หุ้นแบงค์ปันผลดี แต่ดูเหมทอนมันไม่ใช่ต้นรอบ แบบนี้ต้องระวังอะไรไหม ?
ตลาดหุ้นไทย หุ้นใหญ่ ปันผลสูง แทบทุกกลุ่มอยู่ในโซนต้นรอบ …เพราะราคาร่วงมาจนถูก มีศพข้างบน เป็นเกาะกำบังเรา แต่กลุ่มแบงค์ ปันผลก็สูงลิ่ว แต่ปัญหาคือ มันอยู่ด้านบน มันไม่ใช่ต้นรอบ ราคามันลง …แล้วถ้าเราอยากซื้อถือยาว รับปันผล ต้องระวังอะไรไหม ?
ลองมาแกะสมการนี้แบบแยกส่วนประกอบกันครับ ว่าความกลัวนี้มีน้ำหนักแค่ไหน และมี "ปัจจัยที่คนส่วนใหญ่มองข้าม" อะไรบ้างในกลุ่มแบงค์
1. กลุ่มแบงค์กำลังอยู่ในสภาวะ "Earnings Peak?"
ในขณะที่เศรษฐกิจไทยซบเซา แต่ทำไมกำไรแบงค์ในรอบปีสองปีที่ผ่านมาถึงทำ New High?
คำตอบคือ NIM (Net Interest Margin) หรือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างเป็นประวัติการณ์ จากการที่ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับสูง แบงค์ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้เร็วแต่ขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากช้า
ดังนั้น ที่เห็นว่าราคามันค้างอยู่ข้างบน เพราะมันรับรู้ "กำไรที่พีคที่สุด" ไปแล้ว แต่สิ่งที่คนมองข้ามคือ:
The Downward Trend of Interest Rates:
เมื่อวัฏจักรดอกเบี้ยเปลี่ยนเป็นขาลงอย่างเต็มตัว NIM จะหดตัวลงทันที กำไรของแบงค์จะเริ่มลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการจ่ายปันผลในอนาคต หรือทำให้เกิดการปรับฐานของราคาหุ้น (Price Correction) เพื่อสะท้อนกำไรที่ลดลง
Hidden NPLs (หนี้เสียที่ยังไม่ถูกเปิดเผย):
เศรษฐกิจไทยระดับล่างและ SME แย่มานาน แบงค์ใหญ่ใช้วิธีเลื่อนการปรับโครงสร้างหนี้และตั้งสำรองหนี้สูญในระดับสูงเพื่อประคองไว้ หากในอนาคตมาตรการช่วยเหลือหมดลง หรือเศรษฐกิจไม่ฟื้น หนี้เสียเหล่านี้อาจระเบิดออกมาเป็นอุปสรรคสำคัญ
ดังนั้น การที่เรารู้สึกว่าแบงค์อยู่ "ปลายรอบ" ในแง่ของ Valuation และ Earnings Lifecycle จึงเป็นมุมมองที่ไม่ได้เว่อร์ ?
2. เราหมกมุ่นกับการซื้อ "ต้นรอบ" มากเกินไปสำหรับการเกษียณหรือไม่?
ผมจะอึดอัดมากถ้าต้องซื้อหุ้นที่รู้ว่าอยู่ปลายรอบ เพราะลึกๆ เราต้องการ Margin of Safety ทั้งในแง่ของราคา (Capital Gain) และปันผล (Yield) การซื้อต้นรอบทำให้เราซื้อและถือ แล้วสามารถนอนหลับสบายกว่า
3. ทางออกกลยุทธ์: สลับไปหากลุ่มที่อยู่ "ก้นเหว" (True Bottom)
ถ้าเราตัดกลุ่มแบงค์ออกไป หรือมองว่าเป็นกลุ่มประคองพอร์ตระยะสั้น โยกเงินสดของไปโฟกัสกลุ่มที่ราคา "สะท้อนข่าวร้ายไปหมดแล้วและอยู่ก้นเหวของไซเคิล" จริงๆ จะตอบโจทย์ได้มากกว่า:
1. กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับ Top-tier (SIRI, AP, SPALI): กลุ่มนี้คือต้นรอบของจริง ราคาร่วงลงมาสะท้อนวิกฤติกำลังซื้อไปหมดแล้ว จน Yield ทะยานไป 7-9%
ข้อดีคือต่อให้กำไรลดลงเล็กน้อย Yield ก็ยังสูงกว่า 5% อยู่ดี และถ้าดอกเบี้ยขาลงมา กลุ่มนี้จะได้ประโยชน์ 2 เด้ง (ต้นทุนการเงินลด + คนซื้อง่ายขึ้น) ราคาหุ้นมี Upside จากก้นเหวสูงมาก
2. กลุ่มพลังงาน/ปิโตรเคมีบางตัว หรือกลุ่มโรงไฟฟ้าใหญ่: ราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานโดนขายปรับฐานลงมาลึกจากเรื่องนโยบายรัฐบาลและต้นทุนพลังงาน ปัจจุบันราคาอยู่ในโซนต่ำมาก (Under-owned)
มีโอกาสเป็นต้นรอบเมื่อดอกเบี้ยเป็นขาลง เพราะหุ้นกลุ่มนี้เป็น Bond Proxy (แปรผันตรงข้ามกับดอกเบี้ย)
3. Infrastructure Funds / REITs ขนาดใหญ่:
ราคาลงมาลึกจน Yield แตะ 7-8% แข็งแกร่งกว่าแบงค์ตรงที่ไม่มีความเสี่ยงเรื่องหนี้สูญ (NPL) มีแค่ความเสี่ยงเรื่องผู้เช่า
ซึ่งถ้าเลือกสินทรัพย์ที่เป็นผูกขาด (เช่น เสาสัญญาณ, ทางด่วน, คลังสินค้าหลัก) กระแสเงินสดจะนิ่งมาก
สรุป คือ หุ้นแบงค์แข็งแกร่ง และ ปันผลดี แต่แค่ในมุมนักลงทุนระยะยาว เราอยากได้ Margin of Safety เราอยากรู้ในทุนที่ต่พกว่าคนอื่น (ซึ่งถ้าซื้อแบงค์ตอนนี้ ทุกเราแพง โอกาสดอยกว่าคนอื่น ก็แค่นั้น) …ซึ่งถ้าตลาด Crash แล้วมีการลดดอกเบี้ยหนัก นั่นแหละ แบงค์อาจจะเริ่มไม่ดี …ก็จับตาดูไว้ เอาเป็นข้อมูลครับ
#จัดไป