แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

7 วิธีคิด ความสำเร็จของ Elon Musk ที่ทำให้เขาสามารถสร้างธุรกิจที่หลากหลาย การเงิน / EV / อวกาศ ..ให้โตกระฉูดระดับโลก

 7 วิธีคิด ความสำเร็จของ Elon Musk ที่ทำให้เขาสามารถสร้างธุรกิจที่หลากหลาย การเงิน / EV / อวกาศ ..ให้โตกระฉูดระดับโลก 


ความสำเร็จที่ Elon Musk สร้างธุรกิจที่หลากหลายและพลิกโฉมหน้าหลายอุตสาหกรรม (ตั้งแต่ระบบชำระเงิน, รถยนต์ไฟฟ้า, ไปจนถึงยานอวกาศ) ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เกิดจาก "วิธีคิด" (Mindset) ที่แปลกแยกและดุดัน


นี่คือ 7 เบื้องหลังวิธีคิดของ Elon Musk ที่คุณสามารถนำมาปรับใช้ได้ครับ:


1. First Principles Thinking (การคิดจากหลักการแรก)


Musk มักจะย่อยปัญหาลงไปสู่ ความจริงพื้นฐานที่สุด ที่ไม่สามารถโต้แย้งได้ทางฟิสิกส์ แทนที่จะคิดแบบเปรียบเทียบ (Reasoning by Analogy) หรือทำตามๆ กันมา

 ตัวอย่าง: ตอนที่จะสร้างจรวด SpaceX คนบอกว่าจรวดแพงมาก แต่ Musk ใช้วิธีคำนวณราคายอดรวมของวัสดุศาสตร์ เช่น คาร์บอนไฟเบอร์, ทองแดง, และอลูมิเนียมในตลาดโลก แล้วพบว่าราคามันแค่ประมาณ 2% ของราคาจรวดสำเร็จรูป เขาเลยเลือกที่จะสร้างมันขึ้นมาเองทั้งหมด


2. Risk-Taking & Skin in the Game (พร้อมหมดตัวเพื่อสิ่งที่เชื่อ)


เขาไม่ได้แค่ลงทุนด้วยเงินของคนอื่น แต่เขาทุ่มหมดหน้าตัก (Skin in the Game) ในช่วงปี 2008 ที่ทั้ง Tesla และ SpaceX เกือบจะล้มละลาย Musk เอาเงินก้อนสุดท้ายจากยอดขาย PayPal มาแบ่งฉีดเข้าทั้งสองบริษัทจนตัวเองต้องกู้เงินมาจ่ายค่าเช่าบ้าน ความใจถึงนี้ทำให้ทีมงานและนักลงทุนยอมเดิมพันไปกับเขา


3. Extreme Vertical Integration (การควบคุมซัพพลายเชนเองทั้งหมด)


ในขณะที่บริษัทอื่นใช้วิธี Outsource หรือจ้างผลิต แต่ Musk เลือกที่จะทำเองเกือบทุกอย่าง (Vertical Integration)

 SpaceX ผลิตชิ้นส่วนจรวดเองมากกว่า 70-80%


 Tesla ผลิตแบตเตอรี่และเขียนซอฟต์แวร์ควบคุมรถเอง

วิธีนี้ทำให้เขาลดต้นทุนได้มหาศาล แก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว และไม่ต้องขึ้นอยู่กับซัพพลายเออร์รายอื่น


4. High-Stakes Mission Driven (ขับเคลื่อนด้วยภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าเงิน)


Musk ไม่ได้ตั้งบริษัทเพื่อ "หาเงิน" เป็นเป้าหมายหลัก แต่เขาตั้งเป้าหมายไปที่ การอยู่รอดของมนุษยชาติ


 Tesla: เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานยั่งยืน


 SpaceX: เพื่อทำให้มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตหลายดาวเคราะห์ (Multi-planetary species)


เมื่อภารกิจมันยิ่งใหญ่และโรแมนติก มันจึงสามารถดึงดูดคนระดับหัวกะทิ (Top Talents) ของโลกให้มาทำงานถวายหัวให้เขาได้


5. Embracing Failure & Rapid Iteration (ล้มเหลวให้ไว เพื่อพัฒนาให้เร็ว)


สำหรับ Musk ความล้มเหลวคือหนึ่งในกระบวนการทำงาน ในช่วงแรกของ SpaceX จรวด Falcon 1 ระเบิดติดต่อกันถึง 3 ครั้ง แต่แทนที่จะล้มเลิก เขาเก็บข้อมูล (Data) จากซากปรักหักพังนั้นมาแก้ไขอย่างรวดเร็ว ระบบทำงานของเขาจึงเน้นการสร้างตัวต้นแบบ ลองผิดลองถูก และปรับปรุงแบบก้าวกระโดด (Fast Iteration)


6. The "Algorithm" (กฎ 5 ข้อในการบริหารจัดการ)


Musk มีสูตรสำเร็จในการทำงานที่เขาบังคับใช้กับทุกบริษัท เรียกว่า "The Algorithm" ประกอบด้วย:


1 Question every requirement: ตั้งคำถามกับทุกข้อกำหนด (แม้ว่ามันจะมาจากหัวหน้าหรือคนเก่งแค่ไหนก็ตาม)


2 Delete any part or process you can: ตัดชิ้นส่วนหรือขั้นตอนที่ไม่จำเป็นออกให้มากที่สุด


3 Simplify or optimize: ทำให้เรียบง่ายและดีที่สุด (ทำหลังจากตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกแล้วเท่านั้น)


4 Accelerate cycle time: ทำเร่งรอบเวลาการทำงานให้เร็วขึ้น


5 Automate: ใช้ระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์ทำงานในขั้นตอนสุดท้าย


7. Time Boxing & Aggressive Timelines (ตั้งเส้นตายที่แทบเป็นไปไม่ได้)


Musk เป็นที่รู้จักกันดีในการตั้งเดดไลน์ที่โหดหิน (บางครั้งก็ดูเกินจริง หรือที่เรียกว่า Elon Time) แม้ว่าหลายครั้งจะเลท แต่การตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานและกดดันอย่างหนัก ทำให้ทีมงานเค้นศักยภาพสูงสุดออกมา และมักจะทำสำเร็จเร็วกว่ามาตรฐานของอุตสาหกรรมเดิมเสมอ


#จัดไป

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ