แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ชีวิตเราขึ้นอยู่กับดวง มากน้อยแค่ไหน ?

 ”(ชีวิตเราขึ้นอยู่กับดวง มากน้อยแค่ไหน ?)“


สิ่งที่กำลังพูดถึงนี้ ในทางวิชาการเราเรียกมันว่า "Generation Cohort Effect" หรือผลกระทบจากกลุ่มช่วงอายุ มันคือแนวคิดที่บอกว่า


 "คนเราไม่ได้ถูกกำหนดโดยโชคชะตา แต่ถูกหล่อหลอมและต้อนให้เดินไปตามกรอบของประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีในยุคที่ตัวเองเติบโตขึ้นมา"


มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวเพื่อความอยู่รอดเสมอ (Adaptation) เมื่อสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกัน วิธีการเอาตัวรอดและการให้นิยามความสุขจึงถูกบีบให้ต่างกันโดยปริยายครับ


ลองมาแตกหน่อความคิดที่พูดถึง ผ่านมุมมอง "เหตุและผล" ของโครงสร้างสังคมกันครับ


1. ความมั่งคั่งของคนรุ่นก่อน: ไม่ใช่แค่เพราะเขาขยัน แต่เพราะ "ลมส่งท้าย" ของระบบเศรษฐกิจ


คนรุ่น Baby Boomer หรือ Gen X ไม่ได้จงใจตื่นมาแล้วคิดว่า "ฉันต้องสะสมที่ดิน" แต่โครงสร้างในวันนั้นมัน "เป็นใจ" ให้คิดแบบนั้น


 สมการในอดีต: ราคาอสังหาริมทรัพย์ ต่อ รายได้เฉลี่ย (Affordability Ratio) ต่ำกว่าปัจจุบันมาก การทำงานเก็บเงินสักก้อนเพื่อซื้อบ้านหรือที่ดินเป็นเป้าหมายที่ "มองเห็นปลายทางและเอื้อมถึง"


 ค่านิยมสะสมความมั่งคั่ง: เมื่อซื้อแล้ว มูลค่ามันดันโตขึ้นเรื่อยๆ ตามการพัฒนาประเทศ มันเลยเกิด "แรงเสริมทางบวก (Positive Reinforcement)" ยิ่งซื้อยิ่งรวย ยิ่งเก็บยิ่งมั่นคง ตัวตนของพวกเขาจึงถูกผูกติดอยู่กับ "สิ่งที่ครอบครอง" เพราะระบบเศรษฐกิจในอดีตมันตบรางวัลให้กับคนที่ทำแบบนั้น


2. ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่: ไม่ใช่เพราะเขาขี้เกียจหรือฟุ่มเฟือย แต่เป็น "การปรับตัว" เพื่อไม่ให้ชีวิตสิ้นหวัง


ในทางกลับกัน คนรุ่นใหม่ (Gen Y, Z) มักโดนคนรุ่นก่อนวิจารณ์ว่า "ทำไมไม่เก็บเงินซื้อบ้าน แต่ยอมจ่ายค่ากาแฟแก้วละ 150 บาท หรือบินไปเที่ยวต่างประเทศทุกปี" แต่ถ้ามองลึกลงไปในแง่โครงสร้าง มันคือการปรับตัวที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว


สมการในปัจจุบัน: ราคาบ้านและที่ดินพุ่งทะยานไปไกลกว่าอัตราเงินเดือนหลายสิบเท่า โอกาสที่เด็กจบใหม่จะเก็บเงินซื้อบ้านเดี่ยวในเมืองแทบจะเป็นศูนย์ (หรือต้องผูกหนี้ไปอีก 30-40 ปีจนหมดวัยทำงาน)


ค่านิยมสะสมประสบการณ์: เมื่อสินทรัพย์ขนาดใหญ่ถูกล็อกไว้ด้วยราคาที่เกินเอื้อม สมองของมนุษย์จะเลือกปรับโหมดทันที: "ในเมื่อฉันครอบครองอนาคต (บ้าน/ที่ดิน) ไม่ได้ ฉันก็จะครอบครองปัจจุบัน (ประสบการณ์/ความสุข) แทน"


โลกถูกขับเคลื่อนด้วย "กติกา" ที่เปลี่ยนไป

สิ่งที่คุณสะท้อนออกมาแสดงให้เห็นว่า "ตัวตน" (Identity) ของคนแต่ละยุค ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อ "กติกาของโลก" ในเวลานั้นๆ


 กติกาเก่า: เน้นความมั่นคงถาวร (Stability) > คนจึงกลายเป็น "ผู้สะสม" (Accumulator)


 กติกานใหม่: เน้นความยืดหยุ่น ความเร็ว และการปรับตัว (Agility & Flexibility) > คนจึงกลายเป็น "ผู้เสพประสบการณ์" (Experiencer) เพราะประสบการณ์ไม่มีใครมายึดไปได้ ติดตัวเราไปตลอด และย้ายที่อยู่ได้ง่ายในโลกที่ผันผวน


มันจึงไม่มี Gen ไหนที่คิดถูกหรือคิดผิดครับ ทุกคนแค่กำลังเล่นไปตามเกมที่สภาพแวดล้อมทางสังคมหยิบยื่นให้ตั้งแต่ลืมตาดูโลกเท่านั้นเอง


#จัดไปเบาๆ

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ