แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

น้ำท่วมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น !!



"วันนี้ ผมแอบไปนั่งฟัง สัมมนา ออมเงินทำงาน ของครอบครัวข่าวช่อง 3 ดำเนินรายการโดย คุณ บัญชา ... และมี ดร.สุวรรณ / ดร.กอบศักดิ์ / ดร.ก้องเกียรติ ..และ อีกหลายๆท่าน ซึ่งน่าสนใจมาก ... "เรื่องน้ำท่วม สรุปแล้ว เป็นบททดสอบรัฐบาล ...เพราะก่อนน้ำท่วม เศรษฐกิจเรากำลังจะดีเยี่ยม (ถ้าที่ผมพูดบ่อยๆ ก็ The Beginning of Asian Miracle 2 นั่นเอง)

..วันนี้เรียกบุญมี แต่กรรมบังนิดๆ ... ปกติฟ้า ต้องทดสอบคน -- เวลานี้ ฟ้าทดสอบเมือง ก็ต้องดู ฝีมือ การแก้ปัญหาของรัฐบาล" ... โดย ปกติ ในวิกฤต ย่อมมีโอกาส ขึ้นกับการจัดการ เช่น โอกาสในการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยเหลือ ชาวบ้าน และธุรกิจ โอกาสในการลงทุน Mega Project ที่จะสร้างงาน และ การบริโภค

... (น้ำท่วมที่กระทบ นิคมอุตสาหกรรม ยังไม่เคยมีแบบนี้ แต่ในวิกฤต ก็มีโอกาส เพราะธุรกิจเหล่านี้ แข็งแกร่ง การที่บริษัทต่างๆต้องหันมาฟื้นฟูธุรกิจ จะเกิดการบริโภค ..ในส่วนสินเชื่อที่หมุน จะมากขึ้น ..แน่นอน ในระยะสั้น ไม่ใช่ผลดี เพราะคนจะว่างงานชั่วคราว ...แต่หลังจากนั้น ก็น่าจะเป็น ฟ้าใสหลังฝน!!) ....

ประเด็นที่ผมสนใจอีกข้อ คือ ETF ทอง ซึ่งตอนนี้ มีของ BBL และ ก็ KBANK ... ออกมาชนกัน ..ข้อดีคือ ทั้งสองกองนี้ เหมือนลงทุนซื้อทองแท่งนั่นแหละ แต่ดีตรงที่ ไม่ต้องไปเยาวราชเอง สามารถซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ได้เลย ..."ไอ้ที่น่าสนใจกว่านั้น คือ เวลาในการเปิดกองทุน ..คือ มันเป็นจังหวะที่ดี เพราะเขาเปิดตอนนี้ ที่ราคาทอง $1,600 กว่าๆ -- ซึ่งมันเป็นราคาที่ มีศพมหาศาล ติดดอยกันที่ $1,900 ช่วงกลางๆปีนี้"

... ภาพใหญ่ทอง เราได้เห็น $2,000 ต่อออนซ์ น่าจะไม่เกินปีหน้า "ดังนั้น คนที่มีเงินนอน ได้สักหนึ่งปี ETF ทองก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ (แต่ต้องเงินนอนนะ เพราะระยะสั้น ราคาผันผวนแน่นอน) -- สาเหตุหลักๆ คือ QE นั่นเอง ..ทีแรกมีแต่อเมริกา ที่พิมพ์เงินบ้าบอ ..ตอนนี้ วิกฤตยุโรป หนีไม่พ้น ...ฟันธง EU ก็ต้อง QE แน่นอน ...ส่วนอเมริกา ก็น่าจะ QE (แต่เขาอาจเปลี่ยนชื่อ อะไรก็ว่าไป) -- ดังนั้น อีกไม่นาน ..เงินสด มันจะล้นโลก ..แถมอยู่ใน สินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนเป็นหลัก

... "คิดแบบ Common Sense ..มันก็ต้องมี บางคน บางกองทุน ที่กล้าโยกเข้ามา Asset ต่างๆ อย่าง หุ้น , ทอง และ Commodity เพราะผลตอบแทนมันเหนือกว่า (คิดง่ายๆ หุ้น ถ้าตัดความผันผวนของราคาออกไป เราซื้อกินปันผล 5 - 10 % แบบชิว ..ยิ่งถ้าเลือกกิจการ Blue Chip ที่มั่นคงเติบโต จะได้ Capital Gain แน่นอน หลังวิกฤตผ่านไป let Say 5 ปี "ทนรวยให้ได้ละกัน..อิ อิ")...จากนั้น เมื่อกองทุนนึง โยกเข้ามา ..อีกกอง ก็คงน้อยหน้าไม่ได้

-- ประเด็น คือ เราต้องมองภาพให้ออกว่า สุดท้าย เงินมันจะวิ่งขึ้นที่สูง (เงินจะวิ่งหาผลตอบแทนที่สูงกว่า ซึ่ง ทอง , หุ้น และ Commodity มันตอบโจทย์) ..แต่ข้อแนะนำของผม คือ แม้ว่า เราจะรู้ว่า ภาพใหญ่ของ หุ้น , ทอง และ Commodity จะขึ้นอีกมหาศาล

(แต่!!!) -- แต่เงินที่เอามาลงทุน "ผมแนะนำให้เป็น เงินนอน เช่น เงินฝาก(ที่ไร้ดอกเบี้ยนั่นแหละ)" ... เพราะระหว่าง ทางการขึ้น มันต้องผันผวน อย่างรุนแรง (มันจะมี Panic แบบที่ผ่านมา อีกหลายครั้งแน่นอน ประเด็นคือ ถ้าเรารู้ว่าภาพใหญ่ขึ้น คุณจะมานั่งแห่ ซื้อตอนแพง แล้วมาแย่งกันขายถูกๆ ทำไม ... ที่ make Sense คือ ทยอยซื้อ ทุกครั้งที่ตกแรง จากนั้น ไปขายนุ่นเลย 5 ปี "เงินเฟ้อขนาดนี้ ไม่รวย ให้มันรู้ไป".

.. คนที่เข้าใจ และมีสติมั่นคง จะรู้ว่า "ตัวเราเดินมาถูกทาง (ดูง่ายๆ สามปีที่ผ่านมา โดยรวมคุณรวยขึ้นหรือจนลง ..เพราะ คนที่วางเงินใน Asset ผมบอกได้ว่า ผันผวน ...ขึ้นลง แต่ถ้าใครใจนิ่งพอ ..มูลค่า Port มันโตขึ้นน่ะ ..."ที่ผมรู้ เพราะผม ลงทุนนั่นเองครับพี่น้อง") .... ก็เอามุมมอง ของเหล่ากูรู ..ผสมมุมมองของผม ที่แอบไปฟังมาแชร์กัน ..โชคดีครับ ทุกคน!!



"ถ้าคนเราสามารถรวย และเด่นดัง ในโอกาสที่ทุกคนเห็นเหมือนๆกัน คงดีไม่น้อย!! ...แต่ขอบอกว่า ในโลกความเป็นจริง มันไม่ใช่เลย ...คนที่จะรวย หรือ ประสบความสำเร็จ ก็เพราะเขาสามารถเห็นโอกาสในวิกฤต ...เพราะคนจะรวย ก็คือ สามารถซื้อ Asset ในราคาโคตรถูก แล้วไปขายในเวลาโคตรแพง "บางคนไม่ขายด้วยซ้ำ" -- (ในเวลาที่คนส่วนใหญ่แย่งกันขาย อย่าง Carlos Slim เศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ชาว Mexico ที่เพิ่งแซง Bill Gates ไปแล้ว ก็รวยจากการซื้อหุ้น บริษัท Conglomerate ในช่วง วิกฤตประเทศลาตินอเมริกา "ตอนนั้นลาติน เน่ากว่า ยุโรป เพราะเงินลาติน ตอนนั้น Default ไปเลย ..เจ๊งไปเลยว่างั้น")

...ประเด็น คือ Asset เท่านั้นที่ทำให้เรารวยได้ เพราะในระยะยาว เงินสด มันลดมูลค่า ในขณะที่ Asset มันเพิ่มมูลค่าตามเงินเฟ้อ ..และมันยิ่งโต ในอัตราเร่ง เมื่อมูลค่าเงินมันลดลงในอัตราเร่ง" (ฟังดูอาจจะ งง งวย ...แต่ถ้าผมจะบอกว่า คนส่วนใหญ่ ซื้อเวลาข่าวดี .."ซื้อแพง" ..ขายเวลาข่าวร้าย .."ขายถูก" ...ฮึม!! จะรวยได้อย่างไร ..เพราะคนจะรวยมันต้อง "ซื้อถูก ขายแพง" ฟังดูง่าย แต่มันยากโคตร ๆ ๆ ๆ ๆ เพราะเวลา "Asset ถูก" มันมีแต่ข่าวร้ายไง ...และทุกคนก็เห็นตรงกันว่า .."ผมสามารถซื้อในราคาที่ถูกที่สุด" (แม่งฝันโคตรๆ ..ถ้าคิดเหมือนกันทั้งโลก แล้วใครจะซื้อได้ถูกที่สุดล่ะ ..แน่นอน มันไม่ใช่คุณ...555 -- ผมคิดจนหัวแทบแตก ..ผมสรุปได้ว่า จุดที่ดีที่สุด คือ จุดที่เรารับความเสี่ยงได้ ไม่ใช่จุดที่ถูกที่สุด เพราะ จุดถูกที่สุด มันเป็น อุดมคติ "มันไม่มี!!!"

... นักลงทุนที่ฉลาด ไม่ใช่คนที่รอซื้อถูกที่สุด แค่เป็นคนที่กำหนด การเดินทาง "Journey ของตัวเอง" ..จากนั้น ก็เดินจากจุดหนึ่ง ไปอีกจุดหนึ่ง ...โดยไม่แคร์ว่า คนส่วนใหญ่จะทำอะไร เพราะมัน ไม่ Make Sense ... การที่นักลงทุนที่ฉลาดกำหนดการเดินทางของตัวเอง ก็จะ สามารถซื้อที่ "จุดที่รับความเสี่ยงได้" แล้ว "ก็ไปขายในจุดที่เขาว่ามันแพง" ...เออ!! ใครทำได้ รวยๆ แบบ พอเพียง ..แปลกนะ คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้ ...เพราะ ต้องการซื้อถูกที่สุด ขายแพงที่สุด ... แถมเข้ามาลงทุนแบบเสียไม่ได้

... "เสียไม่ได้" คุณรู้ไหม เจ๊งทุกคน .. ไอ้ที่ไม่เจ๊ง มันมีหลายแบบ แต่เท่าที่ดู เขาเสียได้นะ

..นัก Technical ที่ประสบความสำเร็จ เขามีจุด Cut Loss แปลว่า เขาเสียได้ถูกไหม !!

... นักลงทุนระยะยาวที่ประสบความสำเร็จ เขาซื้อหุ้นถูก ไม่ได้ถูกที่สุด ..ดังนั้น โดยปกติ เวลาซื้อมักขาดทุนระยะสั้น เพื่อได้กำไรระยะยาว แปลว่า เขาก็เสียได้ถูกไหม!!

--- ดังนั้น ไอ้พวก "นักลงทุน แบบเสียไม่ได้" ... จึงหมดตัวทุกราย ..เสียไม่ได้ จึงเสียหมดตัว !!! ..."นี่แหละ สัจธรรมของตลาดหุ้น"

สุดท้าย "ตลาดหุ้น" จะสอนเราว่า ...คนใดที่เข้าใจตัวเอง และปล่อยวางได้ ..คนนั้น คือ คนที่ตลาดหุ้นจะให้รางวัล อย่างงาม -- ผู้ชนะในตลาดหุ้นรวยโคตรๆ ก็จริง -- แต่คุณรู้หรือไม่ว่า เขาเหล่านั้น ไม่ใช่คนโลภเลย

(โลภ = "เสีย" / เสียไม่ได้ = "เสียหมดตูด" / ตัดได้ = รวยได้ / ตัดเงินก้อนนั้นออกจากชีวิตและอารมณ์ได้ = โอ!! แม่เจ้า รวยสุดขั้ว..555)

2 ความคิดเห็น:

  1. ชื่อยังกะ......หนังปิดเทอมใหญ่ใจว้าวุ่น

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ8 พฤศจิกายน 2554 12:38

    ข้อคิดดี ติดตามมาตลอด แต่เหมือนวนในอ่าง ไม่มีอะไรใหม่

    ตอบลบ

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ