แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทเรียนการลงทุนจากเวียดนามครับ

 

เวียดนาม บทเรียนการลงทุน ที่น่าสนใจ ..weekend ที่ผ่านมา เราพาทีม The Stock Master 5 ไปดูตลาดหุ้นและการลงทุนในเวียดนาม - ประเทศที่ใครๆ ก็พูดว่า ในที่สุดจะแซงเมืองไทย 


..จริงหรือเปล่า ?


- เวียดนามเป็นคอมมิวนิสต์ การเมืองนึ่ง ประชากรเยอะคือ 95 ล้านคน ..แต่ประชากรส่วนใหญ่ยังยากจน รายได้เฉลี่ยน้อยกว่าคนไทยประมาณ 3 เท่า


- แต่คนรวยเวียดนาม 'รวยมาก' ทำให้นึกถึงประเทศไทย ย้อนไปสมัยที่ดอกเบี้ยเงินฝาก 10% สมัยนั้น ธุรกิจที่สำคัญต้องเกี่ยวกับอสังหา ..บริษัทที่ใหญ่สมัยนั้นก็ BLAND 'เมืองทองไง' ..วันนี้ราคายังไม่เคยกลับไปที่จุดนั้นอีกเลย


- วันนี้ถนนเส้นหลักของเวียดนาม (ที่ตั้งธนาคารกรุงเทพสาขาเวียดนาม) ราคาที่ดินแพงกว่า สีลม ..มันจะคุ้มทำธุรกิจหรือ ? - คิดง่ายๆ ร้านอาหารแถวนั้น ผลัดกันเจ็ง


- เงินเดือนเริ่มต้นคนที่นี่ ประมาณ หมื่นบาท แต่ค่าครองชีพ อาหารการกินแพงมาก ..อยู่ไม่ง่าย ต้องปากกัดตีนถีบสุดๆ


- วันนี้บ้านเรากำลังมุ่งสู่สังคมคนแก่ แต่เวียดนามจะเข้าสู่สังคมคนทำงาน เพราะ ประชากรส่วนใหญ่อายุน้อย 


- ตลาดหุ้นที่เวียดนามไม่คึกคัก เพราะคนส่วนใหญ่เลือกที่จะเอาเงินไปทำธุรกิจ ..ไม่ได้มีเงินเหลือมาลงทุนแบบบ้านเรา


- คิดง่ายๆ ฝากธนาคารก็ได้ 7% คนเลยไม่สนมาลงทุนตลาดหุ้น ..ต่างจากบ้านเราที่ฝากธนาคารแทบไม่ได้อะไร ..ถ้าเลือกผมยัง Focus การลงทุนในบ้านเราดีกว่าในช่วงนี้


- การเทรดหุ้นไม่ต้องคิด เพราะ ซื้อวันนี้กว่าจะได้หุ้นอีก 3 วัน แปลว่า กว่าจะได้หุ้นก็ไม่รู้ราคามันไปไหนแล้ว !! ...ไม่มี Margin ต้องใช้เงินสด และวางล่วงหน้า 1 วัน ..มีโบรคมีเป็นร้อยราย แต่ที่มีการซื้อขายจริงจังแค่ครึ่งเดียว


- สิ่งที่น่ากลัวในเวียดนามคือ ค่าเงิน ..วันนี้เพิ่งเริ่มดีขึ้น สมัยก่อน ไม่สามารถรักษาระดับเงินเฟ้อ คนเวียดนามเลยหนีไปถือ ทองคำกับดอลลาร์แทน ..วันนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้น - แต่ความไม่แน่นอนนี่แหละความเสี่ยง


- 'เส้นสาย ใกล้ทหาร' สำคัญ เหมือนเมืองไทยสมัยก่อน 


- ใครคิดร่วมทุนกับนักธุรกิจเวียดนาม ต้องคิดให้ดี เพราะ ส่วนใหญ่เจ๊ง !! ....คนที่กะจะเอาของไปขาย ต้องคิดดีๆ เพราะตลาดปราบเซียน ...ธุรกิจที่อยู่ได้จริงๆ ต้องคิดไปตั้งรกราก ล้มลุกเรียนรู้แล้วค่อยๆ เติบ ...สรุป ไม่มีทางลัดทำธุรกิจรวยเร็วในเวียดนาม


- เล่ห์เหลี่ยมธุรกิจ และ กลโกง เป็นเรื่องที่ควรศึกษา เพราะนี่คือสิ่งที่ นักธุรกิจกลัว


- สิ่งที่ขยายได้ในเวียดนาม คือ สินเชื่อส่วนบุคคล เพราะ วันนี้ยังเป็นสังคมเงินสด คนไม่ไว้ใจกัน


---------------------------------------


สรุปแล้ว ผมได้อะไร ?


1. ได้เรียนรู้ว่าทุกประเทศกำลังวิ่งไปตามกระแสทุนนิยม ..คือ คนที่เข้าใจทุนจะเข้าใจพัฒนาการของธุรกิจทุกประเทศ เพราะมัน 'เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป' คล้ายๆ กัน ...นักลงทุนพอจะเก็ง Cycle และลงทุนตามรอบได้


2. Globalize วันนี้ไม่ work แล้ว ..ธุรกิจที่สำเร็จต้อง Localize คือ เชี่ยวชาญและเข้าใจตลาด เข้าใจคนในประเทศนั้นจริงๆ 


3. ตลาดหุ้นเป็นกลไก เปิดประเทศ ..เพราะทำให้ธุรกิจยอมจ่ายภาษี แล้วจ้างมืออาชีพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขยาย และโต - คนที่เข้าใจกลไกตลาดหุ้นได้เร็ว จึงกลายเป็นเศรษฐีใหม่


4. เวียดนามเดินตามไทยในอดีต ทั้งธุรกิจและตลาดหุ้น ..cycle ของตลาดก็น่าจะคล้ายๆ กัน ..ปั่นอสังหา-ธุรกิจเล็กขยายยาก-ค่าจ้างโตช้ากว่าค่าเช่าอสังหา ทำงานแค่จ่ายค่าเช่าให้คนรวยยิ่งรวย-ค่าครองชีพสูง ทำให้คนจนไม่สามารถยกระดับฐานะได้-รัฐบาลไม่มีเงิน เพราะภาษีเก็บจากคนรวยไม่ได้ ส่วนคนชั้นกลางก็ยังไม่โต


เวียดนามโตเร็ว น่าศึกษา และเรียนรู้ ..แต่ในเรื่องการสร้างตัวและลงทุน ณ เวลานี้ ..ผมยังมองประเทศไทย มีศักยภาพสูงกว่า


โอกาสประเทศไทย อยู่ที่ บริษัทตั้งเป้าเข้าตลาดหุ้น ..ใช้บัญชีเล่มเดียว จ่ายภาษีเต็ม เพราะ นักธุรกิจใหญ่รวยจากการจ่ายภาษี ไม่ใช่หลบภาษี (อันนี้คนส่วนใหญ่เข้าใจตรงข้ามเลย) ..แค่บัญชีเล่มเดียว แล้วไปโตในตลาดหุ้น GDP กระโดดแน่นอน win-win สุดๆ 


....ใช่!! ไทยเรามีโอกาสแฝงอีกเยอะครับ


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ