) และที่เด็ดกว่านั้นอีก!! -- มันเป็นโลกสมบูรณ์แบบของภาพจำลอง ของระบบทุนนิยม เพราะเกมของ OPM มันคือ The Winner Take All !! ..ผู้ชนะ กินทั้งโต๊ะ .."ใช่!! คนที่บริหารเงินเก่งที่สุด ก็จะได้รับการไว้วางใจจากเงินทั้งหมด และ นั่นทำให้ผม คลิ๊ก!! ว่า ..ใช่แล้ว ..ผู้ชนะในโลกของการลงทุน ก็คือ ผู้ที่พัฒนาตัวเองให้เป็นสุดยอดของ การลงทุนนั่นเอง .."

"จากนั้น ผมกำมือแน่น และเดิน เข้าไปในความมืด... " (ครับ!! ผมเดินทางสู่ อาชีพที่สอง ..อาชีพที่เกิดจาก Connection ของครอบครัว ... อาชีพ Banker (ลูกจ้างธนาคารกรุงเทพนั่นเอง) ...หลายคนอาจดูว่า ..โห!! เซ็งเป็ด ทำมาสองอาชีพแล้ว ก็เริ่มจากฐานของครอบครัวทั้งนั้น

...ใช่!! สองอาชีพแรก ผมอาศัยฐานของครอบครัวเต็มๆ และก็คิดแบบเด็กๆ .. นั่นคือ คิดว่า โอกาสมันเป็นสิ่งที่เราต้องวิ่งไปหา แล้วต้องใช้เงินมากๆ ของตัวเอง แล้วเสี่ยงสุดๆ เพื่อที่จะสร้างธุรกิจ ...

"จากนั้น อาชีพที่ 3 และ 4 ของผม ก็เร่ิมขึ้น .. มันคือ อาชีพ นักเขียน และ นักลงทุน" ... ผมใช้เวลาคิดอยู่นาน หลังจากผ่านมรสุมของชีวิต จนคิดได้ว่า ...ความสำเร็จ มันต้องเกิดจาก "อิทธิบาท 4" คือ เร่ิมจาก "ฉันทะ" คือเริ่มจากสิ่งที่เรารัก ..และต้องมี "วิริยะ" คือ ต้องมีความอดทน ในงานที่รัก เพราะความสำเร็จ ไม่มี Overnight Success ..มันต้องอาศัยเวลาและความอดทน .. จากนั้นต้องมี "จิตตะ" นั่นคือ ความหมกมุ่นในสิ่งที่ทำ ..ฝรั่งใช้คำว่า Passion ...ซึ่งตามหลักพุทธศาสนา หากคุณทำอะไรอย่างมี Passion เหมือนอย่างเจ้าของ Starbucks ที่กล่าวว่า การชงกาแฟแต่ละแก้วของเขา ก็คือ Pour Your Heart into it !! นั่นแหละคือ Passion ที่ก่อให้เกิดสมาธิ ... และเมื่อรวมกับข้อสุดท้าย "วิมังสา" ก็คือ การมุ่งค้นหาเหตุผลในสิ่งที่ทำ ..ในจุดนี้ มันก็คือ การที่เราต้องรู้จริงในสิ่งที่ทำ ..ข้อนี้คือ การค้นหาคำตอบในสิ่งที่ทำด้วยตัวเอง จนเกิดสิ่งที่เรียกว่า "ปัญญา"

ทั้งหมดที่กล่าวมา รวมเรียกว่า "อิทธิบาท 4" และนั่นก็คือ ความลับสุดขอบฟ้า ที่เราชาวพุทธ ควรยึดถือปฏิบัตินั่นเอง

ครับ!! อาชีพใหม่ สองอาชีพ นั่นก็คือ อาชีพนักเขียน และ นักลงทุน เป็นสิ่งที่ผมค้นพบ ว่าผม ชอบ ..และ ผมหมกมุ่น ..ผมอยากทำให้ดี ..และที่สำคัญผมมุ่งศึกษา อย่างจริงจังในทุกแนวทางของการลงทุน ทั้ง Fundamental และ Technical ..จนผมรู้ว่า แท้จริงแล้ว การค้นหาตัวเอง ให้เหมาะสมกับ แนวทางการลงทุน เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งเดียวที่คนส่วนใหญ่มองข้าม ไม่เคยให้ความสำคัญเลย ... ทุกคนที่เข้ามาลงทุน มุ่งจะหาแต่ทางที่รวยเร็ว ...ซึ่งมัน ไม่มี !! .. เพราะถ้าเปรียบการลงทุน มันก็ไม่ต่างจากการปลูกต้นไม้สักต้น .. ซึ่งกว่าเราจะปลูกให้ต้นไม้นี้โตพอที่จะออกดอก ออกผล ก็ต้องอาศัยเวลาที่ยาวนาน -- แต่คนส่วนใหญ่ กลับมองไปที่การเร่งให้โตไวๆ ให้ออกลูกไวๆ ..หรือ แม้แต่ เด็ดทั้งต้นมากินเลย ..มันช่างเหมือนการ ปลูกถั่วงอกสิ้นดี !!

"ในงานสัมมนา ผมได้พูดถึง การลงทุนของคนส่วนใหญ่ ที่ไม่ Make Sense เอาเสียเลย ... เพราะถ้าว่ากันจริงๆแล้ว การเล่นหุ้น มันง่ายกว่าการแทงสูงต่ำเสียอีก เพราะมัน มีแค่ "ขึ้นกับลง" ... เพียงแค่เราเอาสถิติของคนเล่นหุ้นมาดู ก็จะพบว่า คนส่วนใหญ่ นั่นคือ 80% ของคนที่เข้ามาลงทุน ขาดทุน ก็เพียงพอที่จะรู้ว่า คนส่วนใหญ่ เขาก้าวไม่ผ่าน "Mind Trap" มันคือ กับดักทางความคิด

... คือ ถ้าคิดง่ายๆ ว่าคน 80% ที่ขาดทุน ถ้าเขาเล่นหุ้นให้ฉลาดกว่าที่เขาเล่น ......คือถ้าเขาเปลี่ยนมาเล่นหุ้นแบบโยนหัวก้อย ..โอกาสความสำเร็จ ยังได้ตั้ง 50% เลย ..ถูกต้อง!! มันดีกว่าสถิติตลาด ที่ 80% ขาดทุน ... ตรงนี้มันชี้ให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่ ซื้อหุ้นในเวลาที่ควรจะขาย ..และขายหุ้นในเวลาที่ควรจะซื้อ "ฟังดูบ้า ..แต่มันคือของจริง!!"

จากการจัดสัมมนาที่ Stock2morrow ผมจะให้ความสำคัญ กับ "Mind Set" เป็นอันดับแรก เพราะ ถ้าคุณไม่เข้าใจตัวเอง ..จะลงทุนอีกกี่ชาติ ก็เจ๊ง!! -- ฮ่า ฮ่า นี่เป็นเหตุผลที่ ผมได้เขียนหนังสือ การลงทุน ที่ดีที่สุดในประเทศ 4 เล่ม...555 (เริ่มฮากันทั้งงาน This's my Future) นั่นคือ แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้านภาค 1 และ 2 ที่เจาะสมอง Value Investor ..ส่วน แกะ 3 และ ฟรีด้อมเทรดเดอร์ มันเป็นการ เจาะสมอง Mind Set ของ Technical Analysis

ฮึม!! อ่ะนะ ..ด้วยความเป็นนักการตลาดในสายเลือด ผมไม่วายปิด งาน Talk Show ด้วยการ ขายหนังสือ และ สัมมนา ...แต่สิ่งที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ของนักธุรกิจ ผมว่า มันคือ สินค้า "เพราะสุดท้าย Product & Service มัน Speak For Itself ...สินค้าที่ดี คือ ผู้บริโภค จ่ายเงิน แล้วรู้สึกคุ้มค่าเงิน -- คือสิ่งที่เขาได้รับ มันมากกว่าเงินที่เขาจ่ายไป ..นั่นแหละ win-win และยั่งยืน" ....วันนี้สังคมเปลี่ยนไป ..ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ใช่ผู้กอบโกย ฝ่ายเดียวอย่างที่เคยเป็น ..แต่ผู้ที่จะรวยและประสบความสำเร็จมหาศาล ในโลกอนาคต คือ คนที่ยืนอยู่บนหลักการของ "ยิ่งให้่ ยิ่งได้"

ครับ!! คนที่จะรวยมากๆ ก็คือ คนที่สามารถสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นได้มากนั่นเอง .. ยิ่งถ้าคุณสามารถสร้าง สินค้า หรือ บริการ ที่สร้างประโยชน์จนถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตคน ... "นั่นแหละ ทางแห่งความสำเร็จแบบสุดๆ" .... คนที่จะรวยและสำเร็จ ..จงมุ่งสร้างประโยชน์ และเปลี่ยนชีวิตผู้คน ในทางที่ดีขึ้น

(ก่อนจบการสนทนา ผมได้ฝากประโยคนึงไว้ว่า) .."การที่ผมได้มายืนในจุดนี้ เวทีนี้ ไม่ใช่เขาเลือกใครก็ได้ ..แต่เป็นเพราะผม สร้างให้ตัวเอง เหมาะสมที่จะถูกเลือกให้ขึ้นมาอยู่บนเวทีนี้ต่างหาก ... โอกาส ไม่ได้เกิดจากความฟลุ๊ก ..แต่โอกาสมันเกิดจาก การที่เราพัฒนาความสามารถของเราให้เก่งที่สุด ในสิ่งที่เรารัก และทำมันให้ดีที่สุด ..และนั่นก็คือ โอกาสที่ผมสร้างเอง!!" .... คนที่ยืนอยู่บนเวที กับ คนที่อยู่ข้างล่าง -- คุณรู้ไหมว่า มันคนละความรู้สึก ..แต่ให้นึกเสมอว่า เวที มันมีจำกัด เพราะผู้ให้ ย่อมมีน้อยกว่าผู้รับเสมอ ..จึงไม่แปลกที่ ผู้ให้ ก็คือ ผู้นำ และ ผู้นั้น ก็คือ ผู้ที่จะประสบความสำเร็จ .... ผมขอฝาก หลักการประสบความสำเร็จ อีกข้อ ให้ใช้กัน "ยิ่งให้ คุณก็ยิ่งได้ครับ" !!

-- การสร้างโอกาส ก็คึือ การพัฒนาความรู้ของตัวเอง จนเกิดปัญญา!!


ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ