แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2563

5 ข้อควรรู้ เมื่อเงินบาทแข็งโป๊ก

5 ข้อควรรู้ เมื่อเงินบาทแข็งโป๊ก

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าปี 2020 นี้ เงินบาทเราถือเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่แข็งเกือบที่สุดในโลกเทียบกับค่าเงินประเทศอื่นๆ

...แปลภาษาบ้านๆ ก็คือ ‘วันนี้เงินเราใหญ่ขึ้น สามารถไปแลกเงินคนอื่นได้เยอะขึ้น ...เราก็ซื้อของได้ถูกลง’

ใช่!! ข้อดี ก็มี ข้อเสียมันก็มี ..เลยมาสรุปให้ดูว่า มีอะไรบ้าง

1. ‘บาทแข็ง แปลว่า เราซื้อของต่างประเทศได้ถูกลง’ ..จะไปเที่ยว จะส่งลูกไปเรียนก็ถูกลง ...ตัวอย่างชัดๆ คือ ประเทศอังกฤษ 4 ปีที่ผ่านมา เงินบาทแข็งขึ้น 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ เทียบกับเงินปอนด์ ...พูดให้เห็นภาพ สมมุติเราเคยซื้อของที่อังกฤษปี 2015 ในราคา 5 พันกว่าบาท วันนี้จะเหลือแค่ 3 พันกว่าบาท ...’เขาไม่ได้ลดราคา แต่ค่าเงินเราแข็ง ทำให้เรารวยขึ้นแบบอัตโนมัติเมื่อไปประเทศเขา’

2. ‘โอกาสทองของการส่งลูกหลานไปเรียนต่างประเทศ’ ...ฮึม ถ้าคุณอยู่เวียดนาม เศรษฐกิจเขาอาจดี แต่ค่าเงินเขาอ่อนไปเรื่อยๆ ...เท่ากับว่า คนเวียดนามจะส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ ก็ยิ่งต้องทำงานหนักหาเงินเพิ่มเข้าไปอีก เพื่อสู้กับค่าเงินที่อ่อนลง ...ยกตัวอย่าง ออสเตรเลีย จากปี 2012 ถึงปัจจุบัน ค่าเงินเขาอ่อนไป 40% เทียบกับเงินบาท ...แปลว่า ถ้าปกติ ค่าเรียนปริญญาโท ใช้เงิน 3 ล้านบาท วันนี้ ใช้แค่ 2 ล้านบาท ลดลงเกือบครึ่ง !!!

3. ‘โอกาสในการซื้อสินทรัพย์ต่างประเทศ’ ...แน่นอน การซื้อของ มันใช้แล้วหมดไป แต่ถ้าซื้อสินทรัพย์มันซื้อแล้วเพิ่มขึ้น ...ยิ่งค่าเงินเราแข็ง เราก็ซื้อได้ถูกลง โอววว!! ....สมมุติ บ้านที่ออสเตรเลีย เดิมที หลังละ 3 ล้าน วันนี้ซื้อได้ 2 ล้าน ลดลงเกือบ 50% ในช่วงแค่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ....ใครจะส่งลูกหลานไปเรียนออสเตรเลีย วันนี้อาจคิดหนัก ว่า เฮ้ย!! ซื้อบ้านด้วยดีไหม เอา PR ให้ลูกเลย ..555

4. ‘โอกาสของธุรกิจไทย ในการขยายไปต่างประเทศ’ ...วันนี้เราเห็นนักธุรกิจส่งออก บ่นกันอุบ ว่า ขายยาก เพราะ บาทแข็งเท่ากับว่าของเราแพงขึ้น ....แต่นักธุรกิจหลายคน ใช้โอกาสนี้ ขยายฐานการผลิตไปต่างประเทศ หรือ Outsource ไปจ้างโรงงานต่างประเทศ เช่น เวียดนาม , จีน หรือ แม้กระทั่งจ้าง ยุโรป ผลิตก็ได้ เพราะเงินยูโร จากปี 2008 ถึงปัจจุบันก็ลดลงเกือบครึ่งเทียบกับเงินบาท คือ จาก ที่เราต้องใช้ 50 กว่าบาทไปแลก 1 ยูโร วันนี้ใช้ 30 กว่าบาทก็ได้แล้ว ....นั่น!! บริษัทฉันมี โรงงานในอังกฤษ มีศูนย์วิจัยในเยอรมันนี แล้วก็มีศูนย์ฝึกอบรมในอิตาลี !!!

5. ‘ข้อเสียก็คือ ขายสินค้าส่งออกยาก ..คนมาเที่ยวอาจลดลงเพราะ ค่าเงินเราแพง’ ....เฮ้ย!! ทั้งการ ส่งออก และ การท่องเที่ยว คือ ตัวนำเศรษฐกิจไทยเลยไม่ใช่หรือ ? ....ใช่ครับ !! เราถึงรู้เหนื่อยในวันนี้ไง

- เราต้องปรับตัว จากการผลิตของราคาถูกส่งออก ...ต้องผันตัวมาทำสินค้าที่แพงขึ้น เช่น จากขายสินค้าเกษตรตรงๆ เลย ก็อาจต้องเปลี่ยนมาเป็นแปรรูป ใส่ idea เข้าไป ...ใส่ Package แบบญี่ปุ่น ขนมโมจิ รสชาตินี่ไม่ได้เอาไหน แต่พอเจอหีบห่อ ถึงกลับต้องซื้อครับ เอาไปฝากเพื่อน ...ถ้าคิดดีๆ เราไปได้มากกว่า วัตถุดิบเราเยอะกว่า สดกว่า ดีกว่า

- เราต้องหากลุ่มนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จากเดิมเรามีกลุ่มเที่ยวแบบ ECO ประหยัด ...วันนี้เราอาจขยับไปจับ Hiso มากขึ้น ...ก็ขึ้นกับ การปรับคุณภาพโรงแรม อาหาร ที่เที่ยว ของต่างๆ ...ซึ่งจริงๆ เราไม่ได้น้อยหน้าใคร ...โรงแรมเราบริการดี ก็ต้องทำให้ดีขึ้นไปอีก ...ห้างเราใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก ...สถานที่ท่องเที่ยวเราก็โดดเด่น เพียงแค่อาจต้อง เอาเทคโนโลยีเข้าไปใส่ มีการแสดงเข้าไปเพิ่ม ก็ว่ากันไป

ใช่!! ทุกวิกฤติ มีโอกาส ...บาทแข็งมีคนบ่น คนเหนื่อย แต่ในอีกด้านมันก็เป็นโอกาสสร้างตัวเปลี่ยนชีวิตของอีกหลายๆ คน ที่กล้ามอง !!

#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ