7 สรุปสั้นๆ ทางตันการเงินสหรัฐฯ และกับดัก Fed
1. หนี้ทุบสถิติทะลุฟ้า (สะสมจนเริ่มคุมไม่อยู่):
หนี้สาธารณะสหรัฐฯ พุ่งสูงทะลุ $39.6 ล้านล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนสูงเกิน 124% - 130% ของ GDP ซึ่งขยับสูงกว่าระดับช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เรียบร้อยแล้ว
2. จ่ายแค่ "ดอกเบี้ย" ก็แทบล้มละลาย:
ด้วยระดับหนี้ที่ใหญ่มาก รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องเจียดงบประมาณจ่ายแค่ "ค่าดอกเบี้ยหนี้" พุ่งแตะระดับเฉลี่ยปีละกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ (หรือกว่า 8.5 แสนล้านดอลลาร์ในรอบ 9 เดือนแรกของปี) จนภาระดอกเบี้ยกลายเป็นงบจ่ายที่แซงหน้างบกลาโหมไปแล้ว
3. Fed ติดกับดัก "ลดดอกเบี้ยไม่ได้... ขึ้นดอกเบี้ยก็พัง":
หาก Fed ลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยรัฐบาลประหยัดค่าดอกเบี้ย เงินเฟ้อก็จะตีกลับฉับพลัน แต่ถ้าคงดอกเบี้ยไว้สูงแถว 3.50% - 3.75% หรือปรับขึ้นอีก ภาระดอกเบี้ยของรัฐบาลก็จะยิ่งเพิ่มมหาศาลจนขาดดุลคลังรุนแรง
4. เงินเฟ้อเรื้อรัง (Stagflationary Pressure):
เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังคงหนืดและค้างอยู่เหนือเป้าหมาย 2% จากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ภาวะภูมิรัฐศาสตร์ และต้นทุนพลังงาน ส่งผลให้กำลังซื้อที่แท้จริงของดอลลาร์ลดลงไปเรื่อยๆ (ซื้อของแพงขึ้นแต่ income เท่าเดิม)
5. ขาดดุลการคลังเรื้อรัง (กู้เงินมาจ่ายดอกเบี้ยหนี้):
รัฐบาลสหรัฐฯ ขาดดุลการคลังเฉลี่ยปีละ $1.4 - $1.8 ล้านล้านดอลลาร์ กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่ต้อง "ออกพันธบัตรใหม่เพื่อมากู้เงินไปจ่ายดอกเบี้ยของหนี้ก้อนเก่า" ไม่จบสิ้น
6. ต่างชาติเริ่มถอย... Fed จำเป็นต้องอุ้มเอง:
ธนาคารกลางต่างชาติ (เช่น จีน และญี่ปุ่น) เริ่มลดอัตราส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลงเพื่อป้องกันความเสี่ยง ทำให้ในอนาคต หากไม่มีคนซื้อหนี้ สหรัฐฯ จะเหลือทางเลือกเดียวคือบังคับให้ Fed พิมพ์เงินมาซื้อหนี้ตัวเอง (Fiscal Dominance / Quantitative Easing) ซึ่งจะยิ่งทำลายค่าเงินดอลลาร์
7. "เสื่อมค่าดีกว่าล้มละลาย" (Debasement Strategy):
ทางออกสุดท้ายที่สหรัฐฯ มักใช้ ไม่ใช่การเบี้ยวหนี้ แต่คือ "ยอมให้เงินเฟ้อค้างสูง เพื่อเจือจางมูลค่าหนี้ในอนาคต" (Fiscal Inflation) ส่งผลให้เงินดอลลาร์เสื่อมอำนาจการซื้อลงเรื่อยๆ และบีบให้สินทรัพย์โภคภัณฑ์ ทองคำ หรือสินทรัพย์เสี่ยงกลายเป็นที่หลบภัย
สรุปภาพรวม: สหรัฐฯ กำลังติดอยู่ใน "กับดักหนี้เชิงโครงสร้าง" ไม่ต่างจากญี่ปุ่น ต่างกันเพียงแค่อเมริกาครองสถานะ "สกุลเงินสำรองโลก" (Reserve Currency) ทำให้ยังสามารถพิมพ์เงินเจือจางหนี้และยื้อเวลาออกไปได้เรื่อยๆ แต่แลกมาด้วยความมั่งคั่งที่แท้จริงของผู้ถือดอลลาร์ที่ลดลงครับ
#จัดไป