แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569

6 สินทรัพย์ ที่ลงโหดๆ เวลาดอกเบี้ยขึ้น ที่ต้องระวัง

 6 สินทรัพย์ ที่ลงโหดๆ เวลาดอกเบี้ยขึ้น ที่ต้องระวัง


ปกติดอกเบี้ยจะขึ้น เพราะ เศรษฐกิจดีและเงินเฟ้อข้าวของแพง …แต่คราวนี้ต้องระวัง Cost Push ต้นทุนการทำธุรกิจของทั้งโลกเพิ่มจากความตรึงเครียดจากสงคราม ดันพลังงานและค่าขนส่ง รวมทั้งต้นทุนสินค้า 


มาดูกัน 


ในการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา (ช่วงปี 2022-2023) ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยที่เร็วและแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ มีสินทรัพย์หลายประเภทที่ "ปรับฐาน" หรือ "ตกลงมาหนักมาก" โดยกลุ่มที่เจ็บหนักที่สุดมีดังนี้ครับ:


1. หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นเติบโตสูง (Growth Stocks)

หุ้นกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะมูลค่าของมันอ้างอิงกับ "กำไรในอนาคต" เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ค่าการคิดลด (Discount Rate) ก็สูงขึ้น ทำให้มูลค่าปัจจุบันของหุ้นเหล่านี้หายไปทันที

• Nasdaq Composite: ในปี 2022 ตกไปกว่า 33%

• ตัวอย่าง: หุ้นเทคใหญ่ๆ อย่าง Meta, Amazon หรือหุ้นซอฟต์แวร์หลายตัวราคาลดลงกว่า 50-70% ในช่วงนั้นครับ


2. พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (Long-term Bonds)

หลายคนคิดว่าพันธบัตรปลอดภัย แต่ในเชิงราคา "มันลงหนักไม่แพ้หุ้น" เลยครับ เพราะเมื่อดอกเบี้ยใหม่สูงขึ้น พันธบัตรเก่าที่ดอกเบี้ยต่ำจึงถูกขายทิ้ง

• Bond Market: ปี 2022 ถือเป็นปีที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ โดยพันธบัตรระยะยาว (20 ปีขึ้นไป) มีราคาร่วงลงไปกว่า 30%

#

3. คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrencies)

สินทรัพย์เก็งกำไรสูงที่เคยเฟื่องฟูในช่วงดอกเบี้ย 0% ถูกกระแทกหนักที่สุดเมื่อสภาพคล่องถูกดึงกลับ

• Bitcoin: ร่วงจากจุดสูงสุดเกือบ \bm{69,000} ลงไปแตะระดับ \bm{16,000} (ลดลงประมาณ 75%)

• สินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ และ NFT แทบจะกลายเป็นศูนย์ในหลายโปรเจกต์ครับ


4. กองทุนอสังหาริมทรัพย์และ REITs

ดอกเบี้ยที่พุ่งขึ้นทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของกอง REITs สูงขึ้น และทำให้ Yield จากเงินปันผลดูไม่น่าสนใจเมื่อเทียบกับพันธบัตร

• กลุ่ม Real Estate ใน S&P 500 ปรับตัวลดลงประมาณ 28% ในปี 2022


5. หุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงสูง (High Yield / Junk Bonds)

เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ความเสี่ยงที่บริษัทที่มีฐานะการเงินไม่แข็งแรงจะ "ผิดนัดชำระหนี้" (Default) ก็สูงขึ้นตาม นักลงทุนจึงเทขายตราสารหนี้เหล่านี้ออกมาอย่างรวดเร็ว


6. หุ้นไทย ก็ลงเละตุ้มเป๊ะ จากตรงนั้น ถึงปัจจุบัน นี่แหละ 


พูดง่ายๆ ภาวะนี้ ต้องพยายามวิเคราะห์และมองรอบๆ ด้าน ให้ดี 


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ