แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน

แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน
SE-ED Bestseller Series หนังสือ "แกะรอยหยักสมองรวยหุ้นหมื่นล้าน" โดย ผมเอง (ที่ SE-ED ทุกสาขาทั่วประเทศ!!)

แนะนำ Facebook ของผมครับ

แนะนำ Facebook ของผมครับ
คลิ๊กเข้ามาเป็นเพื่อนกันใน Facebook ครับ!!

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569

7 ข้อ ก้าวผ่านเศรษฐีมือใหม่สู่มืออาชีพ

 7 ข้อ ก้าวผ่านเศรษฐีมือใหม่สู่มืออาชีพ


เคยได้ยิน New Money กับ Old Money ไหมครับ ….เอาให้ใกล้ตัวก็ คนที่เพิ่งขับรถเป็นใหม่ๆ กับ คนขับที่ขับรถมา 20 ปี มันก็จะต่างกัน 


1. การมุ่งแต่สร้างตัวเลขในบัญชี มันเครียดและไม่ยั่งยืน …มืออาชีพจะเน้นการสร้าง Cash Flow โดยเน้นไปที่ Passive Income  เพราะ นี่คือ อำนาจจับจ่ายใช้สอยที่แท้จริง


2. มือใหม่จะคิดว่า ยิ่งพอร์ตโตเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น …แต่มืออาชีพจะรักษาสมดุลย์พอร์ต คือ ถ้าช่วงไหนโตเร็ว จะต้องระวังเป็นพิเศษ (สัญญาณฟองสบู่) …ต้องกันกำไรออกมาสำรองเผื่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด


3. มือใหม่จะรีบให้รางวัลตัวเอง หรือ รีบขยายฐานะตัวเองโดยสร้างภาระระยะยาวเร็วเกินไป …เช่น รีบซื้อรถในฝัน ซื้อบ้านในฝัน ซึ่งส่วนใหญ่ใช้การกู้ยืม ซึ่งอันตรายมาก


4. มือใหม่จะคิดว่า ต้องเอาเงินไปต่อยอด ยิ่งขยายธุรกิจ หรือไปลงทุนเพิ่มให้มากๆ …แต่มืออาชีพมักขยายธุรกิจในตลาดขาลง เพราะ คู่แข่งน้อย เจ็บตัวกันหมด เป็นเวลาขยายที่ดี


5. การออกนอกความถนัดเร็วเกินไป …มืออาชีพมักจะต่อยอด จากจุดแข็งที่ตัวเองถนัด ไม่ขยายธุรกิจแบบเปะปะ หรือลงทุนเปะปะ


6. การสร้างคอนเนคชั่นในขาขึ้น ต้องระวังการเลือกคบคนให้มาก …เพราะคนที่เข้ามาหาประโยชน์จะแฝงเข้ามา …เอาตรงๆ เพื่อนพวกนี้พาเราไปเสียเงิน เสียรู้ เยอะกว่า


7. เศรษฐีมือใหม่มักพาตัวเองไปสู่หายนะครั้งใหม่ เพราะความประมาทและหลงตัวเอง …รู้ตัวอีกที เราก็เสียหายหนักไปแล้ว …ไอ้ทีแสบกว่านั้น คือ เราเสียหายหนักจากวิธีการเดียวกับที่ทำให้เราสำเร็จก่อนหน้านี้อ่ะซิ


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

7 ข้อคิด ภาววิทย์สรุปมา

 7 ข้อคิด ภาววิทย์สรุปมา

จากบทความของ คุณภาววิทย์ กลิ่นประทุม ในภาพที่ส่งมา สามารถสรุปข้อคิดสำคัญ 7 ข้อ เพื่อการลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้ดังนี้ครับ


1. ความเพียรคือหัวใจ (เล่นไม่เลิก)

เคล็ดลับความสำเร็จไม่ใช่ความอัจฉริยะ แต่คือการ "ไม่เลิก" แม้จะล้มกี่ครั้งก็ตาม คนที่อดทนและดื้อด้านพอที่จะยืนหยัดอยู่ในตลาดหุ้นได้นานที่สุด คือคนที่จะมั่งคั่งในที่สุด


2. ตลาดหุ้นคือบทเรียนชีวิต

ตลาดหุ้นมีทั้งช่วงที่ "หาเงินง่าย" และ "ช่วงที่ยากจนขาดทุน" การได้สัมผัสทั้งสองช่วงจะช่วยให้เราเข้าใจวิธีการ ทรงตัวในตลาด ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองเท่านั้น ไม่มีใครสอนได้


3. การลงทุนไม่ใช่แค่การซื้อขาย

อย่ามองว่าการลงทุนคือการซื้อๆ ขายๆ ไปวันๆ แต่คือการ ปรับวิธีการลงทุน ให้พร้อมรับมือกับวิกฤตและความผันผวนตลอดเวลา เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการ "วางเงินให้ทำงานแทนเรา"


4. หลักการ "อดทนรวย"

เมื่อเราซื้อหุ้นที่เข้าใจและถือมันได้นานพอ หุ้นจะให้ผลตอบแทนทั้งในรูปแบบของ เงินปันผล และ กำไรส่วนต่าง หลักการง่ายๆ แต่ทำยากคือ "ซื้อหุ้นดีแล้วถือไว้" นั่นเอง


5. เปลี่ยนจาก Work for Money เป็น Money Work for You

แบ่งขั้นตอนการเงินออกเป็น 2 Step:

• Step 1: หาเงินจากแรงและเวลา (เช่น การเทรดซื้อขาย) เพื่อสะสมทุน

• Step 2: นำ "เงินเย็น" (เงินที่ตัดออกจากชีวิตได้) ไปซื้อหุ้นปันผลเพื่อให้เงินเริ่มทำงานแทนเรา


6. สร้างอิสรภาพทางการเงินเบื้องต้น

เป้าหมายแรกที่ต้องไปให้ถึงคือ การทำให้ "เงินปันผล" ที่ได้รับจากหุ้น มีมูลค่ามากกว่า "เงินเดือน" ของเรา เมื่อถึงจุดนั้นเราจะเข้าใจอย่างแท้จริงว่าเงินทำงานแทนเราได้อย่างไร


7. คุณภาพ และ จังหวะ

บทเรียนสำคัญที่สุดคือการเลือก "หุ้นที่มีคุณภาพ" และเข้าซื้อใน "จังหวะที่ถูกต้อง" แม้ช่วงแรกจะผิดพลาดบ้าง แต่ความผิดพลาดเหล่านั้นจะสอนเราเอง ขอแค่มีวินัยและอดทนรอคอยผลลัพธ์ที่คุ้มค่าได้


7 ข้อ ล้มก่อนรวย ขอไม่ล้มได้ไหม

 7 ข้อ ล้มก่อนรวย ขอไม่ล้มได้ไหม

‘เคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนที่ประสบความสำเร็จมากๆ มักจะเป็นคนที่ล้มเหลวมาก่อน ?‘ 


..แต่ก่อน สงสัยมาก ‘ทำไมผมจะต้องเจ๊ง ก็แค่ระวัง แล้วชนะตลอดไม่ได้เหรอ จะได้สบาย‘ — ’ไม่ได้!!’ 


…เพราะ ทุกครั้งที่เราชนะ หรือ ประสบความสำเร็จ เราจะเริ่ม ฮึกเหิม …เราจะคิดว่าตัวเองเก่ง ฉลาดกว่าคนอื่น …และเราก็มักจะคิดว่า ที่เราสำเร็จมาได้ ก็มาจากฝีมือเราเองล้วนๆ …นี่แหละ ’ความประมาท ที่เกิดจากการหลงตัวเอง และ จุดนี้เองที่จะพาเราไปเจอวิกฤตครั้งใหม่ในชีวิต’ 


…สมมุติเราซื้อ หุ้น หรือ เหรียญ อะไรก็ได้ แล้วเผอิญ มันขึ้นไป 100 เท่า …เงินที่เราลงทุนจาก 1 ล้าน ก็จะเป็น ‘ร้อยล้าน‘ - นี่ไง ’ผมเก่ง’ …แล้วไงต่อ ?


พอถึงจุดนี้วิธีคิดเราจะเปลี่ยนละ …พอเรากำไรจากอะไรมาเยอะๆ เราจะเริ่มมองหาแต่กำไรแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ลืมไปว่า …จุดที่เรากำไรนี้ มันต่างจากจุดที่เราเริ่มมาเยอะมาก ….ถ้าคนที่มีประสบการณ์จะเริ่มลดความเสี่ยง เช่น การทยอยขาย แล้วกระจายไปอยู่ในจุดที่เสี่ยงน้อยลง 


แต่คนที่เพิ่งสำเร็จ ‘มือใหม่ของความสำเร็จ’ จะอยากสำเร็จแบบนี้ไปเรื่อยๆ …เขาจะไม่ลดความเสี่ยง แต่จะเสี่ยงแบบเดิม หรือ มากขึ้นไปอีก จนสุดท้ายแม่งเจ๊ง !! …แบบที่คนลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นอยู่ ณ ตอนนี้เลย


แล้วไงต่อล่ะ ?


‘ได้สติละ’ 


ใช่.. คนที่กำลังเจ๊ง หรือดอยหุ้นไทยเวลานี้ ได้สติแล้ว ว่า จริงๆ ความสำเร็จที่ผ่านมา ส่วนนึงที่สำคัญกว่า ฝีมือ ก็คือ ‘จังหวะ‘ ก็เราเข้ามาเวลาตลาดขึ้น …ถึงเราไม่ได้เก่งอะไรมาก มันก็รวยอยู่ดี 


แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาตลาดไทย ยังปรับฐานลงไม่จบ …เอาตรงๆ ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน แค่ประครองตัวเองไม่ให้เจ๊ง ยังเหนื่อยเลย


แปลว่า คนกลุ่มนึงตอนนี้ได้สติละ จากสตางค์ที่ขาดทุนเละ 


…ตอนนี้หลายๆ เริ่มปรับพอร์ต โยกเงินไปซื้อทองบ้าง ซื้อหุ้นต่างประเทศ …หุ้นที่เขาบอก(ใครบอกวะ) ว่า มันจะมาแทนทุกอย่างซึ่งเป็นอนาคตของโลกใบนี้ …มันมีอยู่ 7 บริษัท …นางฟ้า อเมริกา …7 เทวดา เขาเหลียงซาน ..หรือ ประเทศเวียดนาม ที่แซงไทยไปไกลแล้ว !!


…ที่พูดๆ กัน ไม่ผิดเลย …แต่ที่หลายๆ คนไม่ได้พูดถึง คือ ‘จุดเข้าซื้อ’ …เอาตรงๆ นะ อะไรที่มันมีราคาขึ้นลงได้ มันจะมีรอบมี Cycle ชัดเจน คือ ต้นรอบ-กลางรอบ-ปลายรอบ 


…อะไรที่ทุกคนยังไม่รู้ว่ามันดี มักจะเป็น ต้นรอบ …ซื้อต้นรอบ ก็ลุ้นรวยได้ 


…อะไรที่ มีทั้งคนมองว่าดีและไม่ดี อันนี้แปลว่ากลางๆ รอบ ซื้อแล้ว อาจได้หรือเสีย


…อะไรที่ ใครๆ ก็เห็นด้วยว่าดี อันนี้น่ากลัวละ แปลว่ามันปลายรอบ …โอกาสที่ซื้อแล้วซวยเยอะมาก 


แต่สังเกตไหมว่า หุ้นต้นรอบ ไม่มีใครอยากซื้อ เพราะ ทุกอย่างมันดูแย่ ….ส่วนหุ้นปลายรอบ มีแต่เรื่องดีๆ คนอยากซื้อ ซื้อแล้วสบายใจ แต่พอซื้อแล้วมีโอกาสซวยเยอะมากๆ


1. ถ้าวันนี้เราลงทุนได้กำไรเยอะ ให้ลดความเสี่ยง แล้วกระจายไปในจุดที่เสี่ยงลดลง 


2. ถ้าวันนี้เราขาดทุนเยอะ ให้พิจารณาการลงทุนที่ดูเสี่ยง หรือ คนอื่นไม่เห็นด้วยกับเรา เพราะจุดนี้เท่านั้น ที่มีโอกาสจะพลิกพอร์ตการลงทุนให้โตแบบก้าวกระโดดได้


3. ถ้าเราคิดว่า วันนี้เรากำไรเพราะฝีมือ ต้องระวังให้มาก เพราะแปลว่า เรากำลังประมาท และเรากำลังเปิดโอกาสให้หายนะวิ่งเข้ามาหาเราได้


4. ถ้าเราขาดทุนเยอะ ต้องถามว่า สิ่งนี้มันให้บทเรียนอะไรกับเราบ้าง ถ้าตอบไม่ได้แปลว่า เราไม่ได้เรียนรู้อะไรจากเงินที่เสียไปเลย


5. เราไม่จำเป็นต้องขยันตลอดเวลา เพราะบางช่วงเวลา การอยู่เฉยๆ ออมแรง ออมเงิน แล้วรอจังหวะด้วยความอดทน อาจทำให้เราประหยัดทั้งเวลาและเงินในระยะยาวได้


6. ยุคนี้ข้อมูลข่าวสารเยอะ จนความรู้เริ่มไม่สำคัญเท่า การเอาความรู้ไปใช้ให้ถูกที่ ถูกจังหวะ อันนี้สำคัญกว่า 


7. การซื้อหรือขายตามคนที่เราคิดว่าเชี่ยวชาญ มักทำให้เราขาดทุน หนักกว่า การซื้อด้วยตัวเอง


…เดี๋ยวถ้าคิดอะไรได้ จะมาเขียนต่อนะ ..555


#ภาววิทย์กลิ่นประทุม

บทความที่ได้รับความนิยมสัปดาห์ที่ผ่านมา

"จัดให้" บทความที่ได้รับความนิยมใน Blog แห่งนี้ครับ