รีวิวรถบ้าน ค่าย ‘กบ‘ คันล่าสุดของบ้าน 🐸
ปกติบ้านผมสมัยก่อนสายเบนซ์ …รถบ้านคันหลัก ส่วนใหญ่ก็ต้อง Benz S Class …แต่จุดเปลี่ยนของค่ายตราดาว มันมีจุดตัดอยู่ที่ปี 2012 !!
…หลังปี 2012 เป็นต้นไป รถเบนซ์เหมือนจะเปลี่ยนจาก Built to last ทนถึก …มาเป็น Built to Obsolete..สร้างมาให้หมดอายุแค่ระยะเวลาประกัน หลังจากนั้น บันเทิงล่ะ
…รถเบนซ์ที่ซื้อหลังปีนั้น ผมขายทิ้งไปหมดแล้ว ทั้ง C Class ทั้ง S Class …เอาตรงๆ ซ่อมไม่ไหว เบื่อ !!
(ผมว่าสิ่งที่เซ็งที่สุดของเจ้าของรถ คือ ช่วงที่ค่าซ่อมมันแพงเท่าราคารถมือสอง …ผมเรียกจุดนี้ว่า ‘ขี้หักใน’ คือ สมมุติราคารถเหลืออยู่แค่ 1 ล้าน แต่ค่าซ่อมที่กำลังจะมา เกิน 1 ล้านไปเยอะ …นี่แหละ ขี้หักใน …จะอยู่ในจุด ‘กลับตัวก็ไม่ได้ จะไปต่อไป ก็ไปไม่ถึง‘)
…ปัญหาหลักๆ ของ ค่าซ่อม มันแพงกว่าตัวรถ เพราะ ราคารถมือสองมันตกจนไม่เหลือค่า …ซึ่งถ้าไปดู รถที่ราคามือสองตกจนเหมือนให้ฟรี คือ รถทุกรุ่น ทุกยี่ห้อที่ซ่อมแพง …รถอะไร ราคามือสองเละ เดาได้เลย ค่าซ่อมจุกๆ
…พวกรถ Hybrid ขึ้นกับราคาเปลี่ยน แบต Hybrid ยิ่งแพง + แล้วรถพวกนี้มันหนักแบต ช่วงล่างมันจะพังด้วย …ถ้าโช๊คถุงผมอีกนะ …เละ ตุ้ม เป๊ะ!!
…ถ้ารถไฟฟ้าล้วน ผมว่า ง่ายๆ ตี 0 ไปเลย …แล้วแกะแบตมาใช้เป็นแบตบ้าน น่าจะดีกว่า
…แต่ที่บ้านก็ยังเหลือเบนซ์คันสุดท้าย ..คือ C180 ปี 2012 นำเข้าทั้งคัน …อันนี้ดีจริง ทนถึก ไร้ปัญหา …ก็สมมาตรฐานเบนซ์ในอดีต ‘ก็เลยยังเก็บไว้ฮะ’
พอน้ำตาไหลจาก S Class ก็เลยต้องหารถบ้านคันเก่ง ตัวใหม่ให้คุณพ่อ …เอาอะไรดีล่ะ ถึงจะทดแทนกันได้ …ต้องสู้ได้ทั้งความหล่อ สมรรถนะ และราคา ??
…หาตั้งนานมาลงตัวที่ Porsche รุ่น Panamera 4 e-hybrid Executive …ชื่อยาว เหมือนตัวรถ คันนี้ยาวกว่ารุ่นธรรมดา อีก 15 ซม.
เบาะหลังแยก ใหญ่ ยาว เลยนั่งได้แค่ 2 คน …ก็เหมาะกับผู้บริหาร …มีคนขับก็ได้ ..ขับเองก็ดี
…ค่ายกบ …ผมใช้มาแทบทุกรุ่น …รุ่นที่ค่าเสื่อมหนักสุด ตุกสุดคือ ไฟฟ้าล้วน Taycan …รองลงมาก็ Cayenne hybrid และ ก็ Panamera hybrid นี่แหละ
ใช่ครับ …อะไรมีไฟฟ้า พ่วงมาก ราคาร่วงมาก ตามนั้นเลย …เข้าใจหัวอกคนซื้อ ถ้าเปลี่ยนแบต แพงขนาดนี้ ฉันไปซื้อรถใหม่ไม่ดีกว่าเหรอ ?
โอเค…แล้วผมซื้อ Panamera hybrid executive ทำไม ? ….เอาตรงๆ ถ้าให้ซื้อมือหนึ่งเลย ผมไม่เอานะ
คันนี้ผมซื้อมือสอง รถประมาณ 3 ปีกว่า ไมล์ใช้ไปแค่หมื่นกว่า …ตามสไตล์รถผู้บริหารวิ่งน้อย …มือหนึ่งเกือบ 10 ล้าน พอมือสอง เหลือครึ่งนึง …อ้าา!! ค่อยราคาสมเหตุสมผล …นี่คือ จุดเข้าซื้อในฐานะนักลงทุนแบบผม …555
ตอนได้มา เอาไปลองขับ …ขับดีมาก แน่น หนึบ …ถ้า S Class คือ สุดยอดของคนนั่งสบาย …อันนี้ Panamera คือ นั่งพอได้ แต่ขับเอง โคตรมันส์ …Nothing drive like a Porsche - นั่นแหละ !!
ขับสี่ล้อ เข้าโค้งเหมือนวิ่งในราง กดเป็นมา 0-100 ต่ำ 5 วิ แรงม้าเกือบ 500 ม้า …เอาเป็นว่า เหลือๆ (เหลือชีวิตเอาไว้ขับยาวๆ ดีแล้วฮะ) …ข้อดีของ Porsche คือ ช่วงล่าง ..มันเอาอยู่ คุณจับพวงมาลัย แล้วกดเข้าไป รถรุ่นใหม่มันแรงหมดแหละ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า แต่ไม่ใช่ทุกคัน จะเอาอยู่ …แต่ Panamera นี่คือ ที่สุดของการเอาอยู่ !!
มันส์สู้ 911 ได้ไหม ?
‘ไม่ได้‘ …มันเทียบผิดจุด …911 มันคล่องตัวมุด พริ้ว …เอาตรงๆ ผมว่า 911 ใันพริ้วกว่า ทั้ง กระทิง และ ม้า นะ …เพราะมันเล็ก เครื่องท้าย กดแล้วมันกระชากเลย ฟิวรถไฟฟ้าแบบนั้นเลย
ส่วน Panamera ผมว่า ให้ฟิว พ่อบ้าน แต่สายซิ่ง คือ ซิ่งนะ แต่มีความสุขุม แนวพ่อบ้าน …อย่าแหย่ ไม่ได้ ขึ้น !!! …ถ้าลองขึ้น ก็ไหลๆ ยาวๆ …กดเป็นมา มา มา
ค่าเสื่อม ?
…ผมทำใจละ ว่า น่าจะหนัก แต่ถ้าซื้อมือสอง มันก็ทุเลาความหนักลงไปครึ่งนึงละ
คันนี้เริ่มใช้มาก็กำลังจะครบปี …ก็ยังไม่มีปัญหาอะไร
ค่าซ่อม …เอาตรงๆ ถ้าเล่น Porsche มือสอง ต้องหาช่างและอู่คู่ใจ …ประมาณนั้น จบการรีวิว หรือ บ่น หรือ อวย ก็ว่าไป …โย่ว !!
#ภาววิทย์กลิ่นประทุม