แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

7 ข้อ ลุยไฟตลาดหุ้นไทยรอบใหม่ ..ฟู่!!! ..เอาไงกันเพื่อนๆ

 7 ข้อ ลุยไฟตลาดหุ้นไทยรอบใหม่ ..ฟู่!!! ..เอาไงกันเพื่อนๆ 


1. คำนิยามตลาดรอบนี้: "ของดีราคาถูก" ฟื้นคืนชีพ


สภาวะปัจจุบันคือ "Liquidity Rotation + Deep Value Rebound" เงินทุนโลกกำลังหมุนเวียนออกจากสินทรัพย์ที่แพงเกินไป วิ่งเข้าหาตลาดที่ราคายังอยู่ก้นเหวและมี Margin of Safety สูง


 สถิติสะท้อนภาพ: หุ้นเทคฯ อเมริกา ทองคำ และ Bitcoin พุ่งทะยานจน P/E ทะลุอวกาศในช่วงก่อนหน้านี้ เงินทุนจึงต้อง "ไหลหาที่ต่ำ" ซึ่งก็คือตลาดหุ้นไทย


2. ดัชนี SET ทะยานแรงอันดับต้นๆ ของภูมิภาค


ตลาดหุ้นไทยพลิกโฉมจากตลาดที่ซบเซาเรื้อรัง กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่สร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคนี้อย่างรวดเร็ว


 สถิติสะท้อนภาพ: ตั้งแต่ต้นปีจนถึงกลางปี 2026 SET Index พุ่งทะยานยืนเหนือ 1,600 จุด โดย YTD (Year-to-Date) บวกร่วมๆ 28% - 30% จากโซนต่ำสุดในรอบหลายปี


3. หุ้นเล็ก/กลาง: สายซิ่ง "ระเบิดเด้ง"

หุ้นขนาดกลางและเล็ก (Small & Mid Cap) 


วิ่งแรงหลายเท่าตัวในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากช่วงขาลงโดนทุบจนต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอย่างมาก


 สถิติสะท้อนภาพ: ราคาหุ้นกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ดิ่งต่ำกว่า Book Value (มูลค่าทางบัญชี) ไปเยอะมาก พอเงินใหม่ไหลเข้า สภาพคล่องที่ต่ำ (Low Liquidity) จึงผลักดันให้ราคาดีดกลับเป็น "หลายเด้ง" ได้ง่ายและเร็ว


4. หุ้นใหญ่: ห่านทองคำของต่างชาติ

หุ้นพิมพ์นิยมขนาดใหญ่ (Big Cap) คือเป้าหมายหลักของเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลกลับเข้ามารอบใหม่ 


 สถิติสะท้อนภาพ: เงินนอก (Foreign Inflow) พลิกกลับมาเป็นยอดซื้อสุทธิหนุนหุ้นใหญ่ โดยมีสถิติ ปันผลค้ำคอสูงถึง 5% - 7% เป็นหลุมหลบภัยชั้นดี


5. พื้นฐานรองรับ ไม่ใช่แค่ข่าวลือ


การขึ้นรอบนี้ไม่ได้มาเพราะแรงปั่นของกระแสเงินเพียงอย่างเดียว แต่มีตัวเลขผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนมารองรับจริง


 สถิติสะท้อนภาพ: นักวิเคราะห์พร้อมใจปรับประมาณการ EPS (กำไรต่อหุ้น) ของบริษัทใน SET ขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี


6. ระยะเวลาของงานเลี้ยง: ยาวไปอีก 1-2 ปี


ทิศทางดอกเบี้ยโลก (FED และยุโรป) ที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องและการเพิ่งเริ่มต้นของรอบการย้ายเงิน ทำให้อยู่ในสถานะ "ต้นถึงกลางน้ำ"


 สถิติสะท้อนภาพ: คาดการณ์ว่าไซเคิลฟื้นตัวรอบนี้จะลากยาวไปได้อีกอย่างน้อย 1 - 2 ปี (ตราบใดที่ไม่มีวิกฤตระดับโลกหรือ Black Swan เข้ามากระแทกแรงๆ)


7. กลยุทธ์ "ตักตวงแล้วซุก" (The Master Strategy)


พฤติกรรมของหุ้นไทยมักวิ่งเป็นไซเคิลสั้นและจบรอบแรง หุ้นปั่นที่ไม่มีกำไรจริงจะดิ่งกลับจุดเริ่มต้นไวมากหากกระแสเงินหมด


 สถิติสะท้อนภาพ: กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือแบ่งเงินไปสร้างกระแสเงินสดความเร็วสูงกับหุ้นเล็ก เมื่อได้กำไรเป็น "เด้ง" ให้ทยอยถอนทุนและกำไรมาซุกในหุ้นใหญ่ปันผลสูง หรือสินทรัพย์จริงที่มีความแข็งแกร่งผูกขาดทันที 


ก่อนที่งานเลี้ยงจะเลิกรา !!


#จัดไป


บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ