10 ข้อคิดทองคำ ‘เบื้องหลัง 3 บุรุษผู้รวมญี่ปุ่นเป็นหนึ่ง’ …ที่สกัดจากกลยุทธ์ชีวิตของ คุโรดะ คัมเบ ในซีรีส์ Strategist Kanbe เพื่อนำมาปรับใช้กับการบริหารชีวิต ธุรกิจ และพอร์ตการลงทุนของคุณ!!
…ยุคเซ็นโกคุ (Sengoku Period) ..คล้ายกับยุค 3 ก๊กในเมืองจีน
…เริ่มต้นขึ้นในศตวรรษที่ 15 เมื่อรัฐบาลส่วนกลางของโชกุนเสื่อมสลาย แผ่นดินญี่ปุ่นตกอยู่ในภาวะ "สงครามกลางเมือง" ยาวนานกว่า 100 ปี
ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นกล่าวไว้ว่า "โนบุนากะเป็นคนตำข้าว ฮิเดโยชิเป็นคนนวดแป้ง แต่อิเอยาสุเป็นคนนั่งกินขนมโมจิ"
บุรุษคนแรก ‘โนบุนากะ‘ …..Innovation & Speed …กล้าใช้เทคโนโลยี ล้างระบบเก่ารวดเร็ว (ผู้ริเริ่มการรวมญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่ง คล้ายๆ โจโฉ …ลูกน้องกลัวหัวหด …พลาดโดนลูกน้องคนสนิทหักหลัง โดนฆ่าก่อนจะรวมประเทศสำเร็จนิดเดียว)
บุรุษคนที่สอง ’ฮิเดโยชิ‘ …M&A & Networking ดีลเก่ง ประนีประนอม ใช้บารมีซื้อใจคน (เริ่มจากเป็นเด็กถือรองเท้าของ โนบุนากะ ..‘ฉายาเจ้าลิง’ ..บุรุษผู้มาจากศูนย์ สู่จุดสูงสุด และ เป็นผู้รับไม้ต่อ จนสามารถรวมญี่ปุ่นสำเร็จ)
บุรุษคนที่สาม ’อิเอยาสุ‘ (ใครเคยดู ซีรีย์ Shogun ใน ดีสนีย์ น่าจะคุ้นเคย) …Risk Management มองเกมยาว อดทน วางโครงสร้างคานอำนาจ …นี่คือ ‘สุมาอี้ แห่งสามก๊ก’ คือ หลังจากทุกคนตาย …อิเอยาสุ ก็เก๋าสุด เขาคือ ผู้เก็บรวบยอด และวางรากฐานให้ตระกูล ‘โทกุกาวะ’ ครองญี่ปุ่นไปอีกเกือบ 300 ปี
…ส่วน Strategist KANBE “คุโรดะ คัมเบ” ..เป็นผู้วางกลยุทธ์ ที่เก่งที่สุด ในยุค เซ็นโกคุ !!
มาบทเรียน :
1. อย่ากอด "สินทรัพย์" ที่กำลังจะด้อยค่า (Sunken Cost Fallacy)
ตอนที่คัมเบยังเป็นซามูไรท้องถิ่น แคว้นโคเดระ (เจ้านายเดิม) มีบุญคุณกับตระกูลเขามาก แต่คัมเบมองเห็นโครงสร้างส่วนบนแล้วว่า โอดะ โนบุนากะ คือ "นวัตกรรมใหม่ที่จะมา Disrupt แผ่นดิน" เขาจึงบีบให้เจ้านายเลือกข้างโนบุนากะ
ข้อคิด: ในโลกธุรกิจและการลงทุน อย่าติดดักอยู่กับคำว่า "ความผูกพัน" หรือ "กอดหุ้น/ธุรกิจเดิม" ที่พื้นฐานเปลี่ยนและกำลังจะกลายเป็นอดีต จงกล้าตัดขาดและย้ายทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีอนาคตเร็วกว่าคนอื่น
2. ข้อมูลข่าวสาร (Asymmetric Information) คือ Alpha ของเกม
คัมเบคือเสนาธิการที่ให้ความสำคัญกับ "เครือข่ายสายลับ" และการหาข่าวลึก (Deep Research) มากที่สุด เขารู้สถานการณ์ของศัตรู รู้จุดอ่อนของป้อมปราการก่อนจะยกทัพไปถึงเสมอ
ข้อคิด: ชัยชนะไม่ได้เกิดในสนามรบ แต่เกิดก่อนหน้านั้นในห้องทำงาน การลงทุนที่ได้เปรียบคือการมีข้อมูลที่ลึก แม่นยำ และเหนือกว่าตลาด (Information Advantage) อย่าตัดสินใจด้วยสัญชาตญาณหรืออารมณ์ตื่นตระหนกตามฝูงชน
3. รักษา "เงินต้นและชีวิต" ไว้ในวันที่วิกฤตที่สุด (Capital Preservation)
ฉากจำขยี้ใจคือตอนที่คัมเบโดนขังคุกใต้ดินมืดๆ นานเป็นปีจนขาพิการ แทนที่เขาจะถอดใจฆ่าตัวตายเพื่อรักษาศักดิ์ศรีซามูไร เขากลับอดทน นิ่ง และประคองชีวิตรอดออกมาจนได้
ข้อคิด: ในช่วงตลาดหมี (Bear Market) หรือวิกฤตธุรกิจที่ถาโถม สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การทำกำไร แต่คือการ "รักษาสภาพคล่องและเอาชีวิตรอดให้ได้" ตราบใดที่กระแสเงินสะสม (คลังสมบัติ) และลมหายใจยังอยู่ คุณยังมีโอกาสกลับมาเคลียร์กระดานใหม่ได้เสมอ
4. ยอดนักกลยุทธ์ ต้องไม่ลืมคำนวณ "จิตวิทยามนุษย์" (Soft Skills)
คัมเบเก่งการทูตและอ่านใจคนขาด (ผิดกับมิตสึนาริ) เขาสามารถส่งจดหมายลับหรือเดินเข้าหาศัตรูเพื่อ "โน้มน้าวให้ยอมแพ้โดยไม่ต้องรบ" (Win without fighting) เพราะเขาเข้าใจว่ามนุษย์ทุกคนขับเคลื่อนด้วยความกลัวและผลประโยชน์
ข้อคิด: ตัวเลขบน Excel หรือแผนธุรกิจที่สมบูรณ์แบบจะไม่มีความหมายเลยถ้าคุณคุม "จิตวิทยาคน" ไม่ได้ ในฐานะผู้บริหาร การดีลกับพาร์ทเนอร์หรือลูกน้อง ต้องใช้ทั้งหลักการที่เฉียบคม (Hard Logic) ร่วมกับความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์ (Soft Power)
5. ยิ่งสำเร็จ ยิ่งต้อง "โลว์โปรไฟล์" (Tail Risk Management)
หลังจากคัมเบช่วยให้ฮิเดโยชิได้ครองแผ่นดิน ฮิเดโยชิเริ่มระแวงความอัจฉริยะของคัมเบจนถึงขั้นเปรยว่า "ถ้าไอ้ตาเดียวนี่คิดจะฮุบญี่ปุ่น มันใช้เวลาไม่เกินครึ่งปีแน่" คัมเบอ่านสัญญาณอันตรายนี้ออก (Tail Risk) เขาจึงรีบสละตำแหน่ง ยกลูกชายขึ้นแทน แล้วโกนหัวบวชพระทันที
ข้อคิด: เมื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดในอาชีพหรือพอร์ตโตจนเป็นที่จับตา จงระวัง "ภัยจากความหมั่นไส้และการเมือง" การบริหารความเสี่ยงที่ดีที่สุดในบางจังหวะคือการถอยฉากออกสร้าง Buffer ให้ตัวเอง ไม่เสนอตัวเป็นเป้านิ่งให้ใครโจมตี
6. สร้างกองทัพจากศูนย์ได้ แปลว่า "ระบบและแบรนด์" ของคุณแข็งแกร่ง
ในศึกเซกิฮาฮาระ คัมเบสามารถระดมพลคนตกงานและซามูไรไร้นายได้ถึง 9,000 คนภายใน 7 วัน เพราะ "ชื่อเสียงความไร้พ่ายและความยุติธรรมในการจ่ายเงิน" ของเขาดึงดูดใจคน
ข้อคิด: หากคุณสร้างระบบการทำงาน (Standard Operating Procedure) และมีแบรนด์บุคคล (Personal Brand) ที่น่าเชื่อถือล้นเหลือ ต่อให้ธุรกิจเดิมของคุณจะล่มสลาย คุณก็สามารถระดมทุนและระดมสมองคนเก่งๆ กลับมาสร้าง New S-Curve ได้ใหม่ในเวลาอันสั้น
7. อย่า All-In บนสมมติฐานที่ควบคุมไม่ได้ (Black Swan)
แผน "ตาอยู่ช้อนซื้อประเทศ" ของคัมเบพังพินาศ เพราะเขาตั้งสมมติฐานว่าศึกเซกิฮาฮาระต้องยืดเยื้อเป็นเดือน แต่ความจริงคือมันจบใน 6 ชั่วโมง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่เขาคุมไม่ได้
ข้อคิด: อย่าทุ่มสุดตัว (All-in) บนความคาดหมายว่าตลาดหรือคู่สัญญาจะทำตามเกมของเราเสมอ จงเผื่อเงินสดและแผนสำรอง (Plan B ไว้สำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน (Black Swan) ที่อาจจะเกิดขึ้นและทำลายแผนหลักของคุณได้ในพริบตา
8. ยอมรับ "ความจริงตรงหน้า" แล้ว Pivot ให้เร็วที่สุด
ทันทีที่ได้ยินข่าวว่าอิเอยาสุชนะศึกที่เซกิฮาฮาระเสร็จสิ้น คัมเบไม่ดื้อรั้นดันทุรังบุกต่อ เขาขยับหมากทันทีด้วยการสั่งหยุดทัพ แสร้งทำเป็นส่งจดหมายไปยินดีกับอิเอยาสุ เพื่อเปลี่ยนสถานะจาก "คนที่จะเป็นกบฏ" ให้กลายเป็น "พันธมิตรที่ช่วยรบทางใต้"
ข้อคิด: ในการทำธุรกิจหรือเก็งกำไร เมื่อทิศทางตลาดเปลี่ยนเฉียบพลันและแผนผิดพลาด (Stop Loss) อย่าดื้อดึงเอาชนะตลาด จงยอมรับความจริง (Accept Reality) กลืนน้ำลายตัวเองแล้ว Pivot ปรับทิศทางพอร์ตทันทีเพื่อรักษาชีวิต
9. ถอยออกไปเป็น "ประธานบอร์ด" ดีกว่าดันทุรังเป็น "ซีอีโอ"
บั้นปลายชีวิตของคัมเบ เขาปล่อยให้ คุโรดะ นางามาสะ ลูกชายคนโต โลดแล่นเป็นผู้นำหน้าฉากเต็มตัวคุมกองทัพบุกศึก ส่วนคัมเบทำหน้าที่เป็นกุนซือให้คำปรึกษาอยู่ข้างหลัง คอยตบความคิดของลูกชายให้เข้าที่เข้าทาง
ข้อคิด: ผู้นำที่ฉลาดต้องรู้ว่าเวลาไหนควรเปลี่ยนบทบาท (Shift Role) จากการลงไปลุยกระดานหน้างาน (Execution) ขึ้นมาอยู่บนหอคอยเพื่อมองภาพกว้างเชิงกลยุทธ์ (Governance) การปล่อยให้คนรุ่นใหม่รันระบบโดยเราคุมทิศทางอยู่ห่างๆ คือเคล็ดลับของการสร้างความยั่งยืนให้ตระกูลและองค์กร
10. ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการส่งต่อ "มรดกที่ปลอดภัย" (Legacy & Wealth Transfer)
ถึงแม้คัมเบจะไม่ได้นั่งตำแหน่ง "โชกุน" สูงสุดของญี่ปุ่น แต่ลูกหลานของตระกูลคุโรดะกลับได้เป็นมหาไดเมียวผู้ครองแคว้นฟุกุโอกะ มีกินมีใช้ มีอำนาจวาสนาและปลอดภัยจากการกวาดล้างยาวนานไปตลอด 260 ปีในยุคเอโดะ
ข้อคิด: เป้าหมายสูงสุดของการสร้างพอร์ตและการทำธุรกิจ ไม่ใช่การได้ใบประกาศเกียรติคุณว่าเป็นที่หนึ่งในวันนี้ แต่มันคือการสร้าง "ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนและส่งต่อโครงสร้างที่ปลอดภัยให้ชั่วลูกชั่วหลาน (Generational Wealth)" โดยที่คนรุ่นหลังไม่ต้องเสี่ยงชีวิตเผชิญหน้ากับมรสุมแบบที่เราเคยเจอครับ
#จัดไป